วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

DSI ร่วม ตร.อังกฤษ เปิดหลักสูตรชั้นนำโลก! จับละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จับมือ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และตำรวจอังกฤษ (National Crime Agency - NCA) ประเทศอังกฤษ จัดอบรมหลักสูตรการใช้เทคโนโลยีชั้นนำของโลก สืบจับคดีละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์

สืบเนื่องจาก ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รองผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคัดเลือกจาก สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ให้เป็นหัวหน้าโครงการ จัดอบรมถ่ายทอดความรู้ ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทย มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนคดีละเมิดทางเพศเด็กและสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาที่เวทีนานาชาติให้ความสำคัญลำดับแรกๆ ของปัญหาอาชญากรรมในเวทีโลก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่น่าจับตามอง เพราะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของโลก กลับมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ใช้การท่องเที่ยวบังหน้า กลับมาละเมิดทางเพศเด็กในประเทศไทย การจัดโครงการนี้ เพื่อตอบเวทีนานาชาติว่าไทยได้มีการดำเนินการเชิงรุกหรือไม่ อย่างไร

"จากแนวคิดของ พ.ต.ท.อภิชาติ หัตถสิน หรือ สารวัตรดาว อดีตสารวัตรกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งตอนนี้ลาออกจากราชการ ไปเป็นตำรวจสากล (Interpol) ว่าฝันอยากจัดอบรมถ่ายทอดความรู้ให้น้องๆ โดยเอาเคสจริงๆ มาให้น้องๆ ทำกัน คือ สืบจริง จับจริง โดยนักเรียนที่เข้ามาอบรม แต่สารวัตรดาว ไม่สามารถทำได้ด้วยตนเอง เพราะช่วงน้ัน ลาออกไปอยู่ Interpol แล้ว จึงส่งมอบงานให้เขมช่วยขับเคลื่อนต่อ ผมจึงเอาแนวคิดของสารวัตรดาว มาใส่ในโครงการนี้ ทำให้ลงตัวพอดี คือ เอาแนวคิด มาใส่ลงในงบประมาณที่สามารถบริหารได้ และตั้งชื่อโครงการว่า โครงการลงมือทำ คือ ทำเคสจริงจากการอบรม" 

 ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวต่อว่า พอมีกรอบว่า จะจัดการเรียนการสอนน้องๆ นักสืบรุ่นใหม่ๆ ให้ทำเคสกันจริงๆ ในหลักสูตรตามแนวคิดแล้ว จะลงรายละเอียดอย่างไรต่อไปดี พูดกันถึงเรื่องงบกันก่อน ถ้างบประมาณผ่านลงมาในระบบราชการปกติ รับรองจัดไม่ได้แน่ๆ เพราะระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณของทางราชการไทย ใครๆ ก็รู้ว่า มีขั้นตอนการดำเนินการที่ยุ่งยาก และไม่อะลุ่มอล่วยให้นักสืบทำกับตามคอนเซปต์งานแบบนี้ง่ายๆ จึงต้องหาหน่วยงานภายนอกหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่หน่วยงานราชการ มาช่วยประสานงานและดำเนินการอื่นๆ

"ในที่สุดก็ได้ มูลนิธิพัฒนาการและคุ้มครองเด็ก (Fight Against Child Exploitation หรือ FACE) โดย คุณสุดารัตน์ เสรีวัฒน์ ผู้อำนวยการมูลนิธิ เป็นพระเอกขี่ม้าขาว มาช่วยทีมงานอีกแรง ทำให้งานขับเคลื่อนไปได้ โดยไม่ผูกมัดกับระเบียบทางราชการไทย โดยเคร่งครัด ทีมผู้จัด จึงทำงานร่วมกันระหว่าง DSI TIJ และ FACE มีฉากหลังโลโก้ร่วมกัน โดยมี ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี รองผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าโครงการ" 

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวด้วยว่า เมื่อลงสู่เนื้อหาทีมงานจึงกำหนดกฎเกณฑ์ สรุปได้ว่า ผู้เข้าอบรม อายุต้องไม่เกิน 45 ปี (ในหลายประเทศ เมื่ออายุ 45 จะเกษียณอายุ เกี่ยวกับการเป็นทหารตำรวจ แต่เมืองไทย ยาวถึง 60 และจากประสบการณ์ทำงานด้านสืบสวน ผู้มีหน้าที่ทำงานภาคสนาม ไม่ควรอายุเกิน 45) ผู้เรียนจะไม่ทราบตารางสอน เพราะการสืบสวน ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฝึกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปเหมือนสถานการณ์จริง คนรู้ตารางสอน คือผู้จัดการอบรม และวิทยากรเท่านั้น

"การพักผ่อนของนักเรียน จะเรียนวันละ 17 ชม. พัก 7 ชม. เวลา 7 ชม.ที่ได้พัก รวมเวลานอน ทานอาหาร เข้าห้องน้ำ พักระหว่างคาบเรียนหมดแล้ว ซึ่งในช่วงเรียนจริงๆ นักเรียนจะได้นอนเฉลี่ยคนละ 3 ถึง 4 ชม.เท่านั้น ในช่วงที่สืบสวนจริงๆ นักสืบต้องนอนน้อย เป็นเรื่องธรรมดา มีการประเมินนักเรียนทุกนาที โดยผู้ประเมินผล คือผู้จัด วิทยากร และเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ไม่ได้จบหลักสูตรทุกคน เหมือนการอบรมอื่นๆ ที่เมื่อวิทยากรพูดจบ ก็ตบมือแปะๆๆๆ แล้วก็แยกย้ายกลับบ้านใครเข้าเรียนไม่ครบ ชม. หรือไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ก็ต้องถอนตัวออกไป"

รองผู้อำนวยการ บอกต่อไปว่า การอบรม มี 3 รุ่น รุ่นละ 15 คน รวม 45 คน แบ่งเป็นระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง หลักสูตรมี 21 วัน โดยวิทยากรจากไทย และต่างประเทศ เน้นการสืบสวนภาคสนามจริงๆ โดยเน้นการใช้เทคโนโลยี ผู้เข้าอบรม เน้นว่า หลังจากจบหลักสูตรแล้ว สามารถทำงานร่วมกันแบบบูรณาการได้ ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรอินดี้ ไม่มีพิธีรีตองมากมาย ไม่มีผู้ใหญ่แต่งตัวเต็มยศหรือใส่สูทผูกไท มากล่าวเปิด (ใช้เวลาการอบรมคุ้มค่าทุกนาที) แต่งกายอย่างไรก็ได้ตามสะดวก เน้นเนื้อหาเต็มๆ ไม่เน้นพิธีการ

"วิทยากรต่างประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน ฝรั่งเศส อินเดีย อังกฤษ แคนาดา UNODC เป็นต้น ทุกคนบินมาเพื่อถ่ายทอดวิชาในโครงการนี้ (น่าจะรวมเทพของโลกแล้วนะ) และวิทยากรเป็นนักสืบเต็มตัว ไม่เหมือนหลักสูตรเมืองไทยบางหลักสูตร วิทยากรลอกงานคนอื่นมาพูด ปัจจุบัน ห้วงเวลาการอบรม ได้ผ่านระดับกลางมาแล้ว เหลือระดับสูง ซึ่งจะจัดห้วงเดือนมีนาคมและเดือนพฤษภาคม 2561 นี้ ซึ่งเมื่อถึงระดับสูง นักเรียนจะยุบเหลือเพียง 2 รุ่น เพราะมีนักเรียนบางส่วนขอถอนตัวจากการอบรม และบางส่วนไม่ผ่านการประเมิน ตอนนี้เหลือนักเรียนจาก 45 คน เหลือประมาณ 30 คน"

รองผู้อำนวยการ กล่าวด้วยว่า ในระดับสูง นักเรียนจะได้พบกับครูฝึก จาก เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และ แคนาดา มาร่วมถ่ายทอดความรู้แบบจัดเต็ม ที่เมืองไทยไม่เคยมีการนำความรู้การสืบสวนเชิงลึกแบบนี้ สอนให้นักสืบไทยมาก่อน ภายใต้คอนเซปต์ให้ทำงานร่วมกันได้ ไม่แบ่งค่ายแบ่งสี ไม่แบ่งหน่วย ไม่แย่งกันจัดอีเวนต์แถลงข่าว และกลับไปนำหน่วย พัฒนาเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวให้ประเทศ ที่มากไปกว่านั้นคือ ให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับ ไปประยุกต์ใช้กับการสืบสวนอาชญากรรมชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน 

"ซึ่งนักเรียนในชั้นเรียน ระหว่างจัดการเรียนการสอน ก็สามารถสืบจับผู้ต้องหาได้ ได้ผลคือ มีฐานข้อมูลต่างชาติละเมิดเด็กในพัทยา เพื่อเป็นฐานข่าวในการสืบสวนมหาศาล จับกุมชาวเยอรมัน 2 คน และจับชาวแคนาดา 1 คน ข้อหาละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งตรวจพบสื่อลามกอนาจารเด็กภายหลังอีกเยอะมาก กระชากหน้ากาก ต่างชาติละเมิดเด็กรายใหญ่ ที่หน่วยต่างชาติเฝ้าจับตามอง"

คลิก  // คลิก

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จับมือ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย และตำรวจอังกฤษ (National Crime Agency - NCA) ประเทศอังกฤษ จัดอบรม หลักสูตรการใช้เทคโนโลยีชั้นนำของโลก สืบจับคดีละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ 22 ม.ค. 2561 18:19 ไทยรัฐ