วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สำนึกและบรรทัดฐานใหม่

โดย สายล่อฟ้า

รู้อยู่แก่ใจ อย่าโกหกตัวเอง

เป็นปรากฏการณ์ใหม่ภายใต้กติกาเก่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของบรรดานักการเมืองต่อไป ป.ป.ช. แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง

แต่ก็อยู่ภายใต้การนำของ “นักการเมืองที่อดีตเคยเป็นทหาร”

คือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและหัวหน้า คสช.

ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญ เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพและสร้างความโปร่งใสในระบบการเมือง

ป้องกันการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่ไม่ถูกต้อง ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบเมื่อเข้ามามีตำแหน่งทางการเมือง

แต่ครั้งล่าสุดได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ เพราะบรรดารัฐมนตรีใหม่ รัฐมนตรีที่ต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งใหม่และผู้ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองทั้งในส่วนของรัฐบาลและ สนช.

ได้แห่กันแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วยการแจกจ่ายอย่างละเอียดว่ามีอะไรกันบ้าง ของเล็กของน้อยก็ไม่มีการปิดบังอำพราง หรือทำเป็นหลงลืมโดยมิชอบ

พูดง่ายๆว่าแสดงความโปร่งใสทุกกระเบียดนิ้ว

ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ...เพราะจะเป็นการสร้างกระบวนการปฏิรูปการเมืองให้เกิดความโปร่งใสที่เริ่มของนักการเมือง

เพราะถ้าเริ่มต้นด้วยการโกหกพกลมรู้ดีว่าตัวเองมีทรัพย์สินอะไรแต่ไม่ยอมแจ้งให้สาธารณะได้รับทราบ

นั่นเท่ากับเริ่มต้นก็โกหกตัวเองแล้วจะไปแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

ผมว่าตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้บรรดานักการเมืองที่แสดงทรัพย์สินและหนี้สินอย่างละเอียดอย่างนี้คงได้อิทธิพลมาจาก “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่กำลังไล่ล่าเรื่องนาฬิกาหรู

ตั้งแต่เรือนแรกมาจนถึงเรือนที่ 25 เข้าไปแล้วกระมัง...

ใครลองเป็น พล.อ.ประวิตร ซึ่งตกอยู่ในที่นั่งถูกตรวจสอบอย่างไม่กะพริบตาอย่างนี้แม้จะมีตำแหน่งใหญ่โต

ถามจริงๆว่ามีความสุขดีกระนั้นหรือ?

คงไม่ใช่แน่ อย่างน้อยเจอนักข่าวที่เพียรถามทุกครั้งที่พบกันก็ต้อง “เซ็งเป็ด” แน่ แม้เข้าใจดีว่าเป็นหน้าที่ของนักข่าวที่จะต้องถามเพื่อจะได้คำตอบแล้วนำเสนอให้ประชาชนได้รับรู้

ความเป็นไปว่ามันถึงไหนแล้ว

มีอยู่คำตอบหนึ่ง หลังจากที่ไม่ยอมปริปากพูดถึงเรื่องนี้มานานแล้ว

“ก็วนกันใส่ในหมู่เพื่อน แต่ได้คืนไปหมดแล้ว”

เป็นคำตอบที่สังคมพอจะทราบแล้วว่าจะออกมาในลักษณะนี้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่า ป.ป.ช. จะสอบสวนออกมาอย่างไร แม้ล่าสุดจะบอกว่าคืบหน้าไปมากแล้ว

แต่ถามจริงๆเถอะว่า...คำตอบนี้ใครจะเชื่อกันบ้างล่ะ?

หรือแม้จะใช้คำตอบนี้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช. ก็ตาม แต่ ป.ป.ช. จะใช้คำตอบนี้เป็นข้อสรุปได้หรือเพราะเชื่อว่าเป็นไปอย่างนั้น

แค่นี้คงไม่พอแน่ที่จะชี้ผลออกมาได้ แต่จะต้องสืบสาวราวเรื่องต่อไปว่านาฬิกานั้นเป็นของใครมีที่มาที่ไปอย่างไร

มีกี่คนที่วนกันใส่บ้าง เพราะเหตุผลที่จะทำให้เชื่อหรือไม่เชื่อนั้นมันจะต้องมีการสืบหาข้อมูลความเป็นไปที่มีความกระจ่าง
จนหายสงสัย

ผลพวงจากเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้นักการเมืองเกิดความรู้สึกมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยวิถีทางปฏิบัติ นั่นคือยอมแจงบัญชีทรัพย์สินอย่างละเอียด

เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ยกระดับความโปร่งใส่อย่างมีสำนึก.


“สายล่อฟ้า”

รู้อยู่แก่ใจ อย่าโกหกตัวเอง เป็นปรากฏการณ์ใหม่ภายใต้กติกาเก่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของบรรดานักการเมืองต่อไป ป.ป.ช. แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง