วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุม 2 อิสราเอลไป สภ.บ่อผุด สอบเข้มคดีร่วมกันฆ่าคนชาติเดียวกันที่สมุย

คุม 2 อิสราเอลไป สภ.บ่อผุด สอบเข้มคดีร่วมกันฆ่าคนชาติเดียวกันที่สมุย

  • Share:

รอง ผบ.ตร.พร้อมกำลังคอมมานโด นำตัว 2 ผู้ต้องหา สัญชาติอิสราเอล เดินทางมายัง สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เพื่อทำการสอบสวน ร่วมหลักฐานในการดำเนินคดีร่วมกันฆ่าเพื่อนร่วมชาติเดียวกัน...

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 ม.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง ผบก.ตร.ทท. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโด ควบคุมตัว นายเอยาล โบคาล และ นายโดเลฟ ชัวเรช 2 ผู้ต้องหาสัญชาติอิสราเอล ข้อหาร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่า นายมาออ มาลิล และพยายามฆ่า น.ส.ราเชล โอซาน่า สัญชาติอิสราเอล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมายัง สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย หลังจากที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนมีสีหน้าที่เคร่งเครียด 

ด้าน รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาจะยอมรับว่ามีความขัดแย้งกับผู้ตายกันมาก่อนที่ประเทศอิสราเอลก่อนหน้า และได้เดินทางมาเจอผู้ตาย ที่ อ.เกาะสมุย จึงได้ร่วมกันวางแผนลงมือฆ่า โดยทางผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้มีการขับรถติดตามผู้เสียชีวิตมาแล้วก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะสบโอกาสแล้วได้ลงมือก่อเหตุ หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีออกจากเกาะสมุย ก่อนที่จะจับกุมตัวได้

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากประเทศอิสราเอล ที่ระบุว่า ถึงความขัดแย้งของผู้ต้องหาและผู้ตาย ขณะที่อยู่ในประเทศอิสราเอล โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานได้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าจะเป็นอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ และรถเก๋งซีอาร์วี พร้อมกับเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ เพื่อประกอบในการดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่มีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานว่าแน่นหนาเพียงพอ ถึงแม้ว่าไม่ได้ตัวนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนเพิ่มเติมว่า ในการลงมือก่อเหตุในครั้งนี้มีใคร หรือชาวอิสราเอลในพื้นที่ อ.เกาะสมุย มีส่วนเกี่ยวข้องบ้างหรือไม่ หากมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอน

รอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า ส่วนกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นกลุ่มอิทธิพล หรือเป็นกลุ่มมาเฟียแต่อย่างใด ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยว และผู้ที่มาประกอบกิจการ ในเรื่องนี้ทาง สตช.เอง ก็ให้ความสำคัญ ได้ตรวจสอบการเดินทางเข้ามาของกลุ่มชาวต่างชาติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยว หรือมาประกอบธุรกิจ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อการท่องเที่ยว แต่หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ต้องเร่งจับดำเนินคดีให้ได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้