วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปมหักแก๊งยา 2ยิวโหดฆ่าอริ ไล่ชนที่เกาะสมุยกะซวกซ้ำจนตาย จนมุมดอนเมือง

2 นักฆ่าชาวอิสราเอล ก่อเหตุบ้าบิ่นท้ากฎหมาย ขับรถไล่ชนเหยื่อบนเกาะสมุยกลางวันแสกๆ แล้วตามลงไปแทงจนเสียชีวิต ถูกตำรวจล็อกตัวได้ทันควันที่สนามบินดอนเมือง เปิดปากรับสารภาพแล้ว มีเรื่องกับเหยื่อที่ประเทศอิสราเอลมาก่อน มาเจอที่เมืองไทยตามสะกดรอยจนสบโอกาสขับรถไล่ชน แล้วตามลงไปแทงจนเสียชีวิต ชุดสืบสวนเข้มใช้ “อรินทราช 26” คุมขึ้นเครื่องบินตำรวจไปส่งถึงเกาะ สมุย สถานทูตให้ข้อมูล ทั้งเหยื่อและผู้ต้องหาอยู่แก๊งมาเฟียใหญ่ มีอิทธิพลอยู่ในประเทศอิสราเอลคนละแก๊ง มีเรื่องฆ่ากันจนติดคุกมาแล้ว หลังพ้นโทษหนีมาอยู่เมืองไทยกับเมียแต่ไม่รอด โดนตามมาฆ่าอย่างเหี้ยมโหด ชมชุดสืบสวนทำงานเร็วจนคนร้ายหนีออกนอกประเทศไม่ทัน เผยหลักฐานแน่น ทั้งมีด เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และพยานเจ้าของรถเช่าที่ชี้รูปยืนยัน เร่งตรวจหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มัด 2คนร้าย ปี 61 รัฐบาลตีปี๊บพุ่งเป้าจับตากลุ่มมาเฟียต่างชาติ

กรณีคนร้ายชาวอิสราเอล 2 คนก่อเหตุสะเทือนขวัญขับรถฮอนด้า ซีอาร์วี สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กฉ 1707 อุตรดิตถ์ ไล่ชนนายมาออ มาลิล อายุ 34 ปี และ น.ส.ราเชล โอซานา อายุ 31 ปี สามีภรรยาชาวอิสราเอล ขณะขี่รถ จยย.อยู่บนถนนหน้าโรงพยาบาลสมุยอินเตอร์เนชั่นแนล หมู่ 2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อรถ จยย.ของเหยื่อล้มได้รับบาดเจ็บ 1 ใน 2 คนร้ายยังตามลงมาใช้มีดแทงนายมาออจนเสียชีวิต หลังจากนั้นคนร้ายทั้ง 2 คนขับรถไปจอดทิ้งไว้หน้าวิทยาลัยนานาชาติเกาะสมุย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 3 กม. หลังเกิดเหตุตำรวจ สภ.บ่อผุด ออกหมายสกัดคนร้าย จนตำรวจ ตม.ดอนเมืองสามารถควบคุมตัวนายซัวเรซ โดเลฟ อายุ 24 ปี และนายโบคัล อียาล อายุ 26 ปี
2 ผู้ต้องสงสัยไว้ได้ หลังจากโดยสารเครื่องบินจากเกาะสมุยมาลงที่ท่าอากาศยานดอนเมือง และกำลังจะต่อเครื่องบินหนีออกนอกประเทศตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากสถานีตำรวจท่องเที่ยวสนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 22 ม.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.สตม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ทท.3 บช.ทท.เดินทางมาสอบปากคำนายซัวเรซ โดเลฟ และนายโบคัล อียาล 2 ผู้ต้องหา หลังจากนั้น พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน เปิดเผยว่า คดีนี้อุกอาจโหดเหี้ยม หลังเกิดเหตุสั่งการให้ติดตามจับให้หมดทั้งเครือข่าย หลังเกิดเหตุบูรณาการระหว่างตำรวจพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 8 บช.สตม.และตำรวจท่องเที่ยว จนสามารถตามจับกุมได้ ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ทำงานอย่างรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวไทย

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีพฤติกรรมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติสั่งการให้ปิดล้อมเกาะสมุย มีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภาค 8 ร่วมสืบค้นข้อมูล 2 คนร้ายกระทั่งจับกุมตัวได้ จากการประสานกับสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้วางแผนติดตามผู้เสียชีวิตมา ผู้ต้องหาเดินทางมาจากประเทศอิสราเอลเมื่อวันที่ 11 ม.ค.มาอยู่เกาะสมุย เมื่อสบโอกาสจึงลงมือ ตำรวจเราทำงานไม่ถึง 5 ชม.จับคนร้ายได้ทั้ง 2 คน ระหว่างเดินทางด้วยสายการบินจากเกาะสมุยมาสนามบินดอนเมือง

“ขณะนี้หมายจับของศาลออกแล้ว แม้ผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่ก็ตาม เรามีหลักฐานจากการตรวจค้นที่พัก พบอาวุธมีด วัตถุพยานเสื้อผ้าชุดที่ใช้ก่อเหตุ ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วมือแล้ว นอกจากนี้ สถานทูตอิสราเอลให้ข้อมูลอีกว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเคยทำร้ายตำรวจอิสราเอลมาแล้ว ผู้เสียหายและผู้ต้องหาอยู่คนละกลุ่มคือ กลุ่มโอมี่ ซาเร็ต และกลุ่มบรัส บรุเคล เป็นกลุ่มมาเฟียอันดับต้นๆของอิสราเอล โดยเฉพาะผู้ต้องหาเคยต้องคดียาเสพติดมาก่อน” รอง ผบช.ทท.กล่าว

ส่วน พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง กล่าวว่า สาเหตุการสังหารกันนั้น เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเมื่อครั้งอยู่ประเทศอิสราเอล เคยใช้อาวุธปืนยิงกลุ่มของผู้ต้องหา ต่อมาถูกตำรวจจับ ศาลอิสราเอลสั่งจำคุกเป็นเวลา 20 เดือน เมื่อพ้นโทษผู้เสียชีวิตเดินทางมาเมืองไทย ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนตามมาแก้แค้น ตำรวจยอมไม่ได้ที่ใครมาทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ต้องจัดการอย่างเร่งด่วน ต่อจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปขึ้นเครื่องบินตำรวจเดินทางไปยังเกาะสมุยที่เกิดเหตุเพื่อดำเนินคดี โดยมีชุดอรินทราช 26 ตามประกบไปด้วย

มีรายงานว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุบนเกาะสมุย แต่ตำรวจตรวจสอบไปยังสถานทูตอิสราเอลได้รับการแจ้งว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 กลุ่มคือ กลุ่มโอมี่ ซาเร็ตและกลุ่มบรัส บรุเคล เป็นกลุ่มมาเฟียอันดับต้นๆ มีอิทธิพลในประเทศอิสราเอล คนร้ายเป็นคนละกลุ่มกับผู้ตาย คาดว่าเป็นการเอาคืนเนื่องจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า พี่ชายผู้ตายเคยก่อเหตุไล่ทำร้ายกลุ่มผู้ต้องหาลักษณะเดียวกันคือ ขับรถไล่ชนและตามลงมายิงจนเสียชีวิตมาก่อนที่อิสราเอล ผู้ต้องหาจึงตามมาเอาคืน ผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.ยื่นขอวีซ่าระยะเวลา 30 วัน เข้าข่ายเป็นกลุ่มทีมสังหารรับจ้างมาเอาคืนคู่อริฝั่งตรงข้าม

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างรวดเร็ว ทั้งการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิด จนติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด สอดคล้องกับนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนด้วยความรวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย หากมีคดีเกิดขึ้นต้องจับกุมผู้ต้องหาได้ทุกคดี เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย ให้พี่น้องประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.พร้อมกำลังหน่วยอรินทราช 26 คุมตัวนายซัวเรซ โดเลฟ กับนายโบคัล อียาล 2 ผู้ต้องหาสัญชาติอิสราเอล ข้อหาร่วมกันฆ่านายมาออ มาลิล และพยายามฆ่า น.ส.ราเชล โอซานา สามีภรรยาชาวอิสราเอล เดินทางมายัง สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากศาลจังหวัดเกาะสมุยอนุมัติหมายจับผู้ต้องทั้ง 2 คนไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดตลอดเวลา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเผยว่า ผู้ต้องหายอมรับว่ามีความขัดแย้งกับผู้ตายมาก่อนที่ประเทศอิสราเอล กระทั่งเดินทางมาเจอผู้ตายที่เกาะสมุย จึงร่วมกันวางแผนลงมือฆ่าโดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขับรถสะกดรอยตามผู้เสียชีวิตมาก่อนหน้านี้ ก่อนสบโอกาสลงมือก่อเหตุ หลังลงมือหลบหนีออกจากเกาะสมุยเพื่อกลับประเทศจนถูกจับที่ดอนเมือง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหน่วยงานในประเทศอิสราเอล ให้รายละเอียดถึงความขัดแย้งของผู้ต้องหาและผู้ตาย ส่วนการขอหมายจับพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ รถยนต์ฮอนด้าซีอาร์วีที่เช่ามาพร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอภายในรถ รวมทั้งพยานเจ้าของรถเช่ามาประกอบจนได้หมายจับ

รอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะสอบสวนเพิ่มเติมด้วยว่า การลงมือก่อเหตุครั้งนี้ มีใครหรือชาวอิสราเอลในพื้นที่ อ.เกาะสมุย เกี่ยวข้องบ้างหรือไม่ หากมีส่วนเกี่ยวข้องต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน ส่วนกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นกลุ่มอิทธิพลหรือกลุ่มมาเฟีย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวและผู้ที่มาประกอบกิจการ ในเรื่องนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญและตรวจสอบการเดินทางเข้ามาของกลุ่มชาวต่างชาติอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะมาท่องเที่ยวหรือประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อการท่องเที่ยว แต่ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นต้องเร่งจับกุมดำเนินคดีให้ได้

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์–สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ขอบคุณทุกหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงที่ร่วมกันเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้สังคม ตามนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทุกพื้นที่ทั่วประเทศของรัฐบาล ปี 60 มีผลการจับกุมผู้กระทำผิดรายใหญ่และยึดของกลางได้จำนวนมาก พล.อ.ประวิตรจึงเน้นย้ำเป็นนโยบายในปี 61 ให้ทุกหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทำงานร่วมกันใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งระดับพื้นที่ภาคและจังหวัด ขยายฐานงานข่าวร่วมกับภาคประชาชน พร้อมทั้งพิสูจน์ทราบและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่เลือกปฏิบัติ เน้นความเชื่อมโยงเครือข่ายให้ถึงผู้ที่มีอิทธิพลรายใหญ่ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธสงคราม การค้ามนุษย์ การบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มการจับตาใกล้ชิดกลุ่มอิทธิพลที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคง ต้องติดตามบังคับใช้กฎหมายเข้มกับชาวต่างชาติที่ยังคงค้างอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) กว่า 40,000 คน พร้อมย้ำว่าทุกส่วนราชการต้องดูแลไม่ให้มีข้าราชการทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลหรือเข้าไปเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด

พล.ท.คงชีพกล่าวต่อว่า ภาพรวมปี 60 ฝ่ายความมั่นคงร่วมกันกวาดล้างจับกุมเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลรายใหญ่ได้มากขึ้น จากข้อมูลประชาชนที่ให้ความร่วมมือและเชื่อมั่นถึงความจริงจังของรัฐบาล โดยเฉพาะการดำเนินการกับเครือข่ายกลุ่มอิทธิพลต่างชาติ ที่เข้ามาก่ออาชญากรรมข้ามชาติ มีผลกระทบความเชื่อมั่นและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในรูปแบบต่างๆ ทั้งการทำบัตรเครดิตปลอม การจัดทำพาสปอร์ตปลอมเพื่อนำเข้ากลุ่มอาชญากรข้ามชาติ การหลอกลวงโอนเงินไปต่างประเทศ เป็นต้น

“สำหรับกลุ่มอิทธิพลยาเสพติด สามารถจับกุมผู้ค้ารายใหญ่และยึดยาเสพติดได้เพิ่มขึ้นจากปี 59 กว่าเท่าตัว เป็นยาบ้ากว่า 215 ล้านเม็ด เฮโรอีน 376 กก. โดยเฉพาะยาไอซ์ยึดเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า กว่า 5,000 กก. นอกจากนั้นยังดำเนินการต่อเป้าหมายกลุ่มอิทธิพลมือปืนรับจ้างและการค้าอาวุธสงคราม เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความรุนแรงทางสังคมที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ครอบครองอาวุธปืนและวัตถุระเบิดทั่วประเทศกว่า 25,000 ราย