วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวั่นว่างงานพุ่ง!! เอกชน จี้รัฐทบทวนปรับค่าจ้าง ย้ำกระทบ 35 จังหวัด

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ทำหนังสือถึงบิ๊กตู่ จี้ทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ให้เป็นไปตาม ก.ม.และสภาพความเป็นจริง ย้ำกระทบ 35 จังหวัด พร้อมชงข้อเสนอ 7 ข้อ หวั่นสุ่มเสี่ยงคนว่างงานพุ่ง...

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า กกร.ทำหนังสืออย่างเป็นทางการส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอเสนอให้รัฐบาลทบทวนมติอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ได้มีมติออกมาจากที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างแรงงานกลางเมื่อวันที่ 17 ม.ค.61 ให้เป็นไปตามมติคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด และให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายตามมาตรา 87 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 โดยต้องการให้พิจารณาตามความเป็นจริงและตามหลักกฎหมาย

ทั้งนี้ ได้สอบถามความคิดเห็นสมาชิกแต่ละจังหวัด พบว่า การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2561 ได้ปรับขึ้นเกินกว่าที่คณะอนุกรรมการจังหวัดนำเสนอคณะกรรมการค่าจ้าง คิดเป็น 92% ของจังหวัดทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มจังหวัด 35 จังหวัดที่คณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไม่ได้เสนอให้มีการปรับขึ้นค่าจ้าง เช่น จ.ระยอง ซึ่งคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดระยอง มีมติคงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้เท่ากับอัตราเดิมในปี 60 ที่ 308 บาทต่อวัน แต่ประกาศอัตราค่าจ้าง ปี 61 ได้กำหนดให้ปรับขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยคาดว่าจะทำให้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในภาคเกษตร, ภาคบริการ และผู้ประกอบการ SMEs โดยทั่วไป

นอกจากนี้ได้รวบรวมความเห็น 7 ข้อ จากผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 1. การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ได้มีการดำเนินการแล้วเมื่อ 1 ม.ค. 2560 2. การปรับค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจความเป็นจริงของแต่ละจังหวัด และไม่เป็นไปตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัด อีกทั้ง ไม่เป็นไปตามการคำนวณดัชนีทางเศรษฐกิจที่ระบุไว้ตามมาตรา 87 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 3. การปรับค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าจ้างแรงงานและการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเกษตร ภาคบริการ และ SMEs เนื่องจากต้นทุนค่าจ้างแรงงานและการผลิตเพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวได้ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการเร่งให้มีอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น จากการที่ผู้ประกอบการนำเครื่องจักรและเทคโนโลยีมาทดแทนแรงงาน

4. การปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่เกินพื้นฐานสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและสังคม จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศในภาพรวม รวมทั้ง ค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นตาม จะส่งผลกระทบต่อประชาชน 5. กกร. สนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาและยกระดับฝีมือแรงงาน เพื่อมุ่งสู่การลอยตัวของค่าจ้างในที่สุด 6. ในการปรับค่าจ้างครั้งนี้ กกร. มีความเป็นห่วงภาคเกษตร ภาคบริการ และ SMEs จึงขอให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือโดยเร่งด่วน และ 7. ภาครัฐควรดำเนินโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานอย่างจริงจังและเร่งด่วน โดยให้เอกชนที่มีความพร้อมมีส่วนร่วม

ด้านนายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ยกตัวอย่างการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริง เช่น จ.ระยอง ที่มีการเสนอปรับขึ้นสูงสุดที่ 22 บาทต่อวัน จากเดิม 308 บาทต่อวัน เป็น 330 บาทต่อวัน มองว่าแม้จ.ระยอง อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ยังเป็นเพียงโครงการในอนาคต ซึ่งปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง การปรับขึ้นในอัตราดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อย และตั้งข้อสังเกตอยู่บนพื้นฐานอะไรในการปรับขึ้นไปถึง 22 บาทต่อวัน

ขณะที่นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำใน จ.ระนอง ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวในระดับสูง และมีแรงงานไทยอยู่เพียงไม่ถึง 10% อาจจะไม่สอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะจังหวัดระนองไม่ได้มีภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่กลับปรับขึ้นค่าจ้างเพิ่มอีกวันละ 10 บาท เป็น 310 บาทต่อวัน เช่นเดียว กับ จ.อุตรดิตถ์ จ.พะเยา มีประชากรไม่มาก ไม่มีภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคเกษตร ซึ่งการพิจารณาไม่ได้สอดคล้องตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เชื่อว่าแรงงานจะตกงานมากขึ้น.

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ทำหนังสือถึงบิ๊กตู่ จี้ทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ให้เป็นไปตาม ก.ม.และสภาพความเป็นจริง ย้ำกระทบ 35 จังหวัด พร้อมชงข้อเสนอ 7 ข้อ หวั่นสุ่มเสี่ยงคนว่างงานพุ่ง... 23 ม.ค. 2561 14:14 23 ม.ค. 2561 14:47 ไทยรัฐ