วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดพลุการท่องเที่ยว คานงัดพัฒนาชาติ

“การท่องเที่ยวคือจุดคานงัด...สู่การพัฒนาทุกด้าน” อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่อาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส จุดพลุเปิดมุมมองต้อนรับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ใหม่หมาดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561

ย้ำไปหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า “ประเทศไทย” มีทรัพยากรมากมาย มากกว่าสิงคโปร์ มากกว่าญี่ปุ่น มากกว่าสวิตเซอร์แลนด์ ควรจะสามารถพัฒนาให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดได้ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเพราะทำงานแยกกันเป็นส่วนๆ ไม่บูรณาการเข้ามาด้วยกันเป็น “มรรคสมังคี” ตามภาษาของพระ

ซึ่งท่านหมายถึง “มรรค 8” นั้น ไม่ได้แยกส่วนเป็นมรรคๆ แต่สมังคีเข้าด้วยกันเป็นองค์รวม จับมรรคใดก็เชื่อมทั่วถึงอีก 7 มรรค ถึงตรงนี้ให้เข้าใจตรงกันสักนิดว่า “กุญแจ” ของการพัฒนาประเทศไทยอยู่ที่มรรคสมังคี คือบูรณาการการพัฒนาทุกอย่างเข้าด้วยกัน ดังตัวอย่างเรื่องการท่องเที่ยวเป็นจุดคานงัดสู่การพัฒนา

เริ่มจาก...ทุกหมู่บ้าน ตำบล จังหวัด สร้างภูมิทัศน์ที่สวยงาม รัฐบาลต้องสามารถระดมสถาปนิก และองค์กรที่ทำงานทางสถาปัตยกรรมทั้งหลาย ร่วมสร้างภูมิทัศน์ที่สวยงามใน 80,000 หมู่บ้าน 8,000 ตำบล 76 จังหวัด รวมทั้งวัดวาอารามประมาณ 37,000 แห่ง แทนที่ความเละเทะในปัจจุบัน ให้เกิดสุนทรียทัศน์ประเทศไทย

แบบว่า...ใครๆก็อยากไปเที่ยว ไปเห็น ไปอยู่ เห็นแล้วก็มีความสุข

ต่อจากนั้น...ทำการวิจัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของทุกพื้นที่ให้ทุกพื้นที่มีความหมาย รัฐบาลต้องให้องค์กรสนับสนุนการวิจัยทั้งหลาย ไปสนับสนุนการวิจัยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนท้องถิ่นในทุกตำบล ต้องสนับสนุนให้ อบต.หรือเทศบาลตำบล สามารถสร้างพิพิธภัณฑ์ตำบล เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้

“จะทำให้ทุกพื้นที่มีความหมาย ให้ความภูมิใจกับคนในท้องถิ่น ดึงดูดการท่องเที่ยวและทำให้ผู้มาท่องเที่ยวเกิดปัญญา”

ถัดมา...ปรับปรุง “วัด” และ “โบราณสถาน” ทั้งหมดให้อยู่ในสภาพน่าดูน่าชม มีพระหรือมัคคุเทศก์ที่มีความรอบรู้ สื่อสารเก่ง ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ศิลปะ ธรรมะ

พร้อมทั้งทำข้อมูล ส่งเสริมศิลปินและศิลปะในทุกพื้นที่...ในแต่ละจังหวัดมีศิลปินและศิลปะแขนงต่างๆจำนวนมาก ควรสำรวจทำข้อมูลของศิลปินและศิลปะทั้งหมดในแต่ละจังหวัด ข้อมูลนี้จะมีประโยชน์มากในการพัฒนากิจกรรมทางวัฒนธรรม พัฒนาสินค้าวัฒนธรรม และพัฒนาการท่องเที่ยว

เมื่อเดินหน้าได้ที่แล้วก็สร้าง “ศูนย์การแพทย์แผนไทย” ทุกตำบล อาจารย์หมอประเวศ บอกว่า ทุกตำบลควรมีศูนย์การแพทย์แผนไทยที่ไม่เป็นราชการ แต่เป็นธุรกิจเพื่อสังคมของตำบล โดยสามารถให้บริการ 3 อย่าง คือ นวดแผนไทย การประคบด้วยสมุนไพร และ ขายยาสมุนไพร ที่พิสูจน์แล้วว่ามีผลดีจริง

หัวใจสำคัญของ “ศูนย์การแพทย์แผนไทยประจำตำบล” นี้ นอกจากจะให้บริการแก่คนในตำบล โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ปวดข้อปวดกระดูกเป็นอัมพาต จะได้รับประโยชน์จากการนวด...การประคบด้วยสมุนไพรใกล้บ้านแล้ว การนวดแผนไทยถ้าทำได้ดีมีความสะอาด มีศิลปะ และความถูกต้องตามหลักวิชาการ จะมีคนในเมือง หรือแม้แต่คนจากต่างประเทศเข้ามารับบริการ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

ลำดับขั้นต่อไปก็เดินหน้าส่งเสริมความสามารถในการจัดการของตำบล ให้สามารถจัดการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่อย่างหลากหลาย ซึ่งรวมถึงวิสาหกิจชุมชน การมีตลาดชุมชน การท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งรวมถึงโฮมสเตย์ ทุกตำบลควรสามารถสร้างพลังงานชุมชน โดยการสนับสนุนของเครือข่ายวิศวกรที่ชำนาญในเรื่องพลังงานทางเลือก อันมีอยู่ประมาณ 200 คน ที่สัมพันธ์อยู่กับสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล

ทุกตำบลต้องสร้างจุดเด่นในเรื่องการมีอาหารอร่อย ขนมอร่อย สินค้าวัฒนธรรม ตลาดชุมชน

“ทุกตำบลต้องสามารถประกาศว่าเป็นตำบลปลอดภัย ไม่มีการจี้ปล้น ข่มขืน ผู้คนสามารถท่องเที่ยว พักแรม กางเต็นท์ได้อย่างสบายใจ ถ้าคนในตำบลทุกคนมีส่วนแบ่งรายได้อย่างเป็นธรรม ก็อยากจะรักษาส่วนรวม...ช่วยกันดูแลให้ตำบลของตนเป็นตำบลปลอดภัย ควรมีการตรวจสอบและให้ตำบลแข่งขันกันรับประกาศนียบัตรว่าเป็นตำบลปลอดภัย หรือสร้างแบรนด์ความปลอดภัยทำให้คนอยากไปท่องเที่ยว”

ต่อเนื่องไปถึง “ภาคธุรกิจ”...ภาคที่มีความเข้มแข็งในการจัดการมากที่สุด ควรจะเข้ามาสนับสนุนความสามารถในการจัดการของตำบล อาจจะเป็นทำนอง 1 บริษัท ต่อ 1 ตำบล แต่บริษัทใหญ่ๆที่มีพลังมาก

1 บริษัทอาจสนับสนุนได้หลายตำบล...เป็นจุดยุทธศาสตร์การพัฒนาให้มีความสามารถสูงในการจัดการทุกด้าน

นอกจากนี้ ยังต้องส่งเสริมให้ทุกตำบลปลูกไม้ยืนต้นให้มากที่สุด ...ฝากกับธนาคารต้นไม้ ธ.ก.ส.ได้ทำกิจการธนาคารต้นไม้ ใครปลูกต้นไม้มาฝากกับธนาคาร และได้เครดิตไป แต่ละวันต้นไม้แต่ละต้นจะมีมูลค่าเพิ่ม 3 บาท ใครมี 1,000 ต้น แต่ละวันก็จะมีรายได้สะสม 3,000 บาท

“เมื่อต้นไม้โตขึ้นสามารถเลือกตัดมาทำประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ต้นละหลายหมื่นบาท กระดานมีตลาดไม่มีที่สิ้นสุดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะเอาไปปลูกบ้าน ทำเฟอร์นิเจอร์”

นอกจากนั้นยังเอาไม้มาทำงานศิลปะ...ต่อเรือขายได้ ต่อไปน้ำจะท่วมในประเทศต่างๆมากขึ้น ถ้าเรามีต้นไม้มากๆจะส่งเรือเป็นสินค้าออกได้ การมีต้นไม้มากๆจะทำให้ความเป็นป่ากลับคืนมา ยังความชุ่มชื้นฟื้นต้นน้ำลำธาร จับคาร์บอน คิดเครดิตคาร์บอน สร้างปุ๋ย สร้างเชื้อเพลิง สร้างอาหาร

“ปลูกต้นไม้มากๆจะหายจน และทำให้ภูมิประเทศสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยว”

เชื่อมโยงไปถึง “สถาบันการเงิน” ของชุมชนระดับตำบลในทุกตำบล ธ.ก.ส.สามารถสนับสนุนประชาคมตำบลให้รวมตัวกันสร้างสถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบล ที่ทำสำเร็จแล้วมีเงินหมุนเวียนถึง 100 กว่าล้านต่อตำบล สถาบันการเงินของชุมชนเป็นเครื่องมือเชิงสถาบันของชุมชน เพื่อส่งเสริมการออม การเรียนรู้ การอาชีพ สวัสดิการ และอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมสมรรถนะของตำบลในการจัดการการท่องเที่ยว

ถึงตรงนี้ อาจารย์หมอประเวศ บอกอีกว่า กุญแจสำคัญที่จะใช้การท่องเที่ยวเป็นจุดคานงัดไปสู่การพัฒนาทุกเรื่อง ก็คือการพัฒนานโยบายการท่องเที่ยวที่จะต้องเชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาอย่างบูรณาการ

“บูรณาการการทำงานของคณะรัฐมนตรี ดังที่กล่าวตอนต้นว่าประเทศไทยมีทรัพยากรมากกว่าสิงคโปร์ มากกว่าญี่ปุ่น และมากกว่าสวิตเซอร์แลนด์ เกินพอที่จะสร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุด แต่ที่ไม่เป็นดังนั้นเพราะการทำงานแบบแยกส่วนไม่บูรณาการ”

“กุญแจ” จึงอยู่ที่การพัฒนาอย่างบูรณาการในทุกระดับ...ทุกเรื่อง คณะรัฐมนตรีต้องทำงานอย่างบูรณาการ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ รัฐมนตรีต้องไม่ไปคุมกรม เพราะกรมนั้นแยกส่วนเป็นเรื่องๆ แต่รัฐมนตรีต้องบริหารนโยบาย...ยุทธศาสตร์แบบบูรณาการ โดยต้องสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ และต้องบูรณาการระหว่างกระทรวง

ถ้า ครม.สามารถทำงานอย่างบูรณาการก็จะส่งกระแสการบูรณาการลงไปสู่ทุกๆระดับและทุกพื้นที่ ทำให้ประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการ นำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน หรือประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9

“การท่องเที่ยวคือจุดคานงัด...สู่การพัฒนาทุกด้าน”...เป็นการตั้งหวังที่มีโอกาส “ประเทศไทย” จะก้าวเดินไปสู่จุดหมายได้มากน้อยแค่ไหนคงต้องฝากความหวังไว้กับ “รัฐบาล” ผู้บริหารบ้านเมืองให้เป็นไป.

“การท่องเที่ยวคือจุดคานงัด...สู่การพัฒนาทุกด้าน” อีกหนึ่งประเด็นร้อนที่อาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส จุดพลุเปิดมุมมองต้อนรับ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ใหม่หมาดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2561 21 ม.ค. 2561 11:36 21 ม.ค. 2561 11:36 ไทยรัฐ