วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รุกที่สาธารณะ! บ้านสุขาวดีพัทยา ปลูกอาคารล้ำที่ริมทะเลกว่า 11 ไร่

รุกที่สาธารณะ! บ้านสุขาวดีพัทยา ปลูกอาคารล้ำที่ริมทะเลกว่า 11 ไร่

  • Share:

เมืองพัทยาลงพื้นที่ตรวจสอบด้านหลังของ บ้านสุขาวดี แหล่งท่องเที่ยวดังของพัทยาพบ มีการปลูกสร้างอาคารในที่สาธารณะริมทะเลกินพื้นที่กว่า 11 ไร่ และบางอาคารก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต สั่งดำเนินการตาม ก.ม.เด็ดขาด...

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 23 ม.ค.2560 นายวิเชียร พงษ์พานิชย์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายประพันธ์ ประทุมชุมภู ปลัดอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่จากสำนักการช่างเมืองพัทยา สำนักงานเจ้าท่าพัทยา และสำนักงานที่ดิน รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขตที่ดินสาธารณะ บริเวณด้านหลัง “บ้านสุขาวดี” ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังได้รับรายงานว่ามีการปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในพื้นที่สาธารณะริมทะเล อีกทั้งยังมีการปิดทางถนนสาธารณะ โดยมีการก่อสร้างกำแพงปิดกั้นและก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนคำสั่งที่เมืองพัทยาห้ามไม่ให้มีการใช้รถโดยสารขนาดใหญ่วิ่งรับส่งนักท่องเที่ยวบนทางฟุตปาทสาธารณะริมชายหาดจนทำให้ถนนเกิดความเสียหาย โดยจากการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งนี้มีตัวแทนจากบ้านสุขาวดี เข้าร่วมสังเกตการณ์และให้ข้อมูลเบื้องต้น

รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า จากการตรวจสอบแผนที่โดยสังเขป และการรังวัดของสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาอำเภอบางละมุง หลังจากที่เมืองพัทยาประสานให้ลงมาตรวจสอบที่สาธารณประโยชน์ พบว่าแปลงที่ดินส่วนหนึ่งบริเวณที่ติดกับทางฟุตปาทริมทะเล ซึ่งตามเอกสารระบุว่าเป็น “ทะเล” ในพื้นที่ 11 ไร่เศษซึ่งมีแนวติดกับที่ดินของวัดช่องลม นาเกลือนั้น ปัจจุบันมีสภาพเป็นที่ดินแปลงขนาดใหญ่ ที่พบว่าทางบ้านสุขาวดีได้ทำการจัดตกแต่งสวน พร้อมปลูกสร้างอาคารขนาดใหญ่หลายอาคาร รวมทั้งมีการจัดทำรั้วบริเวณริมฟุตปาทชายทะเลคล้ายเป็นที่ส่วนบุคคล

นายวิเชียร กล่าวต่อว่า อาคารเหล่านี้ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าไม่ได้มีการขออนุญาตก่อสร้าง ด้วยเหตุที่ไม่สามารถอนุญาตได้เนื่องจากเป็นที่สาธารณประโยชน์ ขณะที่แปลงที่ดินดัง กล่าวแต่เดิมนั้นทางบ้านสุขาวดี เคยยื่นร้องขอเพื่อออกโฉนดมาก่อน แต่ช่วงนั้นได้มีคำสั่งระงับและไม่อนุญาตให้ได้ เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นที่ดินแปลงนี้เกิดขึ้นมาจากการถมทะเลโดยไม่ใช่ที่งอกขึ้นเองตามธรรมชาติจึงถือว่าที่ดินแปลงนี้เป็นที่สาธารณะ ซึ่งหลังจากนี้เมืองพัทยาจะได้ดำเนินการเสนอตามขั้นตอนของกฎหมายในส่วนของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารต่อไป

รองนายกเมืองพัทยา กล่าวอีกว่า นอกจากแปลงที่ดินขนาดใหญ่ริมทะเลแล้ว จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าภายในขอบเขตของบ้านสุขาวดี มีทางถนนสาธารณประโยชน์ขนาด 6x150 เมตร จำนวน 1 เส้น ที่ต่อเชื่อมจากถนนสาธารณะของซอยบางละมุง 8 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งมีการระบุไว้ว่ามีการยกให้เป็นทางสาธารณะประโยชน์ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2530 ที่ผ่านมา แต่ต่อมาพบว่าทางบ้านสุขาวดี ได้ทำกำแพงรั้วปิดกั้นทางไว้และมีการก่อสร้างอาคารทับทางสาธารณะบางส่วน ซึ่งกรณีนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการกำหนดแนวเขตและขอความร่วมมือจากทางบ้านสุขาวดี ให้ทำการเปิดทางและรื้อถอนอาคารในส่วนที่รุกล้ำทาง อย่างเร่งด่วนก่อนจะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบต่อไป

ขณะที่ปัญหาทางฟุตปาทริมทะเลบริเวณด้านหลังบ้านสุขาวดี ที่เมืองพัทยาใช้งบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวเพื่อใช้ในการสัญจรและพักผ่อน โดยไม่อนุญาตให้มีการนำยานพาหนะขนาดใหญ่สัญจรไปมานั้น แต่ที่ผ่านมาทางบ้านสุขาวดีได้นำรถบัสโดยสารขนาดใหญ่มาวิ่งรับส่งนักท่องเที่ยว เพื่อนำรถไปจอดพักบริเวณลานจอดบริเวณที่ต่อเชื่อมกันในเขตบริเวณของวัดช่องลม นาเกลือ ที่มีการทำสัญญาเช่าไว้ กระทั่งต่อมาได้มีการขออนุญาตจากเมืองพัทยาอย่างเป็นทางการนั้น

กรณีดังกล่าว นายวิเชียร กล่าวด้วยว่า หนังสือขอนุญาตจากทางบ้านสุขาวดีนั้น ปัจจุบันเมืองพัทยายืนยันไม่ให้อนุญาตไปแล้ว เพราะจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าฟุตปาทที่รถบัสโดยสารวิ่งผ่านนั้นเริ่มมีสภาพชำรุดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากนี้ได้สั่งการให้ทางสำนักการช่างมาทำการก่อสร้างเสาปูนคอนกรีตหรือเสาเหล็กขวางทางไว้เพื่อป้องกันรถขนาดใหญ่เข้ามาสัญจรไปอีกในระยะเวลา 1 เดือนจากนี้ ซึ่งจะมีการเดินทางมาตรวจสอบความก้าวหน้าของปัญหาทั้งหมดอีกครั้ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้