วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ถึงเวลาหรือยัง? ปฏิวัติประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้

เราทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า พวกเราต้องช่วยกันวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

แต่เคยมีใครตั้งคำถามบ้างไหมว่า สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้จริงอย่างไร? 

วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ โชคดีที่ได้มีโอกาสนั่งพูดคุยกับ นายพงค์พรหม ยามะรัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ThaiWPS เกี่ยวกับประเทศไทยในยุคใหม่นี้

พงค์พรหม เกริ่นนำด้วยคำถามที่ว่า "การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล หมายถึงอะไร?" ซึ่งนี่เป็นคำถามที่นับวันผู้คนในสังคมไทยก็มักจะเฝ้าถามตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ภาครัฐและเอกชนต่างก็ช่วยกันผลักดันมาตลอดเพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรม

ในขณะเดียวกัน ผู้ที่ผลักดันก็พยายามจะใช้เทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการพัฒนาประเทศ โดนที่ลืมคิดไปว่า "คน" ในประเทศนี้ยังขาดทักษะบางอย่าง อาทิ สื่อการเรียนรู้นอกห้องเรียน (รวมถึงพิพิธภัณฑ์ต่างๆ) พื้นที่ความคิดสร้างสรรค์ (Co-Working Space) เป็นต้น

ดังนั้น การผลักดันแค่เรื่อง Education อย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด นายพงค์พรหม จึงเห็นว่า ประเทศของเราควรเริ่มจากการ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ สร้างการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง ไม่เน้นท่องจำ แต่เน้นการคิด วิเคราะห์ และการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อปูพื้นฐานของโครงสร้างพื้นฐานในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ซึ่งประเด็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมนี้ ควรได้รับการขับเคลื่อนจากภาครัฐ บริษัทเอกชน และสถานศึกษา ที่เน้นการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้และการสร้างประโยชน์จากความรู้ได้ตามความต้องการ

นอกจากนั้น นายพงศ์พรหม ยังเสริมอีกว่า สิ่งที่เขาอยากจะเสนอคือเรื่องการพัฒนาคนอย่างจริงจัง โดยไม่ได้สนผลกำไรของตัวเอง เพราะเขามองว่าเมื่อไรที่ประเทศประสบความสำเร็จ บริษัทในประเทศก็จะประสบผลสำเร็จไปด้วย แต่มันต้องเกิดการเปลี่ยนโจทย์ตั้งแต่วันนี้ว่า เราจะช่วยสร้างประเทศตรงจุดไหนดี เพราะฉะนั้นขอโฟกัสเรื่องการพัฒนาคน

ในปีที่ผ่านมา บริษัทสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับประเทศมาโดยตลอด ในขั้นแรก บริษัทสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ให้กับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยแล้วกว่า 500,000 license แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการของภาคการศึกษาที่ต้องการมากถึง 800,000 license ส่วนในขั้นตอนต่อไป บริษัทก็ตั้งใจจะสร้างห้องเรียนต้นแบบเพื่อปูพื้นฐานให้นักเรียน-นักศึกษานำซอฟต์แวร์เราไปใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

เราทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า พวกเราต้องช่วยกันวางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ภายใต้นโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วย... 22 ม.ค. 2561 10:57 6 ก.พ. 2561 12:50 ไทยรัฐ