วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหกรรมเลิกราตั้งแต่ต้นปี

ผ่านปีใหม่มาไม่นานก็เกิดข่าวในวงการบันเทิงมากมาย ที่ต้องขึ้นหน้าหนึ่งกันไม่เว้นวัน เล่นเอานักข่าวบันเทิงหอบลิ้นห้อยเพราะต้องวิ่งไปสัมภาษณ์คนนั้นทีคนนี้ที พอมีข่าวดาราคนนี้เลิกกับนักฟุตบอลคนนั้น ยังไม่ทันข้ามวันก็มีการแฉของนักร้องลูกทุ่งสาวกับสามีที่เพิ่งแต่งงานกันไปสองปี มีเรื่องให้เม้าท์ให้ตามหาความจริงถามหาเหตุผลตนเองในโลกโซเชียลในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ยังไม่ทันจะได้เม้าท์เรื่องของสองคู่ที่แล้วก็มีอีกคู่หนึ่งที่เป็นดาราและรู้จักคบหาตั้งแต่เด็กออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าเลิกกันอีกคู่ จนมีคนคอมเมนต์ว่าความรักดาราและคนในวงการบันเทิงมักไม่ยั่งยืน

บุ๋มว่ามันเป็นมุมมองของคนในยุคโซเชียลมากกว่าเพราะเมื่อดาราหรือคนดังคบหาแล้วเลิกรากับใคร ก็มักมีการเขียนข้อความหรือโพสต์รูปที่แสดงความรู้สึกหรือบอกเป็นนัยว่าความรักถึงจุดสุดท้ายแล้วและโลกโซเชียลก็กระหน่ำแชร์ รวมถึงแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนนักข่าวก็ตามล่าหาความจริงเพื่อฟังจากปากของเจ้าตัว แต่ถ้าตามหาเจ้าตัวไม่ได้ ก็จะไปกดดันที่ผู้จัดการหรือไม่พ่อแม่ของคนดังคนนั้น ประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากก็คือเรื่องของพ่อแม่ไม่ปลื้ม ซึ่งถ้าเป็นเรื่องความรักแล้วเมื่อมันไม่ใช่เรื่องของคนสองคนและมักจะต้องรับฟังรวมทั้งเชื่อฟังความคิดเห็นของคนอื่นด้วยย่อมมีผลกับความรักอย่างแน่นอน ในสังคมไทยเป็นสังคมแห่งความกตัญญู เชื่อฟังพ่อแม่เพราะถ้าไม่ทำตามก็ต้องโดนมองว่าตาบอดกับความรักและอกตัญญู แต่ถ้าเชื่อฟังพ่อแม่ก็จะโดนกล่าวหาว่าไม่แมน ไม่เป็นลูกผู้ชาย ไม่ชัดเจน เข้มแข็งไม่พอ ต่างๆนานา พอมาลองคิดว่าถ้าเป็นตัวเองจะทำอย่างไรเราก็คงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และคงทุกข์ทรมานหัวใจมากเช่นกัน ส่วนถ้าตัวเราเป็นอีกฝ่ายหนึ่งแล้วถ้าเห็นคนรักของเราอกตัญญูกับพ่อแม่ ไม่รักไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เราก็คงไม่รักคนๆ นี้ เพราะขนาดพ่อแม่เค้ายังไม่รักแล้วเค้าจะมารักเราได้อย่างไร บอกตามตรงว่าพูดยากจริงๆ เห็นใจทั้งสองฝ่าย และเชื่อว่าพ่อแม่ของแต่ละฝ่ายก็คงรักลูกตัวเองและหวังดีกับลูกตัวเองมากที่สุด บ่อยครั้งที่ในชีวิตคู่ของเราเราอาจจะเจอคนที่ดีหรือคนที่ใช่แต่ไม่ใช่ในเวลาที่เหมาะสมก็ทำให้ไปกันไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดก็ทำได้แค่เป็นเพื่อนที่ดีกันต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นประเด็นคือเรื่องของเงิน เมื่อคนรักกันที่มาทำธุรกิจด้วยกันมันย่อมมีเรื่องผิดใจกันได้ง่าย ยิ่งถ้าทำธุรกิจไม่สำเร็จก็ยิ่งคุยกันยากขึ้น เพราะคนเรามีมุมมองหรือความรู้ในเรื่องของการทำธุรกิจที่ต่างกัน การแก้ไขปัญหาหรือการตัดสินใจก็ย่อมต่างกัน นอกเหนือจากเรื่องของธุรกิจแล้ว ยังมีเรื่องของค่าสินสอดที่เป็นประเด็น จะกี่สิบล้านก็ตาม หลายคนคงมองว่าทำไมดาราเรียกเงินเยอะจัง ถ้ามีการเรียกค่าสินสอดกันจริงเค้าก็คงมองว่าเพื่อความเหมาะสมของชื่อเสียงและหน้าตาในสังคม ยิ่งถ้าเป็นกลุ่มเพื่อนไฮโซจะมาเรียกหลักแสนสองแสนคงไม่ใช่ ขอบอกตามตรงว่าเท่าที่รู้มาบางคู่ก็ไม่ได้เงินเยอะขนาดนั้นแต่เพื่อหน้าตาของผู้ชายและผู้หญิงก็เลยเอาเงินมากองแล้วค่อยไปคืนกันก็มี แต่นั่นก็ถือว่าเป็นข้อตกลงทั้งสองฝ่ายเพื่อความสบายใจของทุกคน ก็ไม่ผิดอะไร แต่แน่นอนเมื่อดารามีการประกาศแต่งงานคำถามแรกที่โดนถามก็คือเงินสินสอดเท่าไหร่ มันเหมือนเป็นเรื่องของหน้าตาละมั้งคะ ส่วนตัวคุณเรียกเงินนั่นก็คือพ่อแม่ของฝ่ายหญิง คงมองว่าลูกสาวที่เป็นดาราเป็นคนทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัว เมื่อแต่งงานไปแล้วย่อมเป็นการเสียโอกาสของการทำงาน ดังนั้นเมื่อจะแต่งงานไปก็ขอให้คุ้มกับสิ่งที่จะเสียไปหรืออนาคตที่สดใสจะไม่ได้กลับมาโลดแล่นในวงการบันเทิงอีก ซึ่งถ้ามองในจุดนั้นก็ไม่ผิดเพราะมันเท่ากับความเสี่ยงและความนิยมที่หายไป ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีดาราสาวหลายคนหลังแต่งงานแล้วก็ต้องห่างหายไป หรือถ้ากลับมาได้ก็ไม่สามารถกลับมาเป็นอันดับต้นๆ ของวงการบันเทิงได้อีก ดังนั้นการที่จะเรียกค่าสินสอดเพื่อให้คุ้มกับสิ่งที่ครอบครัวของดาราสาวจะสูญเสียไปมันก็เป็นไปได้ เพราะดาราสาวคนนั้นอาจจะเป็นเสาหลักของครอบครัว หลายคนอาจจะมองว่าสิ่งที่บุ๋มกำลังพูดตอนนี้เหมือนหน้าเงิน แต่ถ้าคุณลองมองย้อนกลับว่าเป็นลูกสาวของคุณเอง และครอบครัวก็ยากจนมาก่อน สักวันหนึ่งลูกสาวเรากลับโด่งดังหาเงินทองเข้าบ้านได้คุณจะยอมให้ลูกไปสู่ชีวิตใหม่ และทิ้งครอบครัวไปหางานใหม่กันทั้งหมดเลยจริงหรือ บางทีแม่ดาราก็แก่แล้วจะให้ไปหางานอะไร ถ้าลูกแต่งงานกับคนรวยก็แล้วไปแต่คนรวยนั้นก็ต้องดูแลตัวเราได้ด้วยมันไม่ผิดอะไรใช่ไหมที่จะมองถึงความจริงในชีวิต

อย่างเมื่อปลายปีก่อนที่มีการเลิกรากันระหว่างไฮโซและดาราสาวคนหนึ่ง ก็เห็นใจทั้งสองฝ่าย ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลแต่คุณก็ต้องเข้าใจก่อนว่าดาราที่เป็นดารามาตั้งแต่เด็กจู่ๆ จะให้หันไปทำธุรกิจมันไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้ตอนที่ทำงานในวงการบันเทิงจะเก่งทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงร้องเพลงเต้นรำ มันก็ใช่ว่าจะต้องมาถนัดในเรื่องธุรกิจกันทุกคน แต่นี่ก็เป็นแค่มุมมองจากคนนอกเหตุผลทั้งหมดเราคงไม่ทราบ รู้เพียงแต่ว่ายังไงน้องเค้าก็คงต้องกลับมาทำในสิ่งที่เขาถนัดที่สุดเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวต่อไป

บุ๋มคิดว่าชีวิตรักของดาราน่าจะมีประเด็นและสีสันเรื่องคนรอบข้างมากกว่าวงการอื่น เพราะไม่ว่าจะเป็นแค่แฟนหรือแต่งงานกัน คบกันก็เป็นข่าว เลิกกันคนก็ยิ่งสนใจ บางคนถึงขนาดพูดว่าดาราแฟนเยอะ ลองหันไปถามเพื่อนที่หน้าตาดีที่ไม่ใช่ดาราดูสิคบมาแล้วกี่คน น่าจะมากกว่าดาราด้วยซ้ำ เพียงแต่ดาราเป็นคนที่คนอื่นๆ ให้ความสนใจ ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรหรือมีแฟนใหม่ก็จะมีสกู๊ปข่าวรวบรวมคนเก่ามาให้ตอกย้ำอีกด้วย นี่แหละค่ะชีวิตคนดัง ดูเพื่อเป็นความสนุกและสีสันในชีวิตแต่อย่าเอามาจริงจังจนด่ากันสนุกปากหรือหยาบคายจนเกินไปทั้งที่ไม่รู้ความจริง เพราะไม่มีใครไม่อยากมีความสุขในชีวิตรักค่ะ จริงไหมคะ?

บุ๋ม ปนัดดา

ผ่านปีใหม่มาไม่นานก็เกิดข่าวในวงการบันเทิงมากมาย ที่ต้องขึ้นหน้าหนึ่งกันไม่เว้นวัน เล่นเอานักข่าวบันเทิงหอบลิ้นห้อยเพราะต้องวิ่งไปสัมภาษณ์คนนั้นทีคนนี้ที พอมีข่าวดาราคนนี้เลิกกับนักฟุตบอลคนนั้น 23 ม.ค. 2561 10:00 27 ม.ค. 2561 14:18 ไทยรัฐ