วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไทยนิยมยั่งยืน

การเมืองในยุคนี้ ขอบอกว่า แตกต่างจากการเมืองที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ถ้าจะคิดสร้างกระแส สร้างภาพ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่ได้ผลแน่นอน เพราะสื่อโซเชียลก็เหมือนดาบสองคม สามารถที่จะย้อนดูบันทึกคำพูดและพฤติกรรมในอดีตได้ หากปากไม่ตรงกับใจ ทำอะไรไม่ตรงไปตรงมา

จะกลับมาเชือดคอตัวเอง

สิ่งที่จะเห็นต่อไปนี้ คือการเปลี่ยนแปลงนักการเมือง ระหว่าง เก่ากับใหม่ ซึ่งไม่ได้หมายถึง คุณวุฒิหรือวัยวุฒิ แต่อยู่ที่ ทัศนคติทางการเมือง จะเป็นแบบเดิมๆ สร้างตัวเองจากวิวาทะคำพูด หรือ สร้างตัวเองจากผลงานและการกระทำ ถ้านักการเมืองทั้งที่มีต้นทุนและไม่มีต้นทุน ไม่พัฒนาตัวเองให้เข้ากับการเมืองยุคดิจิทัล ก็เตรียมตัวตายได้เลย ในขณะเดียวกัน การสร้างความสมดุล ระหว่าง ดิจิทัล กับ ไทยนิยม ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยม หรือพฤติกรรมความเป็นไทย ความซื่อสัตย์สุจริต เทิดทูนชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องมีควบคู่ไปด้วย

ถ้าไม่มีหลักความเป็นชาติเอาไว้ก็ไปไม่รอดเหมือนกัน

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการยกคำพูดเรื่องของ ประชาธิปไตยไทยนิยม ที่รัฐบาลเน้นนโยบายการทำความเข้าใจกับประชาชน ในการสร้างความร่วมมือและความปรองดอง ในโค้งสุดท้ายของ โรดแม็ปประชาธิปไตย โดยเฉพาะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มอบเป็นนโยบาย เพราะต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถูกเอาไปตีความจากฝ่ายการเมืองต่างๆนานา จนกลายเป็นวิวาทะไปฉิบ

การเมืองเริ่มจะร้อนตัวกับการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หรือแกนนำพรรคคนอื่นๆจาก ประชาธิปไตยไทยนิยม ไปสู่การเรียกร้องหลัก ธรรมาภิบาล จนกลายเป็นประเด็นการเมือง

ในความหมายของ ไทยนิยมยั่งยืน เข้าใจว่า คสช.ต้องการให้ การเมืองไทยมีความยั่งยืนในทุกด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ความปรองดองของคนในชาติ ไม่ใช่พอมีการเมืองในระบอบประชาธิปไตย

คนไทยก็ยังทะเลาะกันเองเหมือนเดิม

การเมืองมีแต่การทำลาย ไม่มีการสร้างสรรค์ ไม่ว่าขั้วไหนเข้ามาบริหารประเทศ ก็ต้องทำหน้าที่บริหารบนความขัดแย้ง ท้ายที่สุดแล้ว เกิดวิกฤติการเมืองที่ฝังรากลึก คนไทยฆ่ากันเอง พาคนไปตาย เพราะฉะนั้นจะอ้างระบอบประชาธิปไตยอย่างเดียวก็ไม่ได้ จะต้องเป็นแบบไทยนิยมที่ยั่งยืนด้วย

ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบไทยๆที่ผ่านมา

ประเทศไทยบอบช้ำมาก็เยอะ เจ็บมาก็มาก ลองทบทวนให้ดี เป็นเพราะ ทหาร หรือนักการเมือง ถ้าการเมืองไม่ทะเลาะ กันเอง เคารพกฎกติกาตามระบอบประชาธิปไตย จะมีวันนี้หรือไม่ ถามใจดู

เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ก็คงไม่มีใครอยากลงมาสู่จุดศูนย์กลางของความขัดแย้ง แต่เป็นเพราะภารกิจที่ต้องทำ ถ้าการเมืองไม่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา จะเอาผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างเดียว ก็เท่ากับจุดไฟเผาบ้านเผาเมืองตัวเอง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

การเมืองในยุคนี้ ขอบอกว่า แตกต่างจากการเมืองที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง ถ้าจะคิดสร้างกระแส สร้างภาพ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่ได้ผลแน่นอน เพราะสื่อโซเชียลก็เหมือนดาบสองคม 21 ม.ค. 2561 11:54 ไทยรัฐ