วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ภูมิธรรม' แฉ 4 วิกฤติกัดกร่อนผู้นำ ซัดล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือ

"ภูมิธรรม" แฉ 4 วิกฤติกัดกร่อนผู้นำ นับถอยหลังสู่ความเสื่อมถอย ซัดดิ้นรนสืบทอดอำนาจอย่างไม่อาย เล็งรอขยับ 3 กลไก "งบประมาณ-แต่งตั้งโยกย้าย-พรรคพวกพ้อง" ยื้อเลือกตั้งชิงความได้เปรียบทางการเมือง
...


เมื่อวันที่ 21 ม.ค.61 นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตลอดเวลา 4 ปี ที่ติดตามการทำงานของรัฐบาลและ คสช. เห็นว่าผู้มีอำนาจปัจจุบันกำลังสร้าง 4 วิกฤติ คือ 1.วิกฤติศรัทธาผู้นำจากโรคเลื่อน เป็นผู้นำที่พูดจาไร้หลักการ เลื่อนลอย ยึดอำนาจและอารมณ์ตนเองเป็นใหญ่ วิกฤติจากโรคเลื่อนโรดแม็ปแสดงถึงการดิ้นรนขยายการสืบทอดอำนาจอย่างไม่ละอาย เป็นความล้มละลายของภาวะผู้นำในความน่าเชื่อถือ สะท้อนภาวะวิกฤติศรัทธา 2.วิกฤติความโปร่งใส จากทีมงานคนรอบข้างและเครือญาติผู้นำที่ขยายมากขึ้นในปัจจุบัน อาทิ กรณีอุทยานราชภักดิ์ รถเมล์เอ็นจีวี เรือเหาะ-เครื่องจีที 200 การเอาที่ดินสาธารณะให้เอกชนเช่าหาประโยชน์ การที่เครือญาตินายกฯ ใช้สถานที่ราชการจดทะเบียนบริษัท ประมูลงานราชการที่บิดาเป็นหัวหน้าหน่วยราชการ และเรื่อง "แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน" สะท้อนวิกฤติความโปร่งใส การให้เหตุผลที่มักง่าย ขาดสามัญสำนึกเป็นลักษณะของผู้นำที่ดูถูกประชาชน ยิ่งขยายความไม่โปร่งใสครึกโครมมากกว่าทุกรัฐบาล 3.วิกฤติหลักการ ใช้หลักกูปกครองโดยอำเภอใจแทนหลักนิติธรรม ใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ มีการใช้อภินิหารทางกฎหมายเป็นเครื่องมือกำราบผู้เป็นภัยต่ออำนาจของตน ใช้เล่ห์ เพทุบาย สมคบคิดกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหาช่องทางสืบต่ออำนาจให้ยาวนานออกไป 4.วิกฤติผลงาน ใช้โครงการประชารัฐเป็นเครื่องมือแสวงหาความนิยม เสมือนเป็นการใช้งบหลวง กลไกรัฐมาหาเสียงล่วงหน้า



นายภูมิธรรม กล่าวว่า วิกฤติการณ์ทั้ง 4 ข้อจะนำไปสู่ความเสื่อมถอยของกลุ่มอำนาจ ขอข้อสังเกตว่า การเกิดโรคเลื่อนโดยตลอดเป็นเพราะ 1.รองบประมาณ เพื่อผลักดันงบมหาศาลให้เกิดผลสร้างความพึงพอใจกับประชาชน เพื่อเป็นฐานความนิยมในการเลือกตั้ง 2.รอการแต่งตั้งโยกย้าย ให้ได้คนของตนไปสร้างความมั่นคงให้ฐานอำนาจตน ใช้เป็นกลไกอำนวยประโยชน์การสืบทอดอำนาจ 3.รอการแต่งตัวของพรรคใหม่ที่เป็นพรรคของตนหรือพรรคสำรอง เพื่อสนับสนุนพวกตนให้มีความพร้อม ชิงความได้เปรียบพรรคเก่า วิกฤติทั้งหลายทำให้สังคมเห็นเจตนาที่ชัดเจนเรื่องการสืบทอดอำนาจ มีการเปลี่ยนสถานะของผู้มีอำนาจจากคนกลางที่เข้ามาแก้ปัญหาประเทศเป็นผู้เล่นหลักที่ต้องการสืบทอดอำนาจ โดยชิงความได้เปรียบ ทั้งงบประมาณ กลไกอำนาจรัฐ กติกากฎหมายที่ใช้ควบคุมการเลือกตั้ง การใช้วาทกรรมเพื่อให้ความหมายและสร้างความชอบธรรมต่อระบบต่างๆ ที่ตนสร้างขึ้น พยายามทำให้สังคมเชื่อว่าความล้มเหลวต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาจากสื่อมวลชน พรรคการเมือง ทำเพื่อหวังโค่นล้มรัฐบาล ไม่ได้เป็นความล้มเหลวจากการบริหารที่ผิดพลาดของตนเอง.