วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแท็กซี่ อ้างป่วยกินยาแล้วเบลอ ทิ้ง 2 สาวผู้ดีในปั๊ม เชิดกระเป๋าเงิน

ตร.ทท.โดยสารวัตรโจ้ สืบศักดิ์ ผันสืบ อดีตนักตะกร้อทีมชาติร่วมกับ ภ.นครปฐม รวบโชเฟอร์แท็กซี่ทิ้ง 2 สาวอังกฤษ ขณะเข้าห้องน้ำปั๊ม เชิดเงินไปด้วย อ้างป่วยกินยาแล้วเบลอ ลืมว่ามีผู้โดยสาร ‘บิ๊กโจ๊ก’ ยืนยันเอาผิดแม้ผู้เสียหายกลับประเทศไปแล้ว...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 ม.ค.61 ที่ สภ.เมืองนครปฐม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.กิตติพงษ์ คล้ายแก้ว ผกก.1 บก.ทท.3 พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก. สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ สว.ส.ทท.1 กาญจนบุรี พร้อมชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่สถานทูตจากประเทศอังกฤษ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัว นายสัญญา งามสิมะ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 415 พระรามที่ 2 ซอย 43 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐมที่ จ.34/2561 ลงวันที่ 21 ม.ค. 61 ในข้อกล่าวหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น พร้อมของกลางเงินสดจำนวน 4,000 บาท เงินสดสกุลยูเอสดอลลาร์ จำนวน 300 ดอลลาร์ บัตรเครดิต 4 ใบ และหนังสือเดินทาง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เผยถึงพฤติกรรมในการจับกุมครั้งนี้ว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.61 เวลา 14.50 น. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุ 1155 โดย สภ.เมืองนครปฐม แจ้งมายังศูนย์ว่า มีผู้โดยสารหญิง 2 คน เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ชื่อนางสาวลูซินดา เอ็มม่ามอร์ ชาวอังกฤษ และ นางสาวชาลอต เอพิล เบอตันบาเกอร์ เดินทางมาจากถนนข้าวสาร กทม. ว่าจ้างแท็กซี่มาท่องเที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก ขากลับเมื่อมาถึงปั๊มแก๊ส ปตท. NGV ต.พระประโทน อ.เมืองนครปฐม ให้แท็กซี่จอดรถลงเข้าห้องน้ำและสูบบุหรี่ ทิ้งทรัพย์สินอยู่ในกระเป๋าสะพายไว้ในรถ แล้วถูกแท็กซี่ทิ้ง และเชิดเอาทรัพย์สินไปหมด โดยในกระเป๋ามีธนบัตรไทย 4,000 บาท ธนบัตรสกุลยูเอสดอลลาร์ 300 ยูเอส บัตรเครดิต 4 ใบ และหนังสือเดินทาง ขอให้ตำรวจช่วยสกัดจับด้วย แต่ในวันดังกล่าวตรวจสอบแล้วไม่พบ

จากนั้นได้ประสานงานมาที่ พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ตรวจสอบผู้เห็นเหตุการณ์และตรวจดูจากกล้องวงจรปิดของปั๊ม ซึ่งมีการจับภาพได้ว่าเป็นรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ 2742 กรุงเทพมหานคร เมื่อตรวจสอบจากสหกรณ์รถแท็กซี่ต่างๆ ไม่พบ จึงตรวจสอบไปยังกรมการขนส่ง ทราบว่าเป็นแท็กซี่ส่วนบุคคล มี นายสัญญา งามสิมะ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 415 พระรามที่ 2 ซอย 43 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. เป็นผู้ครอบครอง จึงมอบหมายให้ พ.ต.ท.สืบศักดิ์ ผันสืบ สว.ส.ทท.1 กาญจนบุรี ประสานงานกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม ออกตามล่าตัวที่บ้านแต่ไม่พบ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 ม.ค.61 เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดติดตามจับกุมก็พบรถแท็กซี่คันดังกล่าวจอดอยู่ที่หน้าบ้านพัก เลขที่ 511 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกองน้อย กทม. ซึ่งนายสัญญา งามสิมะ คนขับแท็กซี่มาเช่าอยู่ จึงแสดงตัวพร้อมนำหมายจับแสดง และควบคุมตัวมาสอบสวน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังเผยอีกว่า ในการสอบสวน นายสัญญาให้การรับสารภาพว่าเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปจริง เพราะมีอาการเบลอและเป็นโรคเครียด รักษาอาการมาแล้วร่วม 10 ปี ต้องกินยาตลอด วันนั้นมีอาการเครียดมากเลยเบลอ จึงทิ้งผู้โดยสารเพราะมึน จำไม่ได้ว่ามีผู้โดยสารมาด้วย และทรัพย์สินทั้งหมดที่อยู่ในกระเป๋าก็ไม่ได้นำไปใช้อะไร ยังอยู่ครบ แต่ในวันนี้ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาแถลงร่วมได้ ส่วนผู้เสียหายหญิงชาวอังกฤษทั้ง 2 คน นั้นไม่ติดใจเอาความ เพราะได้จองตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้าจะต้องเดินทางกลับอังกฤษในวันที่ 22 ม.ค.61 เวลา 10.00 น.

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อมีเหตุเกิดขึ้นแล้ว ตำรวจต้องดำเนินการ เพราะภาพพจน์ในสายตาของต่างชาติเมื่อเป็นข่าวทางเฟซบุ๊กไปแล้วและมีการแชร์ไปทั่ว ทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง จึงต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับแท็กซี่ทั่วไป ขณะนี้ตำรวจได้ตั้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ และเอาไปเสียซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย และทรัพย์สินต่างๆ ที่พบนั้นจะมอบให้กับสถานทูตฯ  นำส่งกลับคืนเจ้าของต่อไป.