วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แกะกล่องเจ้าแม่แพ็กเกจจิ้ง “ศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์” ผู้พลิกโฉมวงการเครื่องสำอางไทย

อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเครื่องสำอางแบรนด์ดังๆมานับไม่ถ้วน ในฐานะผู้นำเข้าบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของอาเซียน โดยซีอีโอหญิงแกร่ง วัย 53 ปี “จุ๋ม-ศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์” ปลุกปั้นบริษัท คอมเม็ทส์ อินเตอร์เทรด จำกัด จากเงินทุนเริ่มต้นแค่ 3 แสนบาท จนวันนี้สร้างรายได้ให้ประเทศปีละหลายพันล้านบาท...อะเมซซิ่งมากๆ

“บริษัท คอมเม็ทส์ อินเตอร์เทรด จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2536 ปีนี้อายุครบ 25 ปี เป็นธุรกิจที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นเองกับสามี ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 3 แสนบาท หลังเรียนจบไฟแนนซ์ จากมหาวิทยาลัยเอแบค และจบปริญญาโทด้านบริหารเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ไปทำงานกับโรงงานผลิตเครื่องสำอางชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำให้ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้านโปรดักชั่น, การทำแพ็กเกจจิ้ง และสูตรผสมของเครื่องสำอาง ตามประสาคนไม่อยู่นิ่ง เราเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจเครื่องสำอาง จึงตัดสินใจลาออก และช่วยกันกับสามี (วรพล พิบูลย์สวัสดิ์) ซึ่งทำโรงงานผลิตของเล่น มาสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง มีพนักงานเพียง 30 คน สามีคุมโรงงาน ส่วนเราดูแลเรื่องการตลาดและนำเข้าวัตถุดิบ เริ่มต้นรับผลิตของพรีเมียมสำหรับเครื่องสำอางเป็นหลัก โดยอาศัยคอนเนกชั่นจากลูกค้าเดิม ลูกค้ารายแรกคือ ยูนิลีเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่อันดับต้นๆของโลก จากนั้นก็ได้ออเดอร์จากเจ้าใหญ่อย่าง P&G และบริษัทเซเรบอส ผู้ผลิตแบรนด์ซุปไก่ การเข้ามาของเราเขย่าวงการพอสมควร เพราะแค่ปีแรกทำยอดขายได้ 40–50 ล้านบาท”...

คุณจุ๋ม-ศลิษา บอกเล่าถึงเส้นทางสร้างธุรกิจ

อะไรทำให้หน้าใหม่อย่าง “คอมเม็ทส์” แจ้งเกิดในวงการ

เราแจ้งเกิดในช่วงวิกฤติต้มยํากุ้ง ปี 2540 หลายๆบริษัทต้องปิดกิจการ เพราะโดนพิษค่าเงินบาทลอยตัว แต่บริษัทเรากลับพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส แสดงให้ลูกค้าเห็นว่าเรามีความรับผิดชอบ จะไม่หนีไปไหน และเรายอมแบกรับการขาดทุนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนไว้เอง ทั้งๆที่วัตถุดิบเกินครึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำแบบนี้เพื่อซื้อใจลูกค้า ทำให้ลูกค้ากลับมาออเดอร์อย่างอื่นเพิ่ม ขณะเดียวกัน ก็ช่วยอุ้มซัพพลายเออร์ทุกรายไม่ให้ล้ม ปี 2540-2543 เป็นปีทองของเรา บูมขนาดที่พนักงานไม่ได้ใช้เงินเดือน ใช้แต่โอทีอย่างเดียว เร่งผลิตทั้งวันทั้งคืน ต้องเพิ่มพนักงานจาก 30 คน เป็น 50 คน ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 100% ทะลุร้อยล้านบาท จากจุดนั้นทำให้ชื่อเสียงแพร่กระจายทั่ววงการ ลูกค้าบอกต่อๆกันและส่งงานมาให้ต่อเนื่อง

หันมาผลิตแพ็กเกจจิ้งเครื่องสำอางเต็มตัวตอนไหน

ปี 2545 เริ่มมองเห็นโอกาสว่าธุรกิจเครื่องสำอางมาแรงมาก หลังเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ธุรกิจอื่นตายหมด แต่เครื่องสำอางอยู่รอด ตอนนั้นเราเป็นผู้นำเข้าวัตถุดิบใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ของประเทศ มีคอนเนกชั่นกับโรงงานใหญ่ ทั้งในจีน, ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เมืองไทยเป็นฐานผลิตเครื่องสำอางรายใหญ่ของโลก แต่มีโรงงานผลิตแพ็กเกจจิ้งน้อยมาก ตรงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของเรา

อะไรคือจุดแข็งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตล้ำหน้าคู่แข่ง

ลูกค้าอยากได้อะไร “คอมเม็ทส์” สามารถเนรมิตเป็นโมเดลม็อกอัพให้ได้หมด เรามีคอนเซปต์ชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่า ทุกอย่างที่ทำ เราต้องเป็นที่หนึ่งและเป็นผู้นำวงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไอเดีย, นวัตกรรม, โนว์ฮาว ไปจนถึงลูกค้าก็ต้องเป็นแบรนด์ลีดเดอร์ผู้นำในธุรกิจ โปรดักส์ทุกตัวที่เราคิดให้ลูกค้า ก็ต้องเป็นลีดเดอร์ในตลาด ก่อนที่เราจะเสนองานให้ลูกค้า ต้องลงทุนศึกษาทุกอย่าง ศึกษาโปรดักส์ของลูกค้า, ศึกษาคู่แข่งลูกค้า และศึกษาความเป็นไปได้ทุกช่องทางเพื่อหาข้อดีที่สุดให้ลูกค้า เครื่องสำอางแบรนด์แรกที่ได้ร่วมงานกันคือ “มิสทิน” ซึ่งเปิดบริษัทได้ไม่กี่ปี และกำลังมองหาพาร์ตเนอร์ช่วยพัฒนาแพ็กเกจจิ้งให้ทันสมัยเราใช้คอนเนกชั่นที่มีกับต่างประเทศมาร่วมกันพัฒนามิสทิน จนกลายเป็นแบรนด์คนไทยที่โด่งดังไปทั่วโลก

คร่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางขนาดนี้ อยากทำ แบรนด์เครื่อง สำอางของตัวเองบ้างไหม

เราอยู่เบื้องหลังมาตลอด เวลา เห็นลูกค้าไปรับรางวัลจะรู้สึกว่านี่คือความภูมิใจ หรือตลับแป้งตัวนี้ออกมาแล้วทอล์กออฟเดอะทาวน์ เราก็ภูมิใจ แต่เป็นความภูมิใจในฐานะคนเบื้องหลังไม่ใช่เบื้องหน้า ชีวิตนี้สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือ สามารถปลุกปั้นให้ลูกค้าเราก้าวขึ้นเป็นลีดเดอร์ของวงการ ไม่เคยคิดทำธุรกิจแข่งกับลูกค้า

ท่ามกลางการแข่งขัน ขับเคี่ยวรุนแรง ทำยังไงจึงสามารถรักษาความเป็นที่หนึ่งไว้ได้

ความรับผิดชอบต่อลูกค้า และซัพพลายเออร์คู่ค้า พูดคำไหนคำนั้น พูดแล้วต้องทำให้ได้ อีกอย่างเราเป็นเจ้านวัตกรรมและเทคโนโลยีคอสเมติก “คอมเม็ทส์” จะมีของใหม่ๆ นวัตกรรมใหม่ๆ และไอเดียใหม่ๆ ล้ำหน้าชาวบ้าน 3-5 ปี เพื่อนำมา พัฒนาให้ลูกค้า เราพร้อมลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ที่สุด โดยไม่ต้องรอให้มีลูกค้าก่อน เพราะเชื่อว่าเมื่อลูกค้าเติบโตเราก็จะโตตามลูกค้า สำคัญที่สุดคือความซื่อสัตย์ เมื่อเราขายของที่ลูกค้าเป็นคู่แข่งกัน ไอเดีย ไหนขายให้ใครแล้ว ก็ต้องลืมไปเลย ห้ามนำกลับมาขายซ้ำอีก นอกจากมิสทิน เรายังมีลูกค้าเจ้าใหญ่อย่าง USTAR, บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ และสารพัดแบรนด์ที่วางขายในเซเว่น อีเลฟเว่น กับร้านอีฟแอนด์บอย พวกเคาน์เตอร์แบรนด์เรารับผลิตให้หลายแบรนด์ แต่เปิดเผยไม่ได้

ช่วยยกตัวอย่างผลงานสร้างชื่อระดับทอล์กออฟเดอะทาวน์ ที่เป็นความภูมิใจ

เราเป็นเจ้าแรกที่นำเครื่องเลเซอร์ที่ใช้ในการเจาะฉลุแผ่นเหล็ก มาผลิตเป็นแพ็กเกจจิ้งเครื่องสำอาง เรายังเปลี่ยนตลาดอายไลเนอร์เมืองไทยแบบพลิกโฉม สมัยก่อนเป็นขวดแล้วจุ่มๆ เราเปลี่ยนให้คนไทยหันมาใช้แบบปากกาเป็นแท่งเหมือนทั่วโลก อีกนวัตกรรมที่ภูมิใจคือ เรื่องของคิ้ว สมัยก่อนคนไทยไม่เขียนคิ้ว เราเป็นเจ้าแรกที่สร้างตลาดดินสอเขียนคิ้วแบบออโต้หมุนได้ โดยขายคอนเซปต์คิ้วเป็นมงกุฎของหน้าร่วมกับมิสทิน

อะไรคืองานถนัดพิเศษของ “คอม-เม็ทส์” ที่ใครก็ยากจะแข่งได้

เราถนัดงานล้ำไอเดียล้ำนวัตกรรม ประเภททูอินวัน ทรีอินวัน โฟร์อินวัน และถนัดงานแพ็กเกจจิ้ง ที่เป็นแท่งแบบปากกาทั้งหลาย ซึ่งมีลูกเล่นเยอะ ที่เราโตมาได้เพราะกล้าลงทุนกับแมชชีนและโนว์– ฮาว ถ้าเจอเครื่องจักรใหม่ๆต่อยอดได้ เราสั่งซื้อเลยไม่เคยลังเล ต้องมีของใหม่ๆเพื่อกระตุ้นตลาดเสมอ

มีเคล็ดลับยังไง ทำให้จับเทรนด์ ได้ก่อนคนอื่นล่วงหน้าหลายปี

ตั้งแต่เปิดบริษัทมาเป็นคนทำงานก่อนคนอื่น 3-5 ปี ไม่เคยตามใคร เรามีคู่ค้าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ระดับท็อปทรีของโลก เมื่อมีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆจึงรู้ก่อนเสมอ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำมาแอพพลายเพื่อต่อยอด เช่น คนขายวัตถุดิบเคมีบอกว่า โปรดักส์ใหม่ปีนี้คือแพลงก์ตอนและคอลลาเจน เราก็ต้องคิดแล้วว่าจะเอามาใส่ในเครื่องสำอางอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง

เทรนด์ธุรกิจเครื่องสำอางเมืองไทยเติบโตไปทางไหน

ตอนนี้เข้าสู่โซน Red Ocean การแข่งขันดุเดือดมากในทุกด้าน เป็นยุคที่ใครๆก็ลุกขึ้นมาทำเครื่องสำอาง ไม่เฉพาะดาราคนดัง อีกเทรนด์มาแรงคือ แบรนด์เด็กรุ่นใหม่ที่ขายทางออนไลน์ ยอดขายมาแรงมาก เช่น แบรนด์ TER เป็นที่หนึ่งเรื่องขายดินสอเขียนคิ้ว หรือ GRID ดังมากเรื่องแป้งคุชชั่น สองแบรนด์นี้เป็นลูกค้าเราที่ร่วมกันปลุกปั้นตั้งแต่เริ่มต้น

คุณจุ๋มเป็นซีอีโอสไตล์ไหน

วันนี้มีพนักงาน 250 คน แต่เรายังกอดคออยู่กับลูกน้องจนเสร็จงานเหมือนวันแรก เพราะเชื่อว่าการให้กำลังใจลูกน้องสำคัญมาก เรามีวันนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีทีมงานที่แข็งแรง

ในบรรดาเครื่องสำอาง ไอเท็มไหนขายดีสุด

ดินสอเขียนคิ้วมาแรงอันดับหนึ่ง รองมาคืออายไลเนอร์ ปีหนึ่งผลิตออกขายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านแท่ง ส่วนอันดับ 3 คือลิปสติก ตามมาด้วยเชดดิ้ง และอายแชโดว์ ส่วนแป้งที่เป็นตลับ ความนิยมลดลง ผู้บริโภคยุคนี้ฉลาดขึ้น กล้าลองแบรนด์ใหม่ๆ ที่ราคาไม่แพง แต่คุณภาพดี ไม่ติดกับยี่ห้อเหมือนแต่ก่อน

ก้าวต่อไปของ “คอมเม็ทส์” เตรียมอะไรไว้เขย่าวงการอีกคะ

ปีนี้จะเปิดศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาแพ็กเกจจิ้งใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาทำธุรกิจเครื่องสำอางได้มีความรู้จริงๆไม่ถูกหลอกลวง โดยมีบุคลากรเก่งๆคอยแนะนำใกล้ชิด เด็กออนไลน์มีศักยภาพสูงมาก เป็นกลุ่มคนที่พัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคต อยากสนับสนุนให้พวกเขาสร้างธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง โดยเราจะเป็นพี่เลี้ยงให้ทุกอย่าง เพื่อปลุกปั้นให้สามารถโกอินเตอร์สู่ตลาดโลก.

ทีมข่าวหน้าสตรี

อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเครื่องสำอางแบรนด์ดังๆมานับไม่ถ้วน ในฐานะผู้นำเข้าบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางรายใหญ่ที่สุดของอาเซียน โดยซีอีโอหญิงแกร่ง วัย 53 ปี “จุ๋ม–ศลิษา พิบูลย์สวัสดิ์” 20 ม.ค. 2561 12:41 20 ม.ค. 2561 14:28 ไทยรัฐ