วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลายทางระวังจะจบไม่สวย

ดัชนีชี้ชะตา ขาลงรัฐบาล

“กรุงเทพโพล” สำรวจความเห็นของประชาชนเป็นตัวเลขที่ออกมาทางลบเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะด้านความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.

จากที่มีคะแนนสูงมาตลอด ปรากฏล่าสุดเหลือแค่ร้อยละ 36 เท่านั้น ลดลงมาจากเมื่อเดือน พ.ค. ปี 60 ถึงร้อยละ 16
ความต้องการนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งร้อยละ 70 นายกฯ คนนอกแค่ร้อยละ 29

เหล่านี้เป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธได้ เพราะเป็นความเห็นของประชาชนในห้วงเวลาที่ต่างกัน ทำนองว่ายิ่งอยู่นานยิ่งแย่ลง

เป็น “ขาลง” ตามสภาวะวิสัย...

ก็คงต้องตั้งคำถามแหละว่า...เหตุมันเพราะอะไร? เอาแค่ 2 ประเด็น ก็น่าจะเป็นเหตุเป็นผลที่ทำให้น้ำตกลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน แต่หัวใจอ่อนๆ จะให้ทำยังไงดีล่ะ

1. ความไม่น่าเชื่อถือจากคำพูดอย่างที่ฝ่ายการเมืองเรียกขานว่า “โมฆบุรุษ” หมายถึงพูดอย่างทำอย่าง ให้สัญญาอย่างนั้น แต่ไม่ทำตามสัญญาที่สาธารณชนรับรู้กันดี

จะเรียกมันว่า “กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้” ก็น่าจะอยู่ในบรรทัดฐานนั้นๆ

2. ต้องยกเอาคำของอดีตประธานาธิบดีจีน “เติ้ง เสี่ยวผิง” ว่าเอาไว้ว่า “อย่าเอาประโยชน์ชาติตอบแทนบุญคุณส่วนตัว”
พล.อ.ประยุทธ์กระทำตรงกันข้าม เมื่อ 2 อย่างมารวมกันก็ถึงซึ่งความเสื่อมทันที

2 เรื่องนี้น่าจะเรียกว่าเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้ความนิยมลดลงอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพราะโพลมุ่งหวังโจมตีแต่อย่างใด เป็นความรู้สึกของประชาชนที่รับรู้ได้ด้วยตนเอง

กรณีการแก้ไขกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ กมธ. มีการแก้ไขจากร่างเดิมด้วยการขยายเวลาบังคับใช้หลังประกาศราชกิจจานุเบกษาออกไป 90 วัน

รัฐบาลอย่าได้ปฏิเสธว่า “ไม่มีใบสั่ง”...เพราะเหตุที่ กมธ. ทำอย่างนั้นใครได้ประโยชน์จากการนี้มากที่สุด

ก็คือรัฐบาล คสช. เพราะเมื่อขยายเวลาออกก็ยิ่งได้เปรียบ

ถามต่ออีกว่า สนช.นั้นผู้มีอำนาจสั่งได้หรือเปล่า ขนาดว่าสั่งให้ล้มร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “บวรศักดิ์” ก็ยังทำมาแล้วให้ปรากฏ

คำตอบนี้ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธาน กรธ. ถึงกับควันออกหู พูดสั้นๆ แต่เข้าใจง่ายว่า “เขาอยากอยู่ต่อ”

นายกฯบอกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. ปี 61 คือ ปลายปีนี้ แต่เมื่อขบวนการทำกฎหมายของ คสช. ภายใต้สีเสื้อ สนช. แปลงกฎหมายให้อยู่ยาวออกไป เป็นการตอบสนอง คสช. ใช่หรือไม่?

ความเชื่อถือที่มีต่อนายกฯก็หมดไปทันควัน...

ผู้คนล้วนนิยมชมชอบ “นายกฯลุงตู่” เพราะมีของดีหลายๆ อย่างถึงขนาดต้องการให้เป็นนายกฯนานๆ 1 ในข้อดีนั้นคือความซื่อสัตย์สุจริต

ด้วยแนวทางที่เข้ามาระบุว่าต้องการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน มีการทำกฎหมายในการ “ปราบโกง” ซึ่งเป็นสมญาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

แต่ครั้นมาเจอ “นาฬิกาพี่ใหญ่” กลับไม่กล้าตัดสินใจอย่างใด อย่างหนึ่งแถมพูดจาทำนองให้กำลังใจพร้อมปกป้องด้วยซ้ำไป

นั่นแหละคือปัญหา ยิ่งปล่อยยาวก็ยิ่งหนักขึ้นทุกวันถึงขณะนี้มีการเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แสดงความรับผิดชอบด้วยการ “ลาออก”

อย่างน้อยก็ช่วยให้ “น้องตู่” ทุเลาอาการได้บ้าง เพราะคาราคาซังแบบนี้ยิ่งทำให้เกิดปัญหาหนักเข้าไปทุกทีจนเป็นจุดอ่อนถูกโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน

ดูจากอาการแล้วดีไม่ดี...อาจจะไปกันทั้งพวงก็ได้ อย่าทำเป็นเล่นไป.


“สายล่อฟ้า”

ดัชนีชี้ชะตา ขาลงรัฐบาล “กรุงเทพโพล” สำรวจความเห็นของประชาชนเป็นตัวเลขที่ออกมาทางลบเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะด้านความนิยมในตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. 23 ม.ค. 2561 11:14