วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

  • Share:

ชนะอื่นหมื่นแสนแม้นพันครั้ง แต่ถ้ายังแพ้กิเลสหรือเหตุผล

ไม่ยิ่งใหญ่ไปกว่าปัญญาชน ผู้กล่อมจิตพิชิตตนเพียงหนเดียว

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆ ท่าน พบกับพระมหาสมปองอีกเหมือนเดิม จากที่เกริ่นไปคำกลอนไว้เบื้องต้น เป็นเพราะว่าสังคมทุกวันนี้มุ่งเน้นแต่ที่จะเป็นที่หนึ่ง มุ่งหวังชัยชนะให้เป็นของตนเอง โยมรู้ไหมว่า การเป็นที่หนึ่งใช่ว่าจะมีความสุขเสมอไป หากเราไม่รู้การเอาชนะใจของตนเองให้ได้ก่อน เหมือนคำสอนที่ว่า ชนะอื่นหมื่นแสนแม้นพันหน ยังไม่สู้การชนะใจตนเพียงหนเดียว คนที่เอาชนะใจตนได้ สิ่งที่จะตามมาคือความสุข

ถ้าจะชนะ ขอให้ชนะคน ด้วยการให้ ได้ใจแน่ รู้จักให้อภัยแก่คนแพ้ แท้จริงได้ ถ้าชนะใจผู้อื่น จึงได้ใจ ให้ความสุข แก่ใครย่อมได้คืน

โยมทั้งหลาย ความสุขนั้นหาได้ไม่ยาก เพียงเราปรับฐานทางด้านความคิด ความทุกข์ก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะไปทุกข์ที่อื่น มันก็ทุกข์ที่ใจ เหมือนโคลนเกิดขึ้นจากน้ำ ก็ใช้นั่นแหละล้างโคลน เหมือนทุกข์เกิดขึ้นจากใจ ก็ใช้ใจนั่นแหละล้างความทุกข์ ใจที่นิ่งก็เหมือนน้ำที่สะอาด ย่อมล้างความทุกข์ที่เกิดขึ้นมาได้ ถ้าใจเรานิ่งเป็นก็จะเย็นได้ ถ้าใจเรานิ่งเป็น เราก็จะรู้ว่าทุกข์มีไว้เห็น ไม่ใช่มีไว้เป็น เมื่อเราเห็นทุกข์ชัด เราก็มองเห็นต้นเหตุของความทุกข์ ความสุขก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก วิธีที่จะเอาชนะคนอื่นนั้นไม่ยาก พุทธศาสนาสอนไว้ดังนี้คือ

ชนะใจเด็กด้วยการให้ ชนะใจผู้ใหญ่ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน ชนะคนเสมอกันด้วยความพยายาม ชนะความตระหนี่ด้วยการให้ ชนะความไม่พอใช้ด้วยการอดออม ชนะคนปากมอมด้วยกุศโลบาย ชนะทุกข์ทั้งหลายด้วยธรรม ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก ผู้ให้ย่อมผูกไมตรีไว้ได้ การให้เป็นเบื้องต้นแห่งการทำความดี บัณฑิตจึงสรรเสริญการให้

และอาตมาอยากจะถามโยมว่า คนประเทศไหนให้กันง่ายที่สุด คนญี่ปุ่นค่ะ ทำไมล่ะโยม เพราะเดินไปที่ไหนก็จะมีแต่คนพูดว่าให้ๆๆๆ (มันคนละให้แล้วโยม) แล้วคนประเทศไหนคะหลวงพี่ ก็คนทุกประเทศที่มีความดีในหัวใจ

เมื่อพูดถึงชัยชนะในสังคม ในทางโลก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม มักต้องการเป็นผู้ชนะอยู่ร่ำไป โดยไม่รู้พิษภัยของการเป็นผู้ชนะ การเอาชนะผู้อื่นนั้นทำให้ฮึกเหิมหลงลำพองเพียงใด กลายเป็นคนไม่รู้จักตน เพิ่มอัตตาแก่จิตใจตนเอง ด้วยกิเลสตัณหาอุปาทานบังตาบังใจ หารู้ไม่ว่าการเป็นผู้ชนะทางโลกนั้นเป็นเพียงแค่การได้สนองกิเลสของตนเท่านั้น ถ้ามองในทางธรรมแล้ว ก็เป็นผู้แพ้อย่างราบคาบต่อกิเลสมารในใจตน

ส่วนในทางธรรมกล่าวกันว่า แพ้เป็นพระชนะเป็นมาร ที่ว่าแพ้เป็นพระเพราะว่า ถึงเราจะแพ้ในการแข่งขัน แต่เราก็เอาชนะใจของตนเองได้ รู้จักข่มใจตนเอง เมื่อใดที่เราไม่ได้รับสิ่งต่างๆ ดังที่ใจตนต้องการ เราก็ควบคุมจิตใจของตนเองให้ปกติได้ คือเอาชนะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ในจิตใจของตน ดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย แปลว่า ชนะตนนั่นแหละเป็นดี

สรุปได้ว่าผู้ชนะทางโลกนั้น ยังเป็นผู้ชนะได้ไม่เด็ดขาด เพราะเป็นการบ่มเพาะกิเลสตัณหาให้เติบโตคอยรุกรานใจตน มองเห็นดีแต่ตัว ชั่วแต่คนอื่น พระพุทธองค์สอนว่าถ้าอยากเป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาดแท้จริงแล้วล่ะก็ ต้องพยายามเอาชนะตนให้ได้ก่อน เจริญพร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้