วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล บากบั่นปั้น 2 ธุรกิจแบบลองผิดลองถูก จนโด่งดังโกอินเตอร์

ด้วยความรักในสายงานแฟชั่น ทำให้ โต-พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล สั่งสมประสบการณ์จากผู้ช่วยสไตลิสต์ ก้าวมาสู่ดีไซเนอร์ และเป็นเจ้าของธุรกิจที่ใช้ใจและความมุมานะบากบั่น จนสร้างอาณาจักรธุรกิจมีชื่อด้วยความภาคภูมิใจ

โต-พัชรวัฒน์ ได้เล่าเส้นทางการทำงานของเขาที่กว่าจะมาถึงวันนี้ว่า จบปริญญาตรีด้านนิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสยาม มีโอกาสได้ทำเสื้อผ้าละครเวที เลยได้รู้จักกับ อดีต บก.นิตยสาร ELLE Decoration Thailand (พี่ปุ๋ย-รังสิมา กสิกรานันท์) จึงชวนมาเป็นผู้ช่วยสไตลิสต์ที่ ELLE Decore ทำเป็นฟรีแลนซ์อยู่ 3 ปี ระหว่างนั้นก็ทำแบ็ก สเตจ ช่วยงาน “ป้าตือ-สมบัษร ถิระสาโรช” ซึ่งได้ประสบการณ์มากมาย เลยรู้สึกว่า อยากทำเสื้อผ้าผู้หญิง จึงลองเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินทุนเล็กๆ ทำเสื้อผ้ามาขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ขายตลาดเช้าตี 3 -ตี 5 ทำเองขายเอง ไม่รู้เรื่องการลงทุน การขาย และกลุ่มลูกค้า ทำมา 20 แบบ 700-800 ตัว ซึ่งปรากฏว่าขายได้ดี ขายวันแรกได้ 6 หมื่นบาท ขายเสร็จก็วิ่งไปซื้อผ้าต่อเลย ทำอยู่แบบนี้ 3 ปี จนตอนหลังต้นทุนเริ่มสูงขึ้น เพราะอยากทำงานดี งานเนี้ยบ จนขายในราคาสวนจตุจักรไม่ไหว ตอนนั้นมีญี่ปุ่นมาสั่งซื้อด้วย และพลิกดูฝีจักร รอยเย็บ เอาแว่นขยายมาส่องดูเลย จึงรู้สึกว่า ขายญี่ปุ่นได้ เสื้อผ้าเราก็น่าจะขายในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆได้เช่นกัน จึงมาติดต่อที่สยามพารากอน ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ ทางห้างฯให้ลองขายเป็นป๊อปอัพ ช่วงนั้นทำธุรกิจร่วมกับ “คุณภูริณัฐ วงศ์สถาพรสกุล” ซึ่งเก่งทำแพทเทิร์นมาก เลยให้เขาดูโรงงาน ออฟฟิศและการผลิต ส่วน โต ดูแลเรื่องดีไซน์ เทรนด์คอลเลกชั่นต่างๆ รวมทั้งการขายหน้าร้าน โดยตั้งชื่อแบรนด์ “La Boutique” ซึ่งหมายถึงเสื้อผ้าผู้หญิงชั้นสูง โต ขายแบบป๊อปอัพ 2 อาทิตย์ ยอดขายดีมาก จนได้เข้ามาขายในห้าง ปัจจุบัน “La Boutique” มี 4 สาขาที่สยามสแควร์ วัน, เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งกำลังปรับปรุงจะเปิดใหญ่กลางปีนี้ และที่เอ็ม ควอเทียร์ ไม่รวมที่ทำคอลเลกชั่นไปขายที่เซี่ยงไฮ้ อีกด้วย

“โตเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ต้องพัฒนาตัวเราเองไปเรื่อยๆ หยุดไม่ได้ ท้อไม่ได้ ต้องทำสิ่งใหม่ๆ ออกมาตลอด ด้วยความที่ชอบพวกเครื่องหอม ไปซื้อจากต่างประเทศมาใช้ที่เมืองไทยแล้วรู้สึกว่า กลิ่นไม่เหมือนที่เราดมที่เมืองนอก เลยอยากทำอยากรู้ จึงลงทุนไปเรียนคอร์สการผสมกลิ่นหอมต่างๆที่ปารีส จากนั้นเลยมาฟอร์มงาน ทดสอบทุกอย่างอยู่ 3 ปี กว่าจะลงตัว จนมาทำร้าน Jardin De Boutique เปิดเมื่อปีที่แล้ว ใกล้ๆร้าน “ลาบูทีค” ที่สยาม สแควร์วัน ชั้น 2 แล้วอยากให้บรรยากาศทั้งหมดดูสวยงาม เลยเปิดร้านคาเฟ่ให้นั่งชิลด์ข้างๆอีก ซึ่งแบรนด์ธุรกิจเครื่องหอม โตพยายามทำให้มีความแตกต่างด้วยการเลือกวัตถุดิบดี เป็น essential oil จากธรรมชาติแท้ แล้วนำมาผสมกลิ่นให้เข้ากับบ้านเราหรือในภูมิภาคเอเชีย ถ้าเราทำของดี คนซื้อไปใช้ เขาก็กลับมาซื้ออีก โดยบอกต่อจากปากต่อปาก ทำให้ลูกค้าเรามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ”

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ โต บอกว่า โคตรเหนื่อย! เลย แต่การทำงานที่ตนเองรักและชื่นชอบ จึงกัดฟันสู้ ความเหนื่อยและความท้อต่างๆ ส่วนการทำงานนอกจากจะเรียนรู้แบบลองผิดลองถูกแล้ว คำติชมของลูกค้า ก็เป็นเหมือนของ ขวัญในชีวิต หากเขามีความสุข เราก็มีความสุขด้วย แต่ถ้ามีคำติ เราก็รับมาพัฒนา ให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ และที่ ภูมิใจมากที่สุดคือ พ่อแม่ (ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) ได้เห็นความสำเร็จของตนเองในวันนี้...นับเป็นความสำเร็จที่มาจากฝีมือล้วนๆ.