วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผ่าเกมเลือกตั้งขั้วทหาร “ปะทะ” ขั้วการเมือง : ปากท้องชาวบ้าน พิสูจน์ไทยนิยม

ผ่าเกมเลือกตั้งขั้วทหาร “ปะทะ” ขั้วการเมือง : ปากท้องชาวบ้าน พิสูจน์ไทยนิยม

  • Share:

อากาศเริ่มอุ่น ฤดูหนาวสั้นๆกำลังจะผ่านพ้นไป

ท่ามกลางอุณหภูมิทางการเมืองที่คุกรุ่นต่อเนื่อง ตามท้องเรื่อง ภายหลัง “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ประกาศตัวเป็นนักการเมืองที่มาจากทหาร

ส่งสัญญาณไปต่อบนเส้นทางยุทธศาสตร์ที่วางไว้ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ

“นายพลประยุทธ์” รีเทิร์นอีกรอบแน่

และนั่นก็กระตุกแรงเสียดทานจากนักการเมืองอาชีพ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะขาใหญ่เจ้าถิ่นแท็กทีมรับน้องกันทันทีทันควัน

ยกระดับการท้าทาย “ผู้ท้าชิงอำนาจ” โดยไม่เกรงใจรัฏฐาธิปัตย์กันอีกต่อไป

“นายกฯลุงตู่” เข้าสู่เกมตะลุมบอนตามเงื่อนไขสถานการณ์

แต่เบื้องต้นเลย คนที่โดนหนักกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อ่วมกว่าใครในรัฐบาล กลับกลายเป็นแรงกระแทกชิ่งที่พุ่งเข้าใส่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

“ขาค้ำยัน” ด้านความมั่นคง ที่แข็งแรงสุดของทีมอำนาจ คสช.

“พี่ใหญ่” กลายสภาพเป็น “บ่อน้ำมัน” หลังจากที่โดนถล่มปมนาฬิกาหรู ขบวนการไล่บี้ไล่ต้อน “เซ็ตฉาก” ลากกระแสถล่มแบบรายวันจนถึงเรือนที่ 25 และไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ

กระตุ้นแรงกดดันจากรอบทิศทาง บีบให้ “บิ๊กป้อม” เคลียร์ที่มาที่ไป

ถึงจุด “สุดอั้น” เจ้าตัวต้องเปิดปากชี้แจง นาฬิกายืมเพื่อนมาใส่ และคืนเพื่อนไปหมดแล้ว

พร้อมประกาศด้วยว่า ถ้าคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตัดสินว่ามีความผิด ก็พร้อมลาออกจากตำแหน่งทันที

โยนเดิมพันวัดดวง ได้เสียสไตล์ทหารใจนักเลง

หวังเบรกกระแสรุกไล่ปมนาฬิกาให้ซาลงไป

แต่มันก็เป็นอะไรที่ยังไหลไม่หยุด ปมนาฬิกาหรูยังขยายผลต่อไป โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่เต็มไปด้วยเรื่องนาฬิกา “บิ๊กป้อม” ทั้งฝ่ายต่อต้าน คสช. รวมถึงพวกที่เคยสนับสนุนทหาร ดารา นักร้อง คนดังๆที่เคยร่วมเวที กปปส.ไล่รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ก็กระโดดร่วมวงแห่กระแสกดดัน

ไม่นับรวมนักการเมืองอาชีพที่ฉวยสถานการณ์ตามน้ำ ทั้งคิวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยุแกมขู่ผู้นำรัฐบาล หากไม่จัดการเคลียร์ปม พล.อ.ประวิตร จะพานให้คนต่อต้านรัฐบาลด้วย

อารมณ์เดียวกับนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ผูกปมนาฬิกาของ “พี่ใหญ่” โยงกับประเด็นการเซ็ตซีโร่ ป.ป.ช.สายตรง “วงษ์สุวรรณ” ฟันธงเลยว่า ถ้า ป.ป.ช.อยู่ต่อได้ คสช.นั่นแหละที่จะไปเอง

ไปๆมาๆก็เหมารวมเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ป.ป.ช.กับนาฬิกาหรู

เกมแห่ “กฐินสามัคคี” ที่ไม่มีเจ้าภาพหลัก

แต่เป้าหมายร่วมโค่นกระดานขุมอำนาจ “บิ๊กบราเธอร์”

ซึ่งนั่นก็เหมือนสถานการณ์ที่นัวเนียเป็นปกติของยี่ห้อ “บิ๊กป้อม” ที่ตกอยู่ในวงล้อมตำบลกระสุนตกมาต่อเนื่องตลอด 3 ปี งอมแล้วงอมอีกก็ยังเด็ดไม่ร่วงสักที

รอบนี้ถือว่าช้ำเต็มที่แล้ว ถ้ายังเอา “พี่ใหญ่” ไม่อยู่ ก็คงอยู่ยาวจนกว่าจะแพ้สังขารเอง

แต่ที่เอาไม่อยู่แน่ๆก็คือ “นายกฯลุงตู่”

ตามแนวโน้มสถานการณ์มาถึงตรงนี้ดูแล้วยิ่งมั่นอกมั่นใจกับการเดินหมากข้ามช็อตไปไกลกว่า

เอาชนะแรงต้านแรงเสียดทานด้วยเนื้องานการปฏิบัติจริง

ตามภาพล่าสุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ยกคณะชุดใหญ่

ประกอบด้วยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ตัวแทนหน่วยงานกว่าร้อยชีวิต ขึ้นเครื่องบินซี 130 ของกองทัพอากาศ บินตรงไปตรวจราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน

พื้นที่ไกลปืนเที่ยงที่คนจนมากสุดลำดับต้นๆของประเทศไทย

ตามภารกิจสำคัญในการเริ่มนับหนึ่ง “คณะกรรมการแก้จน” ลุยคิกออฟงานตามยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (คนส.)

ไม่ได้แค่พูดหรูๆอยู่บนหอคอยงาช้าง

แต่ “นายกฯลุงตู่” เดินสายคลุกวงใน สัมผัสใกล้ชิดปัญหาแบบถึงลูกถึงคน

ทั้งแจกที่ดินทำกินให้ชาวบ้าน อนุมัติโครงการสร้างระบบคมนาคม สาธารณูปโภค สาธารณสุข อัดฉีดงบประมาณช่วยเหลือจุนเจือรายจ่ายประจำวัน ส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพในระยะยาว

เร่งกู้สถานการณ์ปากท้องชาวบ้านฐานราก ต่อเนื่องจากการอัดฉีดมาตรการบัตรคนจนเฟส 2 เพิ่มวงเงินช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 300–500 บาท

เป้าหมายทำให้ประเทศไทยพ้นขีดความยากจนให้ได้ภายในปี 2561

ถึงตรงนี้ พล.อ.ประยุทธ์กับนายสมคิดแสดงให้เห็นเลยว่า เอาใจใส่คนยากคนจน ไม่ทอดทิ้งแม้คนป่าเขาห่างไกล เป็นอะไรที่ตรงกันข้ามกับที่โดนโจมตีมาตลอดว่าอุ้มคนรวยมากกว่า

ข้อครหาก็คงซาลงไปตามภาพจริงที่ปรากฏต่อสายตาสังคม

แถมในอารมณ์แบบธรรมชาติ ไม่ขัด ไม่เขิน เนียนกว่า นักการเมืองอาชีพยังอาย มันยังพ่วงด้วยช็อตน่ารักสไตล์ “นายกฯลุงตู่” คุยได้หมดกับไก่ แพะ หมา

หยอดมุกเรียกเสียงฮาได้ตลอดเวลา

เผลอๆก็แถมด้วยบทออดอ้อน แบบที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกกับชาวแม่ฮ่องสอน “ขอร้องว่าอย่าเกลียดผมเลย และขอบคุณที่ยังมีคนรักอยู่บ้าง รักผมก็ขอบคุณ”

ไม่มีสคริปต์ ไม่ต้องบอกบท คิดกันสดๆ หยอดกันซึ่งๆหน้า

ลีลาทหารผสมนักการเมือง

ไก่ หมา แพะ ยังเชื่อง ชาวบ้านไม่เคลิ้มให้รู้ไป

แน่นอน โดยยุทธศาสตร์ของ “นายกฯลุงตู่” มันก็คือ แจกแลกคะแนนนั่นเอง

แต่มันก็แฝงไปด้วยยุทธการแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบ

โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ “คณะกรรมการแก้จน” ที่จะใช้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐหลายพันคนลงไปเกาะติดการแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างทั่วถึง

ถือเป็นการแก้เหลี่ยมระบบหัวคะแนนของนักการเมืองแบบเนียนๆ

จุดได้เปรียบของนักเลือกตั้งอาชีพก็หายไป

“นายกฯลุงตู่” วางกลยุทธ์เผื่อเลือกตั้ง ตุนคะแนนไว้รองรับเกมอำนาจเปลี่ยนผ่านสบายๆ

และก็เป็นอะไรที่ว่ากันไม่ได้ เพราะใครมีอำนาจก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ หรือทหาร คสช.

ต่างฝ่ายต่างก็รู้วิธี ใช้โอกาสในการกุมสภาพ สร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง

ปูทางสะดวกกลับมาคุมอำนาจ

เรื่องของเรื่อง มันก็อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ปล่อยทุ่นคำว่า “ประชาธิปไตยไทยนิยม” ออกมาให้ฮือฮา นิยามสถานการณ์การเมืองไทยได้อย่างตรงจุดตรงประเด็น

กระตุกนักการเมืองออกมาด่า โจมตีว่าทหารสร้างความเข้าใจผิดให้ประชาชน

แต่ของจริงมันก็ปฏิเสธไม่ได้ คนไทยคุ้นกับเงื่อนสถานการณ์แบบนี้มานานแล้ว

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อตอนประชาธิปไตยเต็มใบแล้วนักการเมืองทำเสียของเอง แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์กันจนบ้านเมืองเกิดวิกฤติติดล็อก ต้องเปิดทางให้ทหารเข้ามาใช้อำนาจพิเศษ

ความชอบธรรมในการเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มใบ มันจึงพูดไม่ได้เต็มปากเต็มคำ

แต่สำหรับชาวบ้านที่ถูกปล่อยให้อดอยากปากแห้งมานาน ไม่มีโอกาสพลิกเกมเข้าสู่อำนาจมาแย่งกันปากมันแบบนักการเมือง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครสามารถทำให้อิ่มท้องได้ก็พร้อมหนุนคนนั้น

ไม่สนประชาธิปไทยนิยมหรือประชาธิปไตยสากล.


“ทีมการเมือง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้