วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปเปิดบัญชีธนาคารจะมีความผิดอย่างไรบ้าง?

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ยังคงคุยกันเรื่องของกรณีที่มีบุคคลอื่นนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อนำไปรับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้อื่นทางออนไลน์ เพราะเป็นเรื่องสำคัญและใกล้ตัว อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของบัตรประชาชนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกรณีของฝรั่งหลอกจีบสาวไทย หรือเป็นกรณีของการอ้างว่าผู้เสียหายส่งสิ่งของผิดกฎหมายไปทางไปรษณีย์ หรือกรณีที่แฮก Facebook แล้วหลอกยืมเงินจากเพื่อนของผู้ใช้บัญชี Facebook ฯลฯ สุดท้ายสร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของบัตรประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องไปเป็นพยานให้กับพนักงานสอบสวนตามท้องที่เกิดเหตุในหลายจังหวัด บางกรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึงสองครั้ง แต่เจ้าของบัตรประชาชนไม่อยู่บ้าน ทำให้พนักงานสอบสวนต้องขออนุมัติออกหมายจับ ยิ่งทำให้ยากแก่การแก้ไขปัญหาในทางกฎหมาย

ประเด็นที่มีผู้สงสัยเป็นจำนวนมาก คือ กรณีที่มีบุคคลอื่นนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารนั้น ผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษอย่างไรบ้าง 

1. ในกรณีที่คนร้ายได้นำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยกรอกรายละเอียดพร้อมทั้งลงลายมือชื่อในคำขอเปิดบัญชีในนามของผู้ที่มีชื่อในบัตรประชาชน การกระทำดังกล่าวนี้ ถือได้ว่าเป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และการหลอกลวงนั้น ได้ไปซึ่งสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็ม อันเป็นทรัพย์สินของธนาคาร ธนาคารจึงเป็นผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบมาตรา 342 (1) ซึ่งต้องรับโทษหนักขึ้น เป็นโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ 

(1) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ 

(2) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

2. การที่คนร้ายได้ลงลายมือชื่อของเจ้าของบัตรประชาชนลงในคำขอเปิดบัญชีธนาคาร และใช้เอกสารดังกล่าวยื่นต่อพนักงานของธนาคารนั้น เป็นการลงลายมือชื่อปลอมลงในเอกสาร จึงมีความผิดในข้อหาปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ประกอบ มาตรา 268 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใด ๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 

ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน  

ประกอบ มาตรา 268 ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ 

ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว 

นอกจากนี้ กรณีคนร้ายนำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปเปิดบัญชีธนาคารยังมีความผิด ตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 มาตรา 15 ผู้ใดนำบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตน เป็นเจ้าของบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับ ตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท  

ส่วนกรณีที่คนร้ายไปหลอกลวงผู้อื่น และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินใส่บัญชีธนาคารก็จะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 รวมถึงหากมีการหลอกลวงกันในระบบออนไลน์ หรือระบบอินเทอร์เน็ต ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ปี 2550 มาตรา 14(1) ด้วย ซึ่งจะต้องรับโทษต่างกรรมต่างวาระเรียงกระทงกันไป 

สุดท้ายนี้ ฝากสถาบันการเงินที่ถูกคนร้ายหลอกเปิดบัญชีธนาคาร ให้รีบไปแจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากเป็นคดีความผิดอันยอมความกันได้ มีอายุความเพียงแค่ 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ภายใต้บังคับ มาตรา 95 ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ มาตรา 97 ในการฟ้องขอให้กักกัน ถ้าจะฟ้องภายหลังการฟ้อง คดีอันเป็นมูลให้เกิดอำนาจฟ้องขอให้กักกัน ต้องฟ้องภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ฟ้องคดีนั้น มิฉะนั้น เป็นอันขาดอายุความ 

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ 

Facebook: ทนายเจมส์ LK

ทนายเจมส์

ผู้ใดนำบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตน เป็นเจ้าของบัตรหรือใบรับหรือใบแทนใบรับต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับ ตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท 22 ม.ค. 2561 10:05 22 ม.ค. 2561 13:01 ไทยรัฐ