วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ทวีศักดิ์' ยันไม่มีไฟเขียวยืด ก.ม.ส.ส.อ้างกันครหางัด ม.44 พร่ำเพรื่อ

กมธ.ยันไม่มีไฟเขียว ยืดเวลากฎหมาย ส.ส.อ้างกันครหาใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อ แจงเวลาหย่อนบัตรเลือกตั้ง 07.00 น.-17.00 น.ย้ำคนนอนหลับทับสิทธิ์อดรับราชการ

เมื่อวันที่ 22 ม.ค.61 ที่รัฐสภา นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า เหตุผลที่คณะกรรมาธิการฯ แก้ไขระยะเวลาของการบังคับใช้กฎหมายเมื่อพ้น 90 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 53/2560 ออกมา ซึ่งประกาศ คสช.ฉบับดังกล่าวมีผลในเรื่องระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ส่งผลให้พรรคการเมืองจะสามารถเริ่มดำเนินการทางการเมืองได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2561 และพรรคการเมืองใหม่จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2561 ดังนั้นถ้าให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีจะทำให้ต้องเริ่มนับ 150 วัน ไปสู่การเลือกตั้งทันที ซึ่งถ้ายังไม่ได้เปิดกติกาให้พรรคการเมืองได้ดำเนินการ ก็จะเป็นผลเสียต่อพรรคการเมือง

"สมมติว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลในวันรุ่งขึ้นหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ผ่านไป 2 เดือนแล้วยังไม่ได้ให้พรรคการเมืองประชุมพรรค พรรคการเมืองก็จะเหลือเวลา 90 วัน โดยคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องสังกัดพรรคการเมือง 90 วัน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งทันที และยังไม่นับเรื่องของเวลาในการทำไพรมารีโหวตด้วย" นายทวีศักดิ์ กล่าว

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลายคนบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเรื่องเวลา ถ้ามีปัญหาก็ใช้มาตรา 44 แต่ถ้าไปถึงตรงนั้น ทั้งเราและ คสช.จะถูกตำหนิอีกว่า รู้อยู่แล้วว่ามีปัญหาทำไมถึงไม่ทำ แต่กลับไปใช้มาตรา 44 ซึ่งจะถูกวิจารณ์อีกว่าใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ ดังนั้น การดำเนินการของกรรมาธิการฯ เป็นไปด้วยเหตุผล ไม่ใช่เรื่องไปรับอะไรมา ยืนยันว่าไม่มีไฟเขียวอะไรจาก คสช.ส่วนประเด็นทางการเมืองนั้นคงต้องไปถามกับคนที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามนอกจากสาระสำคัญในมาตรา 2 ที่กรรมาธิการฯ แก้ไขแล้ว 

นายทวีศักดิ์ กล่าวถึงกรณีเสนอแปรญัตติมาตรา 2 ให้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วย จึงขอสงวนความเห็นเพื่ออภิปรายในที่ประชุม สนช.ว่า มีกฎหมายหลายฉบับที่ สนช.ออกไป และสุดท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถปฏิบัติตามได้ เนื่องจากเวลาไม่เพียงพอ จึงต้องไปขอให้ คสช.มีคำสั่งขยายเวลา ซึ่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เช่นกัน หากจะขยายเวลาก็ควรให้เพียงพอที่พรรคการเมืองต่างๆ จะเตรียมตัวได้ทัน ตนจึงเห็นว่า ระยะเวลา 120 วันนั้น น่าจะเพียงพอที่จะไม่ต้องให้ คสช.ใช้อำนาจเพื่อมาแก้ไขปัญหาอีก

"ความจริงแล้วน่าจะขยายเวลาไป 6 เดือน หรือ 180 วัน แต่ยังไม่มีใครเสนอ จึงเอาแค่ 120 วัน ทั้งนี้การประชุมวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 25 ม.ค.นั้น ผมจะอภิปรายถึงความจำเป็นว่า ทำไมต้องขยายเวลาออกไป 120 วัน แต่สุดท้ายแล้วจะใช้ระยะเวลาเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมสนช." นายทวีศักดิ์ กล่าว
               
นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า ยังมีสาระสำคัญในมาตราอื่นๆ ที่กรรมาธิการฯปรับปรุงแก้ไขจากร่างเดิมของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ด้วย อาทิ มาตรา 15 กรณีมีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ให้สามารถจัดการเลือกตั้งภายในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ให้ กกต.ลงคะแนน 2 ใน 3 ของที่มีอยู่ทั้งหมด หรือตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปจากจำนวน 7 คน กำหนดให้มีวันเลือกตั้งใหม่ จากเดิมที่ กรธ.เสนอมาให้ใช้เสียง กกต. 2 ใน 3 เท่านั้น 

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตราที่สำคัญคือ มาตรา 35 การเพิ่มการถูกจำกัดสิทธิแก่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง กรธ.เสนอว่าไม่ให้มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.การตัดสิทธิการลงสมัครส.ส.และสภาท้องถิ่น การตัดสิทธิลงสมัครกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนั้น เพิ่มเป็นการตัดสิทธิการสมัครเข้ารับราชการ พนักงาน ลูกจ้างสังกัดรัฐสภา การตัดสิทธิการได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมือง การตัดสิทธิการได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้บริหาร ผู้ช่วย และที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น โดยมีกำหนดการตัดสิทธิ์เป็นเวลา 2 ปี  มาตรา 46 และมาตรา 59 การแก้ไขไม่ให้คืนเงินค่าสมัครส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อจำนวน 10,000 บาท แก่ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 5 ของผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนน ซึ่งเดิม กรธ.เสนอให้คืนเงินค่าสมัครแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงเกินร้อยละ 5 เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยากในขั้นตอนธุรการ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการคืนเงินค่าสมัคร สำหรับมาตรา 64 การกำหนดค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งของ ส.ส.และพรรคการเมือง ให้ กกต.หารือกับพรรคการเมืองเพื่อกำหนดค่าใช้จ่ายการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับความจำเป็นและสภาวะเศรษฐกิจทุก 4 ปี โดยกำหนดให้ค่าใช้จ่ายการหาเสียงของพรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส.เขตต้องใช้เท่ากันทุกพรรค จากเดิมที่ไม่ได้กำหนด มาตรา 72 การหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ให้ยุติในเวลา 18.00 น.ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน เหมือนการหาเสียงด้วยวิธีอื่นๆ จากเดิมที่กำหนดให้ยุติหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ก่อนวันเลือกตั้ง 3 วัน

นายทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า มาตรา 74 การกำหนดให้การสำรวจความเห็นประชาชน โดยมีเจตนาไม่สุจริตอันมีลักษณะชี้นำต่อการตัดสินใจลงคะแนนของประชาชนไม่สามารถทำได้ เพื่อเพิ่มการคุ้มครองแก่สำนักโพลต่างๆ ให้สามารถทำโพลสำรวจความเห็นประชาชนได้ มาตรา 75 ให้จัดแสดงมหรสพ งานรื่นเริง ระหว่างการหาเสียงได้ มาตรา 77 การห้ามผู้สมัครจัดยานพาหนะขนคนไปลงคะแนนและนำกลับจากสถานที่เลือกตั้งเพื่อการออกเสียงลงคะแนนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มาตรา 82 ให้ กกต.สนับสนุนการโฆษณาหาเสียงแก่ผู้สมัครและพรรคการเมือง โดยอาจจัดเวทีประชันนโยบายบริหารประเทศ (ดีเบต) ของพรรคการเมือง จากเดิมที่เสนอให้สนับสนุนการหาเสียงแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว มาตรา 87 การขยายเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งเป็น 07.00-17.00 น. จากเดิมเวลา 08.00-16.00 น. และมาตรา 129 การคิดคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่กรรมาธิการฯ คงไว้ตามหลักการเดิมที่ กรธ.เสนอมา เพียงแต่เพิ่มเติมข้อความให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการตีความการคิดคะแนนได้หลายวิธี