วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รุมจวกสมคบคิด ทำเนียน เลื่อนเลือกตั้ง! กรณีสนช.-ยืดเวลาไป90วัน

หวังตีตั๋วขึ้นเป็นส.ว.ลากตั้ง! โพลคะแนนนิยมบิ๊กตู่ตกวูบ


รัฐบาลปัดไม่รู้เห็น สนช.ยื้อกฎหมายลูกเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน ลากโรดแม็ปขยับวันเลือกตั้งไปต้นปี 2562 เชื่อมีเหตุผลของตัวเอง พท.สับสมคบคิดอยู่ในอำนาจให้ยาวที่สุด พรรคเก่าถูกมัดมือปล่อยพรรคใหม่ชกฟรีอีก 3 เดือน เชื่อ “บิ๊กตู่” สั่งการแต่ทำมึนไม่รู้เรื่อง โวยเลื่อนเลือกตั้งหลอกต้มประชาชนไปเรื่อย เย้ยกลัวแพ้เตือนยิ่งยื้อยิ่งทรุด “วัฒนา” ซัด สนช.รับใบสั่งแลกตั๋ว ส.ว.สรรหา ด้าน ปชป.เผยไม่เหนือคาดหมาย ชี้เหตุผลผู้มีอำนาจแต่งตัวพรรคใหม่ไม่ทัน ยังต้องการเวลาบอนไซพรรคเก่า-ดูดตัว ส.ส. จวกยับ สนช.ยื้อเวลารับเงินเดือนเพิ่ม “เอกพร รักความสุข” ประกาศตั้งพรรค “พลังพลเมือง” รูปแบบบริษัทมหาชน โพลชี้ขาดนายกฯควรต้องมาจากเลือกตั้ง คะแนน “บิ๊กตู่” ลดฮวบ เอา-ไม่เอาก้ำกึ่ง

กรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอปรับแก้ให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน จนอาจทำให้โรดแม็ปเลือกตั้งต้องเลื่อนไปจากกำหนดเดิม พ.ย.2561 เป็นช่วงต้นปี 2562 นั้น

รัฐบาลปัดไม่รู้เรื่องยื้อโรดแม็ป

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอปรับแก้ให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน จนทำให้รัฐบาลและ คสช.ถูกมองว่าไม่รักษาสัญญาที่เคยระบุว่าจะให้มีการเลือกตั้งในปี 61 ว่า เรื่องนี้เป็นดุลพินิจของกรรมาธิการฯ และ สนช. รัฐบาล และ คสช.ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาประเด็นนี้ อย่างไรก็ตาม คิดว่ากรรมาธิการฯ และ สนช.จะตกลงในเรื่องใดคงมีเหตุผล ตนไม่กล้าออกความเห็น ส่วนระยะเวลาที่เลื่อนออกไป 90 วันนั้น ไม่ได้มีนัยบ่งบอกว่า จะอยู่ยาวแต่อย่างใด เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์การขยายเวลาดังกล่าวเพื่อเอื้อต่อการตั้งพรรคทหาร พล.ท.สรรเสริญตอบว่า พรรคทหารมีที่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว

พท.ฉะเกมสมคบคิดลากอำนาจ

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอปรับแก้ให้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ว่า เป็นการสมคบคิดเพื่อให้รัฐบาลและองคาพยพในแม่น้ำทั้ง 5 สายอยู่ในอำนาจต่อไปให้นานที่สุด ทำให้นึกถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เคยให้สัมภาษณ์หลังร่างรัฐธรรมนูญที่ยกร่างถูกล้มไปว่า “เขาต้องการอยู่ยาว” และเป็นผลโดยตรงที่จะทำให้การปลดล็อกทางการเมืองของ คสช.ต้องเลื่อนออกไป เพราะในคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 ระบุให้ คสช.พิจารณาปลดล็อกเมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผล บังคับใช้ เป็นการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่ได้ทำกิจกรรมก่อนพรรคการเมืองเดิมอีก 90 วัน ดังนั้นการพิจารณาขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายที่อ้างเหตุผลต่างๆ นานาถือเป็นผลดีกับพรรคการเมืองใหม่ที่สุด อยากรู้ว่าถ้าการเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป คสช.จะชี้แจงอย่างไร เพราะเคยประกาศจะเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ถ้าบอกว่าเป็นผลจากกฎหมายก็มาจากพวกท่านทั้งสิ้น สุดท้ายจะเกิดคำถามกลับว่า ทุกอย่างเป็นการสมคบคิดกันใช่หรือไม่

“บิ๊กตู่” สั่งการแต่ทำเนียนไม่รู้เรื่อง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่น่าแปลกใจ เป็นการทำให้สมความมุ่งหมายตามแผนของ คสช.ที่ต้องการยืดเลือกตั้งออกไปให้นานที่สุด ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์กับพวกคือผู้บงการให้การเลือกตั้งเลื่อนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เพียงแต่ไม่ได้ลงมือทำเอง ซ้ำร้ายยังทำทีเป็นไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่ละครั้งจะประกาศโรดแม็ปว่าจะเลือกตั้งในปีหน้า แล้วส่งสัญญาณเป็นการภายในให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการออกกฎหมายช่วยกันหาทางเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป พอฝ่ายกฎหมายทำให้แล้วก็ค่อยประกาศโรดแม็ปใหม่ว่าต้องเลื่อนออกไปเพราะเรื่องของกฎหมาย แต่ครั้งนี้ต่างจากเดิมเล็กน้อย พล.อ.ประยุทธ์ใช้วิธีออกคำสั่งสร้างเงื่อนไขให้ สนช.เล่นตาม และยังแสดงให้เห็นว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 เป็นการยิงกระสุนนัดเดียวได้นกหลายตัว คือยืดการเลือกตั้งให้ คสช.อยู่นานขึ้น สร้างปัญหาให้พรรคการเมืองที่มีอยู่อ่อนแอ ช่วยพรรคใหม่ตั้งหลัก เหล่านี้ล้วนเพื่อเตรียมพร้อมให้ คสช.กลับมาเป็นรัฐบาลที่มีนายกฯ คนนอกเป็น พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตนมองว่านับวัน คสช.ยิ่งเสื่อมลง ภาพพจน์ไทยในสายตาชาวโลกเสียหาย เพราะผู้นำที่อ้างตัวเองว่าเป็นไทยนิยมเชื่อถืออะไรไม่ได้เลย

โวยหลอกต้มประชาชนไปเรื่อย

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สนช.ขยายเวลาให้กฎหมายมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน โดยปฏิเสธว่าไม่มีใบสั่งจาก คสช.นั้น ประชาชนมีวิจารณญาณว่าอะไรเป็นอะไร มีความพยายามยืดระยะเวลาออกไป การทำเช่นนี้ทำให้คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากเตรียมการให้พรรคที่จะจัดตั้งใหม่ ซึ่งอาจเป็นตัวแทนจากฝั่ง คสช.มีเวลาในการเตรียมความพร้อมมากกว่าพรรค การเมืองเดิม ส่วนการอ้างว่าทำไปโดยดูเนื้อหากฎหมาย ไม่ได้ดูมิติความมั่นคงหรือการเมืองนั้น ก็ชัดเจนแล้วว่า สนช.ทำหน้าที่กันแบบไหน สุดท้ายการเลือกตั้งก็ถูกเลื่อนออกไป ประชาชนเหมือนถูกหลอกไปมา ฝ่ายที่พูดให้สัญญาก็หาเหตุผลมาอ้างความจำเป็น แต่ใครก็ดูออกว่ามีเจตนาเพื่ออะไร นอกจากไม่เคารพคำพูดตัวเอง ไม่เคารพประชาชนแล้ว ยังไม่ได้คำนึงถึงมิติอื่นๆที่ควรจะเดินหน้า เช่น การเอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้อง คอร์รัปชัน ที่ประชาชนจะได้ประโยชน์

เย้ยไร้ความหมายยิ่งยื้อยิ่งทรุด

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากต้องการยื้อเลือกตั้งให้ผู้มีอำนาจอยู่ใช้อำนาจต่อไป เหมือนที่เคยทำมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้ประชาชนไม่เชื่อถือในโรดแม็ปที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พูดแล้ว ทุกอย่างมีการวางแผนเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การออกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 จนถึงการเลื่อนบังคับใช้กฎหมาย รัฐบาลคงยังไม่อยากให้เลือกตั้งเร็วเพราะรู้ดีว่าประชาชนไม่พอใจเรื่องความโปร่งใส ถ้าเลือกตั้งไปก็มีแต่แพ้ รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์คงไม่สามารถกลับมาบริหารประเทศได้ต่อ และจะถูกตรวจสอบประเด็นความโปร่งใสอย่างเข้มงวดทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่เฉพาะนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ดังนั้นจึงคิดยื้อการเลือกตั้งเพื่อให้กระแสทุจริตเงียบลงไปก่อนใช่หรือไม่ แต่แม้จะยื้อการเลือกตั้งอย่างไรความนิยมของรัฐบาลก็จะยิ่งทรุดลงไปเรื่อยๆ เหมือนผลโพลที่ลดลงตลอด การยื้อเลือกตั้งเท่ากับเป็นการทำลายรัฐบาลในตัวของมันเอง ผลที่สุดประชาชนจะลุกขึ้นมาทวงสัญญาการเลือกตั้งของรัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์

ชี้รอจนคิดว่าชนะถึงยอมเลือกตั้ง

พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต รมช.มหาดไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่เกินการคาดเดา ถือว่ารัฐบาลและ คสช.ไม่มีสัจจะ เมื่อถึงเดือน ก.พ.62 ก็เชื่อว่าจะยังไม่ได้เลือกตั้ง ต้องรอจนกว่ามั่นใจว่าชนะถึงจะประกาศวันเลือกตั้ง ตอนนี้ก็พยายามกวาดต้อน ส.ส.เข้ามาอยู่สังกัด นี่คือโรดแม็ปของเขาคือผลัดไปเรื่อย โกหกมาร้องเพลงคืนความสุข บอกจะรออีกไม่นาน ไม่อายบ้างหรืออย่างไร แม้แต่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังออกมาต่อว่ามันมากเกินไป คงจะลำบากแล้วเพราะพวกที่เคยเชื้อเชิญให้ออกมาต่างปฏิเสธกันหมดแล้ว กองหนุนถดถอยลงอย่างที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษพูดไว้ ความสง่างามไม่หลงเหลือแล้วทุกอย่างชัดขึ้นทุกทีๆ และคงไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาล้มรัฐบาลหรือ คสช.ในช่วงนี้อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวอ้าง พูดเรื่อยเปื่อย เขาล้มตัวเขาเอง เพราะบริหารประเทศไม่สัมฤทธิผล ไร้สัจจะ ไม่ทำตามรัฐธรรมนูญที่ตัวเองร่างขึ้น

ซัด สนช.รับใบสั่งแลกตั๋ว ส.ว.สรรหา

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วัดใจ” กรรมาธิการ สนช. มีมติให้ขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ออกไปอีก 90วัน ทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปอีก ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทุกฝ่ายมีความพร้อมเลือกตั้ง มีเพียงคสช. ฝ่ายเดียวที่ไม่พร้อมและไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะกลัวแพ้ จึงใช้เล่ห์เพทุบายเลื่อนการเลือกตั้ง เรื่องนี้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก สนช.กลุ่มหนึ่งรับคำสั่งจากเผด็จการมาถ่วงเวลาเลือกตั้ง เพื่อแลกกับการได้เป็น ส.ว.สรรหาต่อ หาก สนช.มีสำนึกว่าการที่เผด็จการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งนั้น เป็นอำนาจของประชาชนที่ปล้นมา จะต้องเลือกยืนข้างประชาชนแทนการรับใช้เผด็จการเพื่อแลกกับประโยชน์ส่วนตน อันเป็นการเนรคุณประชาชน บางคนเรียกว่าอภินิหารทางกฎหมาย แต่ตนกลับเห็นว่าไม่ได้เป็นนวัตกรรมอะไรทั้งสิ้น เป็นข้อเสนอที่อาศัยเพียงความหนาของใบหน้า ถ้ามีความอายหรือมีสำนึกของความเป็นคนจะไม่กล้าทำ ขอเอาใจช่วยให้ สนช.ส่วนใหญ่เลือกที่จะยืนข้างประชาชนแทนที่จะอยู่กับรัฐบาล “แหวนแม่นาฬิกาเพื่อน” อย่างไร้ศักดิ์ศรี วัดใจกันครับว่าจะเหลือสำนึกความเป็นคนอยู่แค่ไหน ประชาชนก็รอวัดใจพวกคุณอยู่เหมือนกัน

ปชป.ชี้เหตุจัดการพรรคใหม่ไม่ทัน

ขณะที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สนช. มีมติเสียงข้างมากให้แก้ไขมาตรา 2 กำหนดให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ 90 วันหลังประกาศลงในราชกิจจานุเบกษานั้น ส่งผลให้กรอบเวลาโรดแม็ปที่นายกฯ เคยระบุว่าจะมีการเลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 ต้องเลื่อนออกไปโดยปริยาย ในฐานะนักการเมืองไม่รู้สึกแปลกใจและไม่เดือดร้อนจะเป็นจะตาย ถ้าการเลือกตั้งเลื่อนออกไปจากเดิม 90 วัน ไม่เหนือความคาดหมาย คาดการณ์ไว้แล้ว เนื่องจากผู้มีอำนาจยังจัดการพรรค การเมืองใหม่ไม่เสร็จเรียบร้อยใช่หรือไม่ พูดง่ายๆ ว่ายังแต่งตัวพรรคใหม่ไม่เสร็จ เลยต้องหาช่องทางทอดระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไปใช่หรือไม่

ยังต้องใช้เวลาบอนไซ–ดูดตัว ส.ส.

“การขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสืบทอดอำนาจที่ทำมาเป็นขั้นตอน โดยเฉพาะเมื่อมีความชัดเจนว่าต้องจัดตั้งพรรคใหม่ และดูดนักการเมืองจากพรรคเก่า การเคลื่อนไหวเพื่อบอนไซพรรคเก่า สร้างพรรคใหม่จึงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการไม่ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรม แม้กฎหมายพรรคการเมืองใช้มาหลายเดือนแล้ว จากนั้นก็ใช้มาตรา 44 รีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองเก่า ออกเงื่อนไขที่ปฏิบัติได้ยากและขัดรัฐธรรมนูญ จนที่สุดก็มาถึงการขยายเวลาการเลือกตั้งออกไปอีก 90 วัน ทั้งหมดเป็นเพราะพรรคใหม่ยังแต่งตัวไม่เสร็จใช่หรือไม่ น่าเป็นห่วงว่าเมื่อผู้มีอำนาจที่เคยแสดงตัวว่าเป็นกรรมการเปลี่ยนสถานะมาเป็นผู้เล่นในสนาม แต่ยังใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงกฎ กติกา ไปตามอำเภอใจ ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าการเข้าสู่อำนาจโดยการเลือกตั้งจะเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ จึงขอฝากผู้มีอำนาจไตร่ตรองให้ดีว่าการสืบทอดอำนาจโดยใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมอาจนำพาประเทศไปสู่ปัญหาใหม่ได้ในที่สุด” นายองอาจกล่าว

ฉะ สนช.ยื้อเวลารับเงินเดือนเพิ่ม

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะทางกฎหมายที่ไร้ธรรมาภิบาล เหิมเกริมในอำนาจ ออกกฎหมายตามอำเภอใจตามใบสั่งของทหารบางคน และได้ผลประโยชน์ทับซ้อน คือ สนช.จะยืดอายุออกไปอีก 90 วัน ได้รับเงินเดือนเป็นแสนอีกฟรีๆ เกือบ 3 เดือน ย่อมถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนทางการเมือง เพราะกฎหมายกำหนดให้ สนช.ทำหน้าที่แทน ส.ว.และ ส.ส.ในเวลาเดียวกัน ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยมีสภานิติบัญญัติมาหลายชุด แต่ไม่เคยมีชุดใดที่ฉาวโฉ่ ไร้หลักการและปราศจากยางอายเช่นนี้ ก่อนหน้านี้นายเสรี สุวรรณภานนท์ หนึ่งในกรรมาธิการฯ ยืนยันกับสื่อมวลชนว่ามีคนปล่อยข่าวเรื่องนี้ แต่วันถัดมานายเสรีก็หน้าแตก เพราะโฆษกออกมาแถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่ายืดเวลาออกไปอีก 90 วัน อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่ายังมี สนช.ที่ดี มีคุณธรรมอยู่ไม่น้อย

เตือน “บิ๊กตู่” ระวังซ้ำรอย “สุจินดา”

“การพยายามยื้อกฎหมายลูกออกไปอีก 90 วัน บรรดา สนช.ฝักถั่วย่อมเล็งเห็นผลแล้วว่ากระทบต่อคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ที่ประกาศต่อนานาชาติ เมื่อปีที่แล้วว่าจะให้มีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 ซึ่งถือเป็นสัญญาประชาคมของ พล.อ.ประยุทธ์ หากท่านจะตระบัดสัตย์ ไม่ทำตามคำพูดโดยยืมมือแม่น้ำ 5 สายให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก ท่านอาจจะได้ชื่อจากประชาชนว่าเป็นโฆษะบุรุษ อยากให้ดู พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ เป็นตัวอย่างว่าสุดท้ายรถถังไม่อาจจะเอาชนะพลังของประชาชนได้ และเมื่อ มีการคอร์รัปชันในรัฐบาล แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดๆ นอกจากพี่น้องประชาชนไม่สนับสนุนแล้ว ก็เชื่อว่าทหารอาชีพที่ไม่ทุจริตคอร์รัปชันก็จะไม่สนับสนุนด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มีนายพลกองทัพเรือจำนวนมากที่โหวตคัดค้านการต่ออายุให้กรรมการ ป.ป.ช. ตรงนี้อาจเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองในอนาคตอันใกล้” นายวัชระกล่าว

“เฉลิม” ฟิตร่างกายรอคืนอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 ม.ค. นายวัน อยู่บำรุง บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกฯ แพร่ภาพสดในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ต.ดวง อยู่บำรุง บุตรชายคนเล็กของ ร.ต.อ.เฉลิม โดยให้ ร.ต.อ.เฉลิมพูดกับผู้ชมไลฟ์สด โดยกล่าวสั้นๆ ว่า “ญาติพี่น้องที่เคารพ ที่เป็นแฟนคลับของคุณวัน อยู่บำรุง ขอให้สบายใจได้ สุขภาพพลานามัยผมแข็งแรง ออกกำลังทุกวัน คิดอย่างเดียว เมื่อไหร่จะกลับมามีอำนาจอีก ถ้ามีเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็กรุณานิดเถอะ”

“เอกพร” จ่อตั้ง “พรรคพลังพลเมือง”

นายเอกพร รักความสุข อดีต รมช.แรงงานและอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกระแสข่าวการตั้งพรรค “พลังพลเมือง” โดยมีกลุ่มสโมสรอดีต ส.ส. ที่มีนายวิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย เป็นแกนนำ สนใจเข้าร่วมด้วยว่า พรรคพลังพลเมือง เกิดจากผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองหลายท่านมองตรงกันว่า บ้านเมืองในขณะนี้ควรที่จะตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้น เพราะเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมามีการยึดอำนาจมาแล้วถึง 2 ครั้ง นักการเมืองได้รับผลกระทบเสียหายมาก แต่ละพรรคการเมืองก็มีปัญหา จึงมองกันว่าควรจะทำพรรคการเมืองที่เป็นแบบบริษัทมหาชนดีหรือไม่ ที่ต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างถูกต้อง มีการตรวจสอบและมีกติกาที่ชัดเจนของตลาดหลักทรัพย์คอยกำกับ เหมือนกับพรรคการเมืองที่มีรัฐธรรมนูญคอยกำกับเช่นกัน จะทำให้หลีกหนีพ้นจากกับดักเดิมๆ ที่ยึดติดเรื่องตัวบุคคล จะให้เป็นพรรคการเมืองแบบสวิตเซอร์แลนด์ คือ มีคนหลากหลายช่วงวัยซึ่งผ่านการเลือกตั้งมาอย่างโชกโชนเข้ามาทำงานร่วมกัน ยึดความเห็นพ้องต้องกันของทุกคนในพรรคเป็นหลัก ไม่ใช่พรรคที่รอให้นายมาสั่ง ร่วมกันคิดและรับผิดชอบผลที่ทำด้วยกัน ใช้สโลแกนเสนอประชาชนว่า “พลังคนไทย ก้าวใหม่ที่มั่นคง”

โพลชี้นายกฯต้องมาจากเลือกตั้ง

วันเดียวกัน กรุงเทพโพล มหาวิทยาลัยกรุงเทพสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “เส้นทางการเลือกตั้งสู่ประชาธิปไตยไทยนิยม” จากกลุ่มตัวอย่างทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,114 คน พบว่าร้อยละ 43.9 เห็นว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก จะสร้างระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ เน้นพรรคมากกว่าตัวคน ร้อยละ 29.6 มองว่าจะขาดความหลากหลายของนโยบายการหาเสียง และร้อยละ 29.1 ระบุจะนำไปสู่ระบบผูกขาดทางการเมือง เมื่อถามถึงประเด็นนายกฯคนนอก ตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 70.6 เห็นว่านายกฯควรมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ขณะที่ร้อยละ 29.4 ระบุมาจากคนนอกได้

“บิ๊กตู่” คะแนนลด-เอาไม่เอาก้ำกึ่ง

เมื่อถามความเห็นต่อการจัดมหรสพ รื่นเริง ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ร้อยละ 41.5 เห็นว่าอาจเปิดช่องโกง แสวงหากำไรและผลประโยชน์ รองลงมาร้อยละ 40.5 เห็นว่าพรรคใหญ่ๆจะได้เปรียบเพราะมีทุนมากกว่า และร้อยละ 37.3 เห็นว่าจะทำให้ประชาชนสนใจการเมือง รับรู้ข่าวสารของผู้สมัครได้ทั่วถึง ต่อข้อถามถึงแนวคิด “ประชาธิปไตยไทยนิยม” ร้อยละ 29.1 ระบุจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆ เลย รองลงมาร้อยละ 27.9 จะทำให้กลายเป็นประชาธิปไตยกึ่งรัฐบาลทหาร และร้อยละ 22.5 เห็นว่าทำให้คนปรองดองไม่ขัดแย้ง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เมื่อถามว่าหากวันนี้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ร้อยละ 36.8 ระบุว่าจะสนับสนุน ลดลงจากผลสำรวจเมื่อเดือน พ.ค. 2560 ร้อยละ 16.0 ขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุว่าจะไม่สนับสนุน ส่วนร้อยละ 28.4 งดออกเสียง

“ไก่อู” เด้งเชือกนายกฯเรตติ้งตก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลโพลสำรวจความคิดเห็นกรุงเทพโพลที่ระบุว่าคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ลดลง และนายกฯควรต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้นว่า ไม่เป็นอะไร เป็นความคิดของแต่ละคน สังคมจะคิดอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา ส่วนเรื่องนายกฯคนนอก พล.อ.ประยุทธ์ปรารภบ่อยๆ ว่าท่านไม่อยากคิดเรื่องแบบนี้ ท่านอยากทำงาน อยากแก้ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชน รวมถึงการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ให้สำเร็จ เรื่องนายกฯคนนอก เรื่องของการเมืองให้เป็นเรื่องของสังคมและประชาชน ปล่อยให้เขาเป็นคนตัดสินใจกันไป

พอใจราคาข้าวเปลือกดีดตัวสูงขึ้น

พล.ท.สรรเสริญกล่าวด้วยว่า นายกฯรับทราบผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ “อนาคตข้าวไทย เพื่อความยั่งยืน” ที่กระทรวงพาณิชย์จัดขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็นและวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ข้าวจากตัวแทนภาครัฐ และภาคเอกชน นายกฯพอใจกับราคาข้าวเปลือกที่ปรับตัวสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 35-40 เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะเกษตรกรที่พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกตามข้อแนะนำของรัฐบาล ประกอบกับการที่รัฐบาลได้ส่งเสริมการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต โดยเน้นแจกจ่ายพันธุ์ข้าว นายกฯขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกันผลักดันให้ราคาข้าวสูงขึ้น พร้อมทั้งได้รับการยืนยันจากสมาคมโรงสีข้าวไทยด้วยว่า รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวผ่านโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี หรือ “จำนำยุ้งฉาง” รวมทั้งเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพ ตลอดจนค่าฝากเก็บหรือค่าขึ้นยุ้ง อยากให้เกษตรกรพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยในแต่ละกระบวนการ ช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้สูงขึ้นอย่างยั่งยืน

บล็อกกิจกรรมเดิน ถ.มิตรภาพ

วันเดียวกัน ที่บริเวณประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หมู่ 7 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กลุ่มเครือข่ายประชาชน และนักวิชาการใช้ชื่อ “People Go Network Forum” จัดกิจกรรม “We Walk เดินมิตรภาพ” มีผู้เข้าร่วมราว 100 คน นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และนายนิมิตร์ เทียนอุดม ชักชวนคนมาร่วมเดินทาง 800,000 ก้าว 450 กิโลเมตร สตาร์ตจาก ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วันนี้ถึง จ.ขอนแก่น วันที่ 17 ก.พ. บนเส้นทางถนนมิตรภาพ เพื่อเชื่อมประชาชนที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ร่วมกันแสดงความคิดเห็น สะท้อนปัญหาผลกระทบจากนโยบายรัฐใน 4 ประเด็นหลัก คือ รัฐสวัสดิการความมั่นคงทางอาหาร ทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิชุมชน และเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่มีกำลังตำรวจ 300 นายตั้งแถวสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่ พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 จะเข้ามาประสานเจรจากับแกนนำ เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทาง หวั่นมีมือที่สามสร้างสถานการณ์ป่วนอีกทั้งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.3/58 ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่สามารถเดินทางตามกิจกรรมได้ ยังคงปักหลักที่เดิม พร้อมนำเครื่องครัวมาปรุงอาหารและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำรถสุขามาอำนวยความสะดวก

“ไก่อู” แจงหวังดีห่วงเกิดอุบัติเหตุ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ประกาศ คสช.ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ยังมีผลบังคับใช้อยู่ จากที่ติดตามมีการเคลื่อนไหวเดินจำนวนชุดละ 4 คน ก็ถือเป็นดุลพินิจของท่าน ทั้งนี้อยากขอให้ทุกคนเคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็พยายามยืดหยุ่นให้ที่สุด และอยากชี้แจงว่ารัฐบาลมีความตั้งใจแก้ไขปัญหาทั้งหมดอยู่แล้ว หลายเรื่องก็ทำได้ดีขึ้น เพียงแต่ช่วงเวลานี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาปกติ จึงขอความกรุณาให้หันหน้ามาคุยกัน สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงคือระยะทางไกล หากมีอุบัติเหตุจะสร้างความเสียใจให้กับทุกฝ่าย

รัฐบาลปัดไม่รู้เห็น สนช.ยื้อกฎหมาย ลูกเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 90 วัน ลากโรดแม็ปขยับวันเลือกตั้งไปต้นปี 2562 เชื่อมีเหตุผลของตัวเอง พท.สับสมคบคิดอยู่ในอำนาจให้ยาวที่สุด พรรคเก่าถูกมัดมือปล่อยพรรคใหม่ชกฟรีอีก 3 เดือน 21 ม.ค. 2561 03:03 ไทยรัฐ