วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รื้อ ก.ม.ยื้อเลือกตั้ง! วางหมากกินรวบอำนาจ เกมลากยาว คสช.

กลายเป็นประเด็นร้อนทันที ภายหลังที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมากให้แก้ไขมาตรา 2 โดยกำหนดให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วัน นับแต่วันประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจากเดิมที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดให้มีผลบังคับใช้ทันทีตั้งแต่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยการแก้ไขเงื่อนไขเวลาให้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ยืดเวลาให้มีผลบังคับใช้ออกไปอีก 90 วันนั้น ถูกคาดหมายว่าอาจเป็นความพยายามในการหาทางช่วยเหลือพรรคการเมืองใหม่ของรัฐบาล คสช. ที่จะจัดตั้งขึ้นมาลงเลือกตั้ง ให้มีเวลาเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่มากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง ส.ว.ด้วย

ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดว่า ภายหลังจากที่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลบังคับใช้แล้ว จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในระยะเวลา 150 วัน หากมีการแก้ไขระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90 วัน เท่ากับว่าระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะขยายออกไปเป็น 240 วัน ซึ่งตามโรดแม็ปการเลือกตั้งเดิมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศไว้ว่า จะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 อาจจะมีการขยับเลื่อนเวลาออกไปเป็นเดือน ก.พ.2562 ซึ่งหาก สนช.เห็นชอบตามร่างกฎหมายดังกล่าว ก็จะส่งผลให้วันเลือกตั้งต้องขยับไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหู โดยเฉพาะฝั่งการเมือง พร้อมกับคำถามพ่วงท้ายว่า เป็นแผนปูทาง "สืบทอดอำนาจ" ของ คสช.หรือไม่

โดยเผือกร้อนดังกล่าว ต้องย้อนไทม์ไลน์กลับไปตรงที่ คสช.ไม่ยอมยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม ถึงแม้จะมีกฎหมายพรรคการเมืองออกมาบังคับใช้หลายเดือนแล้วก็ตาม จากนั้นก็ใช้มาตรา 44 รีเซตสมาชิกพรรคการเมืองเก่า ออกเงื่อนไขให้ปฏิบัติได้ยากและขัดรัฐธรรมนูญ ในที่สุดก็ขยายเวลาการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน ซึ่งถ้ามองตามความจริงนี่ถือผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 และ 268 ที่ต้องการจัดให้มีการเลือกตั้ง หากมีการขยายกรอบระยะเวลาหลายครั้ง ก็ย่อมเป็นการทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ อีกทั้งรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา ได้ให้เวลาเตรียมการเลือกตั้งไว้แล้วถึง 150 วัน และยังผิดต่อความต้องการของประชาชน ที่ออกไปใช้สิทธิลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.2559 ด้วย อีกทั้งยังผิดในเชิงผลประโยชน์ขัดกันของ สนช.เองโดยตรง เพราะการขยายเวลาออกไปนานเท่าใด ก็จะส่งผลให้การดำรงตำแหน่งของ สนช.ยืดออกไปด้วยเท่านั้น และอาจถูกมองว่านี่คือการหวังสร้างผลงาน เพื่อแลกกับการกลับเข้าสู่อำนาจ ในตำแหน่ง ส.ว.ที่ผ่านการคัดเลือกจาก คสช.หรือไม่

นอกจากนี้ ยังผิดต่อคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ข้อ 8 ตามที่ นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เจตนารมณ์ของคำสั่งต้องการให้ร่างดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที หลังจากที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้นการอ้างว่าขยายกรอบระยะเวลาเลือก แล้วตั้งเป็นเหตุอันควรจากคำสั่งดังกล่าว จะยกมาไม่ได้ หากขยายเวลาออกไปก็จะกระทบและทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนและนานาชาติ ที่มีต่อตัวนายกรัฐมนตรี และจะเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เกิดสภาวะได้ไม่คุ้มเสียนั่นเอง

ขณะเดียวกัน สนช.ก็ออกมาแก้ลำในประเด็นดังกล่าวว่า เป็นเพียงแนวทางที่นำมาหารือกัน เพื่อช่วยให้พรรคการเมืองสามารถเตรียมพร้อมสู่การเลือกตั้งได้ทันการณ์ โดยเฉพาะการทำไพรมารีโหวต ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา จากเดิมที่พรรคต่างๆ จะสามารถทำกิจกรรมพรรคการเมืองได้ในเดือนนี้ แต่เนื่องจาก คสช.ยังไม่ยอมปลดล็อกให้ทำกิจกรรม ดังนั้นแนวทางการเขียนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จึงขยายให้มีผลบังคับใช้ 90 วัน ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นทางออกให้ทำกิจกรรมการเมืองต่างๆ ได้ทัน

ด้านฝั่งรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า ไม่รู้ว่าเหตุผลของการปรับคืออะไร แต่หากมีการปรับก็ไม่ได้ผิดหลักกฎหมาย เพราะกฎหมายบางฉบับก็จะมีผลบังคับใช้วันนั้นเลย แต่กฎหมายบางฉบับก็จะทิ้งระยะเวลาไว้ 30 วัน 120 วัน ก็มี เพื่อเตรียมการจะบังคับใช้เมื่อใดนั้น จะต้องรอให้มีการคลี่คลายปัญหาที่อาจจะไม่ได้คิดมาก่อน เช่น การออกกฎหมายลูก หรือการตั้งหน่วยงาน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือเกิดความสะดุด แต่กรณีกฎหมายเลือกตั้งนั้น จะเลื่อนเพราะสาเหตุใดยังไม่ทราบเหตุผลตรงนี้ เพราะยังไม่เคยเห็นตัวฉบับร่างนั้นทั้งฉบับเลยว่าจะก่อให้เกิดภาระอะไรอย่างไรหรือไม่ และรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนอะไร เพราะรัฐธรรมนูญเขียนเพียงว่า ให้เลือกตั้งภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.ป.ฉบับสุดท้ายมีผลใช้บังคับ ขนาด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ยังบอกเลยว่า หากปล่อยไว้แบบนี้เกรงว่าจะไม่ทัน สงสัยจะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญเรื่อง 150 วัน นับตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลใช้บังคับให้ยืดออกไป แต่ถ้าเขาจะแก้เรื่องวันใช้บังคับตรงนี้ ก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องไปแก้รัฐธรรมนูญอะไรเลย ส่วนเมื่อยืดออกไป 90 วัน จะกระทบโรดแม็ปการเลือกตั้งหรือไม่ ถ้ายอมรับแล้วว่าเป็นเหตุผลแล้ว จะกลัวอะไร เว้นแต่เหตุผลนั้นฟังไม่เข้าท่า

ขณะที่ฝั่งการเมืองเอง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาให้สัมภาษณ์เช่นกันว่า "ที่ผ่านมาหากมีการพูดถึงการเลื่อนเลือกตั้งก็จะมองว่า อาจจะมีกฎคว่ำกฎหมายหรือไม่ ไม่เคยมีใครพูดถึงช่องทางนี้ แต่พอมีคนมากระซิบข่าวบอก แล้วมาดูรัฐธรรมนูญก็พบว่า มีช่องทางนี้อยู่จริงๆ เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่า ขั้นตอนนี้ไม่น่าจะเป็นขั้นตอนตามปกติในการพิจารณากฎหมาย ซึ่งพอมีข่าวเรื่องนี้มาก็มีคนออกมาปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เป็นไปตามข่าวที่ออกมา จึงมีขั้นตอนที่ผิดปกติไม่เป็นธรรมชาติอยู่หลายอย่าง

ส่วนการยืดเวลาออกไป 90 วัน ใครได้ประโยชน์บ้างนั้น มองว่ามีปัญหามาจากผู้ที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ส่วนตัว คสช. และ สนช.ก็อยู่นานขึ้น ซึ่งเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งการอยู่นานขึ้น จะดีขึ้นหรือเลวลงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารงาน อย่างไรก็ตามมีการมองว่าขณะนี้ มีฝ่ายที่อาจจะทำให้การเมืองยังไม่สงบ คสช.จึงไม่ยอมปลดล็อก แต่ คสช.ก็ไม่เคยพูดออกมาให้ชัดว่าเป็นคนกลุ่มไหน ซึ่งเท่าที่ตนมองนั้นไม่เห็นว่าการยืดเวลาออกไป จะเกิดประโยชน์หรือแก้ปัญหานี้ได้เลย ในทางตรงข้ามการเลื่อนออกไปแบบไม่มีความชัดเจน กลับกลายเป็นว่าจะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้มีความขัดแย้งวุ่นวาย เพราะถ้าการเลื่อนเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่ผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง จะอันตรายมาก เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามจะขจัดออกไปโดยการปฏิรูป ดังนั้นถ้าไม่มีการชี้แจงเหตุผลที่ชัดเจนว่า การเลื่อนเลือกตั้งจะมีผลประโยชน์กับส่วนรวมอย่างไรบ้าง ก็จะมีคำถามจากสังคมตามมาอีกเป็นร้อย

ด้าน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวไว้ว่า เคยวิเคราะห์มานานแล้วว่า ปี 2561 จะไม่มีการเลือกตั้ง เพราะ คสช.ลากยาวแน่ วันนี้ภาพยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ การออกกฎหมายอย่างนี้ เปรียบเหมือนการเขียนแบงก์เช็ค หรือตีเช็คเปล่า ลงชื่อแล้วให้ไปกรอกตัวเลขเองว่า จะเบิกเงินเท่าไร เรื่องนี้ก็เหมือนกัน คือ จะไปใส่ว่าให้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้เมื่อไรหลังลงในราชกิจจานุเบกษา แล้วแต่ผู้มีอำนาจ เพราะมีมือร่างกฎหมาย มีเครื่องมือวิธีกรรม แต่เขาจะอยู่ได้นานแค่ไหนก็อีกเรื่อง เพราะมีสารพัดปัญหารุมเร้า

ขณะที่ กกต.เอง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. ก็กล่าวยืนยันว่า การปลดล็อกเป็นวิธีการง่ายที่สุด กว่าจะถึงเมษายนก็ได้เวลาคืนมาเกือบ 3 เดือน และหากตรงไปตรงมา ให้พรรคสามารถทำกิจกรรมได้ตั้งแต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 8 ต.ค.ปีที่แล้ว ก็คงไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากขนาดนี้ เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเป็นผลดี เพราะจะส่งผลกระทบต่อโรดแม็ปการเลือกตั้งที่รัฐบาลได้ประกาศให้โลกรับรู้ ว่าไทยเราจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 หากมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาจากเดิม จะสะท้อนถึงการคิดไม่รอบคอบตั้งแต่เริ่มต้น ปราศจากการประเมินสถานการณ์อย่างเหมาะสม

แม้ กมธ.จะออกมาชี้แจงว่าไม่ได้รับ "ใบสั่ง" จากรัฐบาล และ พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ไร้ใบสั่ง" ใดๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อพิจารณาตั้งแต่เหตุการณ์ล้มรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ และเป็นเหตุให้เลื่อนโรดแม็ปการเลือกตั้งต้องขยับออกไปอีก 1 ปี จนถึงตอนนี้ก็จะเห็นว่ารัฐบาล คสช.พยายามจะอยู่ในอำนาจต่อให้นานที่สุด ด้วยเหตุผลทางการเมือง!!!

แฉ สนช.จ้องรื้อกฎหมายอุ้มพรรคทหาร ลากยาวเลือกตั้งปี 62 โวยข่าวมั่ว-ก่อนฉวยถกกันจริงๆ แบะท่าทำได้ไม่ผิดหลักกฎหมาย อ้างถ้ามีเหตุดีเลื่อนเลือกตั้ง แนะปลดล็อกพรรคการเมือง ง่ายกว่า แก้ ก.ม.ขยายเวลา เว้นแต่มีนัยการเมืองแอบแฝง 22 ม.ค. 2561 17:17 23 ม.ค. 2561 04:21 ไทยรัฐ