วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


วัดเจ๊ก “เล่งฮกยี่” แปดริ้ว เสริมกำลังทายาทตระกูล 5 หมอ

กว่า 1 ศตวรรษที่ชาวจีนกลุ่มใหญ่ ได้เลือกทำเลทองริมฝั่งตะวันตกลำน้ำบางปะกง บริเวณบ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หรือ “เมืองแปดริ้ว” เป็นถิ่นอาศัยพร้อมทำการค้าทั้งบนท้องน้ำบางปะกง และริมฝั่งตรงตลาดเรือนไม้ ปลูกเป็นแถวต่อแนวชายคากันไปเรียก “ตลาดบ้านใหม่”

ปี 2449 พระอาจารย์จีนวังส์สมาธิวัตร (สกเห็ง) อดีตเจ้าอาวาสองค์แรกวัดเล่งเน่ยยี่ กรุงเทพฯ ได้เริ่มสร้างวัดเล่งฮกยี่ขึ้นกลางชุมชนชาวจีนบ้านใหม่ที่ว่านี้ กับอีกแห่งคือวัดเล่งฮั่วยี่ จ.จันทบุรี ให้แก่ชาวไทยเชื้อสายจีนในไทย โดยยึดหลักฮวงจุ้ยตามคติความเชื่อที่ว่า วัดเล่งเน่ยยี่เปรียบเสมือนหัวมังกร วัดเล่งฮกยี่ประดุจท้องมังกร และวัดเล่งฮั่วยี่คือหางมังกร...วัดทั้ง 3 สร้างซุ้มประตูและวิหารตามรูปแบบสถาปัตยกรรมจีนเหมือนกันทั้ง 3 แห่ง เพื่อให้คนเกิดความรู้สึกว่าคือวัดเดียวกันในพุทธศาสนา นิกายมหายาน ทั้งนี้ คำว่า “เล่ง” ในภาษาจีนหมายถึง “มังกร” คำว่า “ฮก” เป็นมงคลนามที่แปลว่า “โชคลาภ” และ “ยี่” ที่มีพ่วงท้ายคือ “วัด”

วัดเล่งฮกยี่จึงหมายรวมถึง “วัดแห่งโชคลาภ หรือวัดแห่งความมั่งมีศรีสุข” นั่นเอง

O O O O

พระอาจารย์วิชัย แซ่กว้าง นามจีนเย็นจุง แซ่กว้าง เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน เล่าว่า พระประธานทั้ง 3 องค์ที่ปรากฏอยู่กลางวิหารวัด ได้แก่ พระอมิตพุทธเจ้า พระศรีศากยมุนี และพระไพษัชคุรุพุทธเจ้า มีคุณทางบำบัดโรคภัยไข้เจ็บแก่ผู้ตั้งจิตอธิษฐาน “พระพุทธรูปทั้งสามสร้างขึ้นจากกระดาษ ที่นำมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยช่างชาวแปดริ้ว ด้วยวิธีขึ้นโครงเป็นรูปพระพักตร์จากไม้ไผ่ จากนั้นใช้กระดาษตกแต่งเป็นรูปองค์ก่อนเก็บรายละเอียดส่วนต่างๆ แล้วทาด้วยน้ำมันเพื่อให้อยู่คงทน เชื่อว่าอยู่ได้นานนับพันปี”

พระพุทธรูปและเทวรูปจีนทั้งหมด ก็ใช้วิธีการเดียวกัน เพียงแต่กระดาษทำจากเปลือกไม้ในไทย ที่นำมาย่อยเป็นเยื่อให้กลายเป็นเส้นก่อน แล้วถึงนำมาถักทอเป็นแผ่น เพื่อนำไปตกแต่งเป็นองค์ตามต้องการ

เสร็จแล้วจึงทำพิธีปลุกเสก เพื่อก่อให้เกิดแรงศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนอกจากพระประธานทั้ง 3 องค์ ยังมีพระตี่จังอ้วงโพธิสัตว์ ผู้โปรดสัตว์ในขุมนรก พระตี่จั๊งอ๊วงโพธิสัตว์ ปางธุดงค์โปรดสัตว์ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือพระโพธิสัตว์ (กวนอิม) พันหัตถ์ พันเนตร ที่หมายถึงสามารถเล็งเห็นทั่วทั้งโลก แสดงถึงความมีอำนาจในการช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์ พระเวทธรรมโพธิสัตว์ (อุ่ยท้อ) ผู้พิทักษ์ศาสนา เพื่อผู้บูชาจะได้พ้นภัยและมั่งมี อีกด้านหนึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระศรีโพธิอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ (มีเหล็กฮุด) พระผู้อำนวยพรให้ผู้บูชาสมบูรณ์ด้วยลาภยศ พระศรีท้าววิรุฬหกมหาราช ผู้ปกครองทิศทักษิณเป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์ คู่กับท้าววิรุฬปักษ์มหาราช ผู้ปกครองทิศปัจจิมซึ่งเป็นเจ้าแห่งนาค

บริเวณใกล้กันเป็นระฆังจารึกบทสวดมนต์ขนาดใหญ่หนัก 1 ตัน รอบๆมีอักษรมหาปรัชญาปารมิตราสูตร ผู้ใดตีระฆังก็เหมือนกับการได้สวดมนต์ตามบทดังกล่าว ถัดไปเป็นพระพุทธรูปจีนชื่อท้าวกุเวรมหาราช ผู้ปกครองทิศอุดรที่ถือเป็นเจ้าแห่งยักษ์ อยู่คู่กับท้าวธตรฐมหาราช ผู้ปกครองทิศบูรพาซึ่งถือเป็นเจ้าแห่งคนธรรพ์

เรือนวิหารด้านขวาเป็นที่ประดิษฐานพระบรมครูทางการแพทย์ และเภสัชกรแผนจีน คือหมอเทวดาฮั่วท้อเซียนซือ (หมอยา) แต่เดิมเคยมีชาวบ้านมาขอยาจีนสมุนไพรไปใช้รักษาจำนวนมาก ต่อมาทางวัดได้ลดภาระลง ด้วยการเปิดโอกาสให้คนที่มาบูชาใช้วิธีเขย่าติ้ว แล้วให้สูตรตามตำรับยาไปปรุงเองเพื่อรักษาและบำบัดโรค...ห่างกันเล็กน้อยเป็นห้องพระเอี๊ยอ้วงไต่ตี่, สิ่งล้ง ผู้เป็นราชาแห่งโอสถกับองค์เทพแห่งงานกสิกรรม เล่าขานกันว่า...ผู้ใดได้กราบไหว้ก็จะหายจากอาการป่วย ขณะที่เกษตรกรเมื่อได้กราบไหว้ก็จะช่วยให้ผลผลิตเจริญงอกงาม กับมีความเชื่อในกลุ่มคนผู้ต้องการมีบุตร ที่เมื่อเดินทางมาตั้งจิตอธิษฐานแล้วจะสมหวังในเวลาต่อมา

ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์....เห็นได้จากมีผู้กลับมาแก้บนกับสิ่งที่ได้บนไว้จำนวนมาก

O O O O

“มีอยู่ครอบครัวหนึ่ง” พระอาจารย์วิชัยกล่าว “เป็นต้นตระกูลคนแซ่ลิ้มบ้านใหม่จากเมืองจีน เข้ามาทำการค้าเป็นเจ้าของร้านทองชื่อลิ้มยุ่นเฮง พ่อค้าคนนี้เป็นคนฟื้นฟูประเพณีไหว้พระจันทร์ในคืนเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 8 ขึ้นในชุมชนบ้านใหม่ แล้วก็สอนลูกชายคนเดียวให้รู้จักใช้ชีวิตอยู่คู่กับวัดจีนประจำถิ่น เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีศีล สมาธิ และปัญญา”

ครั้นถึงคราวเป็นอาก๋งของหลาน 5 คน พ่อค้ารายนี้ที่ได้เปลี่ยนจากคนแซ่ลิ้ม เป็นต้นสกุล “ลิมปวัฒนศิริ” ก็ยังคงสอนหลานให้ใช้ชีวิตเยี่ยงเตี่ย ที่ผูกพันอยู่กับวัดจีนประจำถิ่นเกิดมาอย่างสม่ำเสมอ แล้วใครจะเชื่อเล่าว่า...กาลต่อมา หลานอาก๋งพ่อค้าร้านทองลิ้มยุ่นเฮงบ้านใหม่ ทั้ง 5 คน จะเติบโตเจริญก้าวหน้าเป็น “คุณหมอ” อย่างเต็มภาคภูมิประดับ “บ้านใหม่ 5 หมอ”

โดยคนโตคือนายแพทย์ชัยพฤกษ์ สำเร็จจากรั้วจุฬา ถัดมานายแพทย์ธงชัย สำเร็จ ม.เชียงใหม่ คนที่ 3 นายแพทย์เด่นชัย แพทย์ศิริราช (เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา)

คนที่ 4 แพทย์หญิงอรไท ม.เชียงใหม่ และคนสุดท้อง ทันตแพทย์หญิงอรสา จากจุฬา...น่าชื่นใจแทนอาก๋งกับเตี่ยของลูกๆ ผู้บูชาวัดเจ๊กเล่งฮกยี่มาตลอดชีวิต!...เชื่อไม่เชื่ออย่างไร ขออย่าได้ลบหลู่.


รัก–ยม

กว่า 1 ศตวรรษที่ชาวจีนกลุ่มใหญ่ ได้เลือกทำเลทองริมฝั่งตะวันตกลำน้ำบางปะกง บริเวณบ้านใหม่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หรือ “เมืองแปดริ้ว” เป็นถิ่นอาศัยพร้อมทำการค้าทั้งบนท้องน้ำบางปะกง 20 ม.ค. 2561 10:40 20 ม.ค. 2561 10:42 ไทยรัฐ