วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' ยัน คสช.ไร้ใบสั่ง ยืดบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.

'บิ๊กตู่' ยัน คสช.ไร้ใบสั่ง ยืดบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.

  • Share:

นายกฯ สั่งทุกกระทรวงชี้แจงข้อเท็จจริง โต้ข่าวบิดเบือนในโซเชียล ปัดมุ่งหวังทางการเมือง แค่อยากขจัดปัญหาต่างๆ ให้หมด ย้ำทุกอย่างตามโรดแม็ป ยัน คสช.ไร้ใบสั่ง ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 61 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนานักบริหารระดับสูง เพื่อการบูรณาการการพัฒนาประเทศไทย 4.0 และการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ผู้บริหารส่วนราชการกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ : One Country One Team" โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศที่มีประชาธิปไตยอย่างยั่งยืนแบบไทยนิยม ที่คนไทยนิยมทำความดีความถูกต้องมีคุณธรรมจริยธรรม และนิยมประชาธิปไตยที่ไม่ทิ้งหลักประชาธิปไตยสากล ซึ่งตนเองไม่เคยให้ยกเลิกอะไร แต่เวลาจากนี้สำคัญที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดิน ขอให้ทุกคนอดทนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนเองรับฟังประชาชนโดยตรง และบริหารงานแบบแกน x ไปถึงแกน y จากนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปถึงระดับพื้นที่ จึงเรียกได้ว่าเป็น "ไทยนิยม ประชารัฐยั่งยืน" สอดคล้องกับ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ยืนยันคำที่คิดมานั้น ไม่มุ่งหวังทางการเมือง แต่ต้องการประเทศจากสิ่งต่างๆ ที่เป็นปัญหามาโดยตลอด และต้องทำให้คำเหล่านี้ติดหูติดตาและติดปากประชนชนให้ได้ หรือใครมีคำอื่นนอกเหนือจากคำว่าไทยนิยม นอกจากนี้ ประเทศไทยต้องมีความพร้อมด้านความมั่งคง แต่กลับมีบางคนแสดงความเห็นในโทรทัศน์ว่า ประเทศไทยควรมุ่งเน้นสงครามโซเชียลมากกว่ากำลังรบ หากคิดแบบนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะไทยมีเส้นเขตแดนรอบประเทศกว่า 5,000 กิโลเมตร แม้ประเทศไทยไม่รบกับใคร แต่ไม่อยากให้เกิดการก้าวล่วงอธิปไตย และอย่าลืมว่าเป็นชีวิตของประชาชน และทหาร จึงไม่สามารถเลือกทางใดทางหนึ่งได้ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันหน้า 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนเองไม่เคยคิดจะเป็นอะไร คิดแต่จะทำหน้าที่ของตนเองอย่างไร และผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้เลือกเอง แต่ไม่ได้เลือกคนที่สนิทสนม หากเลือกไม่ดีจะเสียเวลา และผู้บังคับบัญชาจะเสียหาย ดังนั้น ตนไม่เคยวิ่งเต้นใครเพื่อรับตำแหน่งอะไรทั้งสิ้น เพราะต้องมีศักดิ์ศรีเติบโตในการทำงาน ต้องทำให้เกิดศรัทธาในตัวท่านเอง อีกทั้งที่ผ่านมาคำว่าเท่าเทียมและความเป็นธรรมถูกทำให้เกิดเป็นวาทกรรมมาโดยตลอด และทำให้เป็นความขัดแย้งทางการเมืองในที่สุด ตลอดจนทุกวันนี้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่ตนเองไม่ใส่ใจเรื่องของใครก็เป็นเรื่องใครไป นอกจากนี้ เราต้องสร้างสังคมให้เป็นธรรม ลดความขัดแย้ง และสร้างความสามัคคีปรองดองให้ได้ 

"ผมพูดจนไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว แต่ยังมีคนไม่เข้าใจ หาว่าดีที่พูด แล้วที่ดีแต่ทำเยอะแยะไปหมด ไปหามาให้ได้ ทุกกระทรวงทำอะไรไปแล้วบ้าง ถ้าประชาชนไม่เข้าใจ แล้วใครไม่หวังดีออกมาพูดโจมตีทุกวัน เป็นหน้าที่ของใครกระทรวงไหน เดี๋ยวผมจะตรวจสอบว่าชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วหรือยัง อย่าไปปล่อยเขา ถ้าคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริงแล้วไม่ชี้แจงไม่ได้ ยุคสมัยนี้เป็นยุคของโซเชียลมีเดีย พูดให้ตายแต่โซเชียลมีเดียออกมาผิดก็ผิดเลย ชี้แจงช้าก็จบ เพราะคนเชื่อไปแล้ว ชี้แจงที่หลังก็จะกลายเป็นแก้ตัว และต้องตามแก้ไขปัญหาทุกวัน เรื่องขี้หมูราที่หมาแห้งไม่สนใจ ทุกหน่วยงานต้องแก้ไข ผมตามดูทุกอันถ้าไม่ดูก็ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นบ้างในสังคมวันนี้ ทำงานทุกอย่างเพื่อขับเคลื่อนองคาพยพไปข้างหน้าให้ได้ ต้องการแค่นี้ ไม่ต้องการให้ใครมารัก แต่ทุกคนต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ทุกคนต้องมีทัศนคติที่เหมาะสม ใครทัศนคติไม่ดีถือว่ายังพัฒนาตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ชอบตน รัฐบาล และคสช. ก็อย่าไม่ชอบประเทศ และหน่วยงานราชการของตัวเอง ตนไม่ได้บอกว่าทำได้ดีที่สุด วันหน้าใครเข้ามาอาจจะทำได้ดี เมื่อถึงเวลานั้นต้องเปรียบเทียบมาก่อนหน้าที่ตนมา และวันหน้าที่ใครมามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง โดยในปี 61 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำ 3 ปีแล้ว แต่บางคนยังไม่รู้ว่าเปลี่ยนอะไรไปแล้วบ้าง เพราะคิดว่ายังไม่ใช่เวลาของตัวเองแบบนี้ไม่ได้แล้ว จึงต้องมีตัวชี้วัดทั้งหมด แต่ตนไม่ได้โกรธอะไรใคร และขออย่ามาเอาใจ ซึ่งรู้ว่าประเพณีไทยอยากมาหานายเพื่อมอบของขวัญปีใหม่และมาทานข้าว แต่ขอให้กับภรรยาที่บ้าน เสียเวลาขอให้ต่างคนต่างทำงานของตนเองไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัญหาทุจริตต้องใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระเพื่อตรวจสอบ ดังนั้นทุกคนต้องเชื่อมั่นในองค์กรเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะตัดสินด้วยวิธีและจะเชื่อใครอีก และที่บอกว่ารัฐบาลนี้ไม่ยอมรับการตรวจสอบไม่ใช่เรื่องจริง เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็เข้ามาตรวจสอบทั้งหมด หากชี้แจงได้ก็จบ ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็เป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งย้ำว่าตนเองไม่เคยสั่ง และจะบอกว่าเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไร เพราะไม่ได้ตัดสินเพียงคนเดียวแต่ตัดสินเป็นองค์คณะ และตนเองไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ และประชาชนยังไม่ทราบว่า ยังมีข้าราชการถูกฟ้องระนาว และขึ้นโรงขึ้นศาล โดยตนเองต้องเซ็นทุกอาทิตย์ ดังนั้นอย่าให้ใครเอาเรื่องนี้มาตีกันให้วุ่นวาย

"ผมมีความตั้งใจและความปรารถนาดี สวดมนต์ทุกครั้ง สวดให้กับประเทศไทย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ แต่วันนี้ต้องมาสวดมนต์ให้กับ คสช.ด้วย ว่าให้เอาตัวให้รอด จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าจะทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด อะไรที่เป็นปัญหาต้องแก้ไข อย่างไรก็ตาม ในวันหน้าผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง แต่วันหน้าจะเมื่อไรก็ไม่รู้ ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็ป ส่วนเรื่องอื่นก็คือเรื่องอื่น" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จากนั้น ภายหลังการสัมมนาดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า จะมีการเลือกตั้งภายในปี 2561 หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธตอบคำถาม แต่เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำว่า คสช.มีใบสั่งให้ สนช.ลงมติขยายเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ โบกมือพร้อมบอกว่า "ไม่มีใบสั่งอะไรทั้งนั้นจาก คสช." 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้