วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ด่วน! บริจาครัวๆ โดยเฉพาะกรุ๊ป A เช็กลิสต์คุณสมบัติบริจาคเลือด

เรื่องดีๆ ที่ต้องบอกต่อ ทำแล้วได้บุญ หญิงใบ้ก็ขอส่งต่อด้วยเช่นกัน รีบจัดแจงนำเสนอความต้องการใช้เลือดของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ประกาศขอรับบริจาคโลหิตให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ กว่า 150 แห่ง และขณะนี้มีความต้องการโลหิตทุกกรุ๊ปมากกว่า 3,000 ยูนิต/วัน โดยเฉพาะกรุ๊ป A  

ไปค่ะ...ไม่ต้องสาธยายให้มากความ ไปเช็กคุณสมบัติผู้ที่จะบริจาคโลหิตได้นั้น ต้องเป็นดังต่อไปนี้...

1. อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 70 ปีบริบูรณ์ ผู้ที่มีอายุ 17 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง  
2. ผู้บริจาคโลหิตเป็นครั้งแรก ถ้าอายุเกิน 55-60 ปี ให้อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์และพยาบาล  
3. ผู้บริจาคโลหิตอายุ 60-70 ปี จะไม่รับบริจาคในหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่   
4. น้ำหนักตั้งแต่ 45 กิโลกรัมขึ้นไป 
5. สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมที่จะบริจาคโลหิต 
6. นอนหลับพักผ่อนเพียงพอในเวลาปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่มาบริจาคโลหิต 
7. ไม่มีประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคตับ โรคปอด โรคเลือด โรคมะเร็ง หรือมีภาวะโลหิตออกง่ายและหยุดยาก
8. ไม่มีอาการท้องเสีย ท้องร่วง ใน 7 วันที่ผ่านมา  
9. สตรีไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และไม่มีการคลอดบุตรหรือแท้งบุตรภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา
10. น้ำหนักต้องไม่ลดผิดปกติในระยะ 3 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่ทราบสาเหตุ
11. หากรับประทานยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 3 วัน ถ้าเป็นยาแก้อักเสบหรือยาอื่นๆ ต้องหยุดยามาแล้ว 7 วัน
12. ไม่เป็นโรคหอบหืด, ผิวหนังเรื้อรัง, วัณโรค หรือภูมิแพ้อื่นๆ
13. ไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ตับ ไต มะเร็ง ไทรอยด์ โลหิตออกง่าย-หยุดยาก หรือโรคประจำตัวอื่นๆ
14. หากถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน หรือรักษารากฟัน ต้องทิ้งระยะอย่างน้อย 3 วัน กรณีผ่าฟันคุดให้เว้นอย่างน้อย 7 วัน จนกว่าแผลจะหายสนิทไม่มีอาการอักเสบ
15. หากเคยได้รับการผ่าตัดใหญ่ต้องเกิน 6 เดือน ผ่าตัดเล็กต้องเกิน 7 วัน


16. ท่านหรือคู่ครองของท่าน ต้องไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์  
17. ต้องไม่มีประวัติยาเสพติด หรือเพิ่งพ้นโทษ ต้องเกิน 3 ปี และมีสุขภาพดี
18. หากเจาะหู สัก ลบรอยสักหรือฝังเข็มในการรักษา โดยใช้เครื่องมือร่วมกัน หรือในสถานที่ที่มีคุณภาพความสะอาดต่ำ อาจติดเชื้อโรคทางกระแสโลหิต จึงควรงดบริจาคอย่างน้อย 1 ปี แต่หากกระทำด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่สะอาดปราศจากเชื้อโรค โดยผู้ชำนาญ และเป็นวัสดุที่ใช้ครั้งเดียวเฉพาะตัว เว้นระยะเวลาให้แผลอักเสบหายสนิทอย่างน้อย 7 วัน 
19. หากมีประวัติเจ็บป่วยและได้รับโลหิตของผู้อื่น ต้องเกิน 1 ปี
20. หากมีประวัติเป็นมาลาเรีย ถ้าเคยเป็นต้องหายมาแล้วเกิน 3 ปี หากเคยเข้าไปในพื้นที่ที่มีเชื้อมาลาเรียชุกชุม ต้องทิ้งระยะอย่างน้อยเกิน 1 ปี จึงบริจาคโลหิตได้
21. หากเคยเจ็บป่วยต้องรับโลหิตของผู้อื่นที่ประเทศอังกฤษ ในระหว่างปี พ.ศ.2523-2539 งดรับบริจาคโลหิตถาวร
22. หากเคยพำนักอยู่ในประเทศอังกฤษรวมระยะเวลา 3 เดือน ในระหว่างปี พ.ศ.2523-2539 หรือเคยพำนักในยุโรปรวมระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2523-ปัจจุบัน งดรับบริจาคโลหิตถาวร
23. หากเคยได้รับวัคซีน เพื่อป้องกันโรค หรือเคยรับเซรุ่ม ระยะเวลาที่งดรับบริจาคโลหิต ขึ้นอยู่กับชนิดของวัคซีนหรือเซรุ่ม 
24. สตรีอยู่ระหว่างมีรอบเดือน ไม่เป็นข้อห้ามในการบริจาคโลหิต ถ้าขณะนั้นสุขภาพแข็งแรง มีโลหิตประจำเดือนไม่มากกว่าปกติ ไม่มีอาการอ่อนเพลียใดๆ ตรวจความเข้มข้นโลหิตผ่าน ก็สามารถบริจาคโลหิตได้ 
25. ก่อนบริจาคโลหิต ควรงดอาหารไขมันสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด ของทอด ของหวาน แกงกะทิต่างๆ  

และนี่คือกฎเกณฑ์ผู้บริจาคโลหิตอายุมากกว่า 60-70 ปี แบ่งเกณฑ์การคัดเลือกตามอายุ 2 ช่วง ดังนี้

1. การคัดเลือกผู้บริจาคโลหิตอายุมากกว่า 60-65 ปี
- เป็นผู้บริจาคโลหิตประจำมาโดยตลอดจนกระทั่งอายุ 60 ปี
- บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 3 ครั้ง คือทุก 4 เดือน
- ตรวจ Complete Blood Count (CBC), Serum Ferritin (SF) ปีละ 1 ครั้ง เพื่อประกอบการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพทั่วไป และสำหรับแพทย์ใช้ผลการตรวจ SF ในการติดตามและปรับการให้ธาตุเหล็กทดแทน  

2. ผู้บริจาคโลหิตอายุมากกว่า 65-70 ปี          
- เป็นผู้บริจาคโลหิตต่อเนื่องสม่ำเสมอในช่วงอายุมากกว่า 60 ปี จนถึง 65 ปี
- บริจาคโลหิตได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้ง คือทุก 6 เดือน
- ต้องได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพโดยแพทย์ หรือพยาบาลของธนาคารเลือด ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจคัดกรองสุขภาพผู้บริจาคโลหิต 
- ตรวจ CBC และ SF ปีละ 1 ครั้ง 


อย่างไรก็ตาม ทั้งสองช่วงอายุให้ดูผล hemoglobin จาก CBC ที่เจาะในวันเดียวกันกับที่จะบริจาคโลหิต หรือจากการเจาะปลายนิ้ว ถ้าอยู่ในเกณฑ์กำหนด อนุญาตให้บริจาคโลหิตได้ สำหรับผลการตรวจอื่นๆ ที่ไม่ได้ผลทันที ให้เก็บไว้ประกอบการให้คำปรึกษาหลังจากการบริจาคโลหิตครั้งนี้ ในโอกาสที่มาบริจาคโลหิตครั้งต่อไป หรือแจ้งผลโดยวิธีอื่นๆ ตามความเหมาะสม 

นอกจากนี้ ผู้บริจาคโลหิตในช่วงอายุ 60 ปี ถึง 70 ปี ที่บริจาคโลหิตไม่สม่ำเสมอ มีการหยุดบริจาคทิ้งช่วงเกิน 1 ปี ให้เจาะเลือดตรวจตามที่ระบุไว้ และนัดให้ผู้บริจาคมาฟังผลเพื่อพิจารณาการรับบริจาคโลหิตภายใน 1-2 สัปดาห์ และต้องเจาะเลือดจากปลายนิ้วตรวจฮีโมโกลบินซ้ำตามขั้นตอนการรับบริจาคโลหิต ในวันที่บริจาคโลหิต

ไปค่ะ...ใครว่างไปทำบุญกันค่ะ ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ กรุงเทพฯ หรือตามหน่วยรับบริจาคอื่นๆ ใกล้บ้านท่าน.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอรับบริจาคโลหิตให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ กว่า 150 แห่ง และขณะนี้มีความต้องการโลหิตทุกกรุ๊ป มากกว่า 3,000 ยูนิต/วัน โดยเฉพาะกรุ๊ป A... 22 ม.ค. 2561 14:11 ไทยรัฐ