วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุตสาหกรรมยุค 4.0 ปี’61 ใครรุ่ง-ร่วง

ปี 2561 หากจะถามว่าอุตสาหกรรมไหนจะ “รุ่ง” หรือจะ “ร่วง” แบบไม่ต้องให้โหรดังมาฟันธง หรือใช้สถิติมาคาดการณ์ พสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ฟันทิ้งจากประสบการณ์มุมมองส่วนตัว กลุ่มที่เกี่ยวโยงกับอุตสาหกรรมอนาคตเอสเคิร์ฟที่ทางภาครัฐวางไว้น่าจะไปได้ดี

ด้วยเหตุผลสำคัญเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้วยังได้อานิสงส์ต่างๆจากภาครัฐช่วยเสริมช่วยเติมให้เดินหน้าไปได้ด้วย...“ถ้าในเชิงภาคธุรกิจแน่นอนว่าก็จะเป็นเรื่องของท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ แต่ถ้าเป็นภาคโรงงาน การผลิตก็น่าจะเป็นกลุ่มยานยนต์สมัยใหม่ ตัวเลขต่างๆในปีหน้าน่าจะดี นอกจากนี้ กลุ่มไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะก็ดูดี ถัดมาก็เป็นกลุ่มของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป...อุตสาหกรรมการเกษตร”

และเติม 5 อุตสาหกรรมใหม่ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม, อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

หากจะถามถึงแผนเร่งด่วน เพื่อจะก้าวไปสู่อุตสาหกรรมยุค 4.0 ภาครัฐก็มีแผนรองรับจากนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่มีอยู่แล้ว...นับรวมถึงมาตรการ โครงการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ที่จะสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมหลายๆสาขา

ความหมายง่ายๆก็คือเอาเรื่อง “เทคโนโลยี”...“นวัตกรรม” เข้ามาใส่ เอาเรื่องของไอทีเข้ามาใส่ เอาเรื่องโรโบติก ออโตเมชั่นเข้ามาใส่ สิ่งเหล่านี้ภาครัฐมีโปรแกรมต่างๆที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะปรับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค หน่วยงานของเครือข่ายเอสเอ็มอีแบงก์ที่มี 240 กว่าสาขาทั่วประเทศให้เป็นศูนย์ที่จะเข้าถึงการบริการต่างๆ

ที่ทำให้ภาคอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอี อุตสาหกรรมรายอื่นๆเข้าสู่ “อุตสาหกรรม 4.0” ได้ง่ายขึ้น

ปี 2561 ชุดแพ็กเกจช่วยเอสเอ็มอีของภาครัฐ ที่เป็นตัวเงินมี 4 โครงการใหญ่ ได้แก่ โครงการฟื้นฟูและเสริมศักยภาพวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีคนตัวเล็ก) วงเงิน 8,000 ล้านบาท, โครงการสินเชื่อเพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชน วงเงิน 50,000 ล้านบาท, โครงการ Transformation Loan เพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร ระยะ 2 วงเงิน 20,000 ล้านบาท, โครงการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอี ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ วงเงิน 165,000 ล้านบาท

ส่วนที่ไม่ใช่ตัวเงิน ได้แก่ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ชุมชนท้องถิ่น (ผ่านโครงการ CIV โครงการปั้นนักธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปไทย โครงการสร้างงาน สร้างโอกาสรายได้ให้ชุมชน), ศูนย์ ICT ช่วยปรับเปลี่ยนสินค้าสู่ยุค 4.0 ตอบโจทย์ตลาด...ลูกค้า, เพิ่มประสิทธิภาพศูนย์สนับสนุนและช่วยเอสเอ็มอี (SSRC)

แยกย่อยไหมว่าจะต้องติดอาวุธอะไร? ยังไง? หรือว่ายังมีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างสำหรับอุตสาหกรรมในบ้านเราที่จะก้าวไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ที่กล่าวถึงกันอยู่ทุกขณะเวลา?

พสุ ย้ำว่า อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าจุดเริ่มต้นที่พอภาคธุรกิจจะก้าวเข้าถึงการบริการจะมีกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ได้มีการเตรียมเครือข่ายให้มีความเข้มข้นที่จะให้บริการกับหน่วยงานภาคเอกชนต่างๆได้ดีขึ้น การบริการเข้มข้นในเชิงลึกที่กระโดดไปสู่ 4.0 แล้วก็มีทีมที่ปรึกษาเป็นฐานที่จะให้บริการอีก 2,000-3,000 คน

น่าสนใจว่า...ตอนนี้เตรียมอยู่เรียบร้อยแล้ว

เชื่อมโยงไปถึง “ภาคแรงงาน” ที่กำลังมีปัญหาคุกรุ่น เมื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ก็จะต้องลดคนลง...ใช้แรงงานน้อยลงมากขึ้นขณะเดียวกัน ค่าแรงก็จะเพิ่มมากขึ้น เท่ากับว่าต้นทุนผู้ประกอบการก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย... เหมือนสวนทางกันอยู่เนืองๆ จะมีทางออกอย่างไร?

“ภาคอุตสาหกรรมหลายๆสาขามีความจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วนที่จะเอาเทคโนโลยี นวัตกรรม โรบอต ออโตเมชั่นเข้ามาใช้ เมื่อใช้แล้วถ้าคำสั่งซื้อต่างๆเข้ามามากเราก็ไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มหรือลดคนงานเพราะปรับได้ เพียงแต่เพิ่มผลิตภาพของสายการผลิตด้วยการเอาระบบหุ่นยนต์ หรือระบบอัตโนมัติบางส่วนเข้ามาใช้ก็จะสามารถทำให้การผลิตของตัวเองเพิ่มขึ้นเป็น 1 เท่า...2 เท่า...3 เท่าได้โดยจำนวนคนเท่าเดิม”

วันนี้...ความคืบหน้าของการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล ใน 4 สาขานำร่อง มาตรการที่ผ่านความเห็นชอบของ ครม.แล้ว คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ สำหรับอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมอาหารแปรรูป ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอ ครม.

คาดกันว่าจะมีความต้องการแรงงานใหม่อยู่ราวๆปีละ 7 หมื่นคน ใน 3 สาขาที่ต้องการ คือ การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมดิจิทัล

ประเด็นปัญหาที่น่ากังวล คือการขาดแคลนแรงงาน ผลกระทบจากสังคมผู้สูงอายุ แรงงานส่วนใหญ่มุ่งสู่อุดมศึกษามากกว่าอาชีวศึกษา ย้ายไปสู่ภาคบริการ ปัญหาเชิงคุณภาพ ผลิตออกมาไม่ตรงกับความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรม ที่ต้องเน้นย้ำ...แรงงานภาคอุตสาหกรรมในยุค 4.0 ต้องมีความรู้และทักษะขั้นพื้นฐานสำคัญคือ...ความรู้ในงานตามตำแหน่ง ทักษะทางอ้อมที่เกี่ยวกับจิตใจ ความสามารถในการแก้ปัญหา

ทักษะด้านไอที และการบูรณาการความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวะ คณิตศาสตร์ เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน

ปัจจุบันประเทศไทยมีอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ที่มีแนวโน้มว่าจะมีการใช้วิทยาการหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติตามสาย

การผลิตมากขึ้น อีกทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยเพิ่มเติม อาทิ หุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์, การเชื่อมโลหะ, อัดฉีดพลาสติก และหุ่นยนต์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

ประโยชน์คือตรงนี้ แต่สถานประกอบการต่างๆก็ต้องมีทักษะมากขึ้น หากไม่สามารถปรับตัวได้ก็จะมีความเสี่ยงในการที่จะสามารถแข่งขัน

ในธุรกิจหรือในประเภทสินค้านั้นๆได้...“ถ้าแข่งขันกันไม่ได้ทั้งประเทศก็หมายถึงว่าสินค้านั้นๆจะถูกผลิตในประเทศอื่น หากไม่ได้เฉพาะบางโรงงานก็แสดงว่าโรงงานนั้นๆอาจจะต้องเลิกกิจการไป หรือธุรกิจไม่ค่อยดี”

โรงงานที่สามารถปรับตัวได้ก็ยังอยู่ต่อ สามารถผลิตสินค้านั้นๆ

ในประเทศไทยได้ ซึ่งภาครัฐก็ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าให้สถานประกอบการอุตสาหกรรมต่างๆได้ตื่นตัว...มีความเข้าใจในเรื่องนี้ รวมทั้งมีโปรแกรมเสริมเติมเต็มต่างๆให้เปลี่ยน...ปรับปรุงตัวเองได้ในระยะเวลาอันสั้นเป็นลำดับขั้นตอนไป

การเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ สามารถทำได้โดยเข้าไปที่สำนักงานต่างๆของกระทรวงอุตสาหกรรม 240 กว่าแห่งทั่วประเทศ และในหลายๆศูนย์ตามภาคต่างๆยังมีเครื่องมือให้ทดลองนำร่อง ดูว่าถ้าจะเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีตัวนี้ เครื่องจักรตัวนี้แล้วจะสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างไรบ้างก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน

“อนาคต” ช่วงนี้เป็นช่วงที่ต้องบอกตรงๆว่าเป็นช่วงที่ท้าทายสำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย และภาคเอสเอ็มอีไทย จะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดว่าความสามารถในการแข่งขันของสถานประกอบการของตัวเองอยู่ในระดับไหน เพื่อนปรับไปได้เร็วกว่าเราไหม ถ้าเร็วกว่าเราจำเป็นต้องปรับตามใช้อาวุธที่ภาครัฐเตรียมไว้ให้ เร่งรัดที่จะปรับตัวเอง

ยุคนี้ในปี พ.ศ.นี้ “ภาครัฐ” มี “บริการ” ต่างๆให้มากพอสมควรไม่ใช่แค่การพัฒนาอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังมีบริการด้านการเงินด้วยแล้วยังดึงบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเป็นพี่เลี้ยงในภาคอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้มีความสามารถในการแข่งขัน มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย ปีนี้เป็นปีที่ดีและเป็นปีที่ท้าทายอยากเชียร์และให้กำลังใจให้เข้าถึงบริการต่างๆเหล่านี้

พสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ฝากทิ้งท้ายว่า จับทิศทางภาครัฐให้ดีๆเพื่อเข้าถึงเข้าสู่บริการของรัฐที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะได้เปลี่ยนแปลง ปรับปรุงตัวเองได้อย่างทันท่วงทีทันวิกฤติเวลา.

ปี 2561 หากจะถามว่าอุตสาหกรรมไหนจะ “รุ่ง” หรือจะ “ร่วง” แบบไม่ต้องให้โหรดังมาฟันธง หรือใช้สถิติมาคาดการณ์ พสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ฟันทิ้งจากประสบการณ์มุมมองส่วนตัว 22 ม.ค. 2561 14:49 ไทยรัฐ