วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 21/01/61

โดย สีกาอ่าง

เปิดเวทีกันด้วย ธรรมะสนามพระวิภาวดี จาก เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จสังฆราชฯ องค์ที่แล้ว ว่า “โลกเย็น เพราะเมตตายิ่ง โลกร้อน เพราะเมตตาหย่อน นี่เป็นความจริงที่ควรยอมรับและแก้ไข อันการแก้ไขนั้น ก็ต้องไม่ไปแก้ที่ผู้อื่น ต้องแก้ที่ตัวเอง”.....

เข้าไปสำรวจตลาดพระต่อ เจอองค์แรก พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ ไม่มีหู วัดใหม่อมตรส พิมพ์ที่พบมากที่สุด ในสกุล พระสมเด็จบางขุนพรหม ซึ่งแยกตามแบบพิมพ์ที่แตกต่างเป็นหมวดใหญ่ๆ สองแบบคือ มีหู กับ ไม่มีหู.....

องค์นี้เป็นพิมพ์ ไม่มีหู สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่า ข้างพระพักตร์ ซ้ายขวา ไม่มีเส้นพระกรรณ และพิมพ์นี้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย ให้แยกเล่นเป็นอีก ๒ แบบ คือ พระ พักตร์รูปไข่ฐานร่อง กับ พระพักตร์กลมฐานตัน ดูกันที่ ฐานชั้นล่างสุด ที่เป็นแบบหน้ารูปไข่ฐานร่อง ซึ่งนอกจากจะมีจุดสังเกตทั้งสองแล้ว ยังปรากฏเส้นแซมใต้ฐานชั้นบนสุด ชัดเจน.....

สำหรับองค์นี้ของ เสี่ยเด่น อยุธยา เป็นพระแท้ดูง่ายสภาพสมบูรณ์ สวยพองาม ตัดขอบ แบบสอบแคบด้านบนผายกว้างออกด้านล่าง เป็นการตัดขอบแบบตัดชิด ไปตามแนวเส้นซุ้ม ซึ่งพบบ่อยในพระพิมพ์นี้.....

รายการที่สองคือ เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๔๖๙ บล็อกขอเบ็ด เนื้อทองแดง หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ อยุธยา เหรียญพระเกจิฯยอดนิยมอันดับ ๑ ที่ทำสถิติเป็น เหรียญราคาแพงสุด ทะลุหลัก ๑๐ ล้าน เป็นเหรียญแรกของวงการ.....

เหรียญนี้ของ เสี่ยวุฒิศักดิ์ รัตนสุวรรณ ประธาน บ.ผึ้งหลวง เป็นเหรียญหน้าใหม่ ที่มีสภาพความงดงาม ที่เทียบได้กับเหรียญแชมป์ ได้ห้าดาว แล้วยังต้องมีมงกุฎครอบ (มงลง) ด้วย.....

เหรียญสภาพนี้ มีเห็นอยู่ไม่เกิน ๕ เหรียญ แต่ละเหรียญเจ้าของฐานะร่ำรวยล่ำซำ จึงคาดได้ว่าราคาเหรียญแชมป์ทุกเหรียญจะแพงขึ้นกว่าที่คิด เพราะระดับช้างสารชนกัน ไม่มีใครยอมกันแน่.....

ต่อด้วย รูปจำลองหล่อโบราณ พิมพ์ขี้ตา หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน พิจิตร ของ เสี่ยอมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์.....

องค์นี้ สวยสมบูรณ์ สภาพเดิมแท้ๆ เห็นได้จากผิวเนื้อที่เห็นเป็นสีดำเกือบเต็มองค์ ซึ่งผู้รู้บอกว่าน่าจะเกิดจากการหลอมละลายของเนื้อโลหะที่ใช้อุณหภูมิความร้อนสูงเกินไป (มักเกิดกับการเทหล่อพระแบบโบราณเบ้าแรกๆ).....

ทำให้เกิดการเผาไหม้ของเปลือกผิว กินเข้าเนื้อ ถือเป็นได้ทั้งจุดดีจุดเด่น คือเด่นที่ทำให้เห็นถึงความเป็นพระสภาพเดิมๆอย่างแท้จริง ด้อยที่อาจทำให้ดูขาดความเรืองรองของผิวเนื้อสีทอง อย่างที่มีเปิดให้เห็นในส่วนบนสุด.....

องค์นี้ ถือได้เป็น จุดเด่น เพราะเป็นองค์พระที่เทหล่อได้เต็มองค์ รายละเอียดหน้าตาเส้นสายลายศิลป์ติดคมชัดสมบูรณ์สวยงามระดับพระแชมป์ ทั้งหน้าหลัง.....

ตามมาคือ พระปิลันทน์ พิมพ์โมคคัลลาน์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัต เสนีย์วงศ์ฯ) วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย.....

เป็นพิมพ์พระสกุลวัดระฆังฯ ที่ได้รับความนิยมนำมาใช้บูชาแทน “พระสมเด็จวัดระฆังฯ” มากสุด เพราะผู้สร้างเป็นศิษย์ผู้มีฐานันดรศักดิ์ชั้นหม่อมเจ้า อยู่ทันอายุ ได้รับใช้ใกล้ชิด เป็นศิษย์สาย ตรงที่เป็นผู้รับสืบทอดทั้งสรรพวิชา ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังฯ และสมณศักดิ์พระราชาคณะที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ของสมเด็จฯ พระพุฒาจารย์ (โต).....

ก่อนหน้าขณะดำรงฐานาสมณศักดิ์ที่ พระพุทธบาทปิลันทน์ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๐๗ ท่านได้จัดสร้างพระพิมพ์ตามรอยพระอาจารย์ ด้วยแบบพิมพ์ที่มีความแตกต่างหลากหลาย เนื้อพระที่ทำจาก ผงใบลานเผา ผงหิน และผงพุทธคุณ เป็นหลักผสมรวม กดพิมพ์ได้ออกมาเป็น องค์พระสีเทาดำแกมเขียว จำนวนรวมประมาณว่า ๘๔,๐๐๐ องค์ นำแจกผู้สนิทใกล้ชิดบ้างไม่มาก.....

ผู้ได้รับ นิยมเรียก พระของพระพุทธบาทปิลันทน์ ต่อมาจึงเรียกเหลือแค่ พระปิลันทน์ ส่วนใหญ่นำบรรจุกรุในองค์พระเจดีย์ รอบพระอุโบสถ เมื่อรับสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ย้ายไปครองวัดพระเชตุพน.....n อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ปรากฏเป็นประสบการณ์มากมายเช่นเดียวกับ พระพิมพ์ของสมเด็จฯโต โดยเฉพาะ พระพิมพ์โมคคัลลาน์ แบบองค์นี้ของ เสี่ยปรีดา คูวิบูลย์ศิลป์.....

เคยได้รับฟังจากนักธุรกิจระดับประธานบริษัทแถวหน้า ที่นิยมสะสมพระเครื่องยอดนิยมทุกชนิด แต่ใช้พระพิมพ์นี้บูชาติดตัวอยู่องค์เดียว เล่าว่าครั้งเริ่มสร้างกิจการยังลุ่มๆดอนๆมีปัญหาเรื่องลูกน้อง ต้องไปขอคำปรึกษาพระเถราจารย์ที่นับถือ และได้รับมอบ พระปิลันทน์ พิมพ์โมคคัลลาน์ มาให้ใช้บูชาติดตัว บอกว่าจะทำให้มีลูกน้องบริวารที่ดี มีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์ มั่นคง มาช่วย.....

แล้วก็ดีขึ้นจริงๆ มีคนมีฝีมือเข้ามาร่วมงาน กิจการก็เจริญรุ่งเรืองถึงปัจจุบัน จึงยกพระอื่นๆให้ลูกๆหลานๆไปหมด เหลือองค์นี้องค์เดียวไม่เคยเปลี่ยน และยังไม่ยอมให้ใคร.....

อีกสำนักคือ พระสังกัจจายน์ เนื้อสำริด ศิลปะสมัยเชียงแสน ขนาดหน้าตัก ๑ นิ้ว สำหรับคล้องคอ ของ ส.จ.บอม เมืองน่าน--เป็นพระพีเรียด อายุความเก่าตามยุคสมัย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘.....

พระสังกัจจายน์ ได้ชื่อว่าเป็นพระแห่งโชคลาภ ตามพุทธประวัติที่ว่า พระมหากัจจายน์ เป็นพระอริยะที่มีรูปงามละม้ายเหมือนองค์พระศาสดา สาธุชนพบเห็นเกิดศรัทธาเข้าใจผิดว่าท่านเป็นองค์พระพุทธเจ้า ทำให้ท่านเกิดความละอาย จึงเนรมิตร่างกายให้อวบอ้วนสมบูรณ์ต่างจากเดิม แต่ก็ยังมีผู้คนเคารพศรัทธา นำข้าวของเงินทองมาถวายไม่ขาดสาย จนพระพุทธเจ้ากล่าวยกย่องให้ เป็น เอกะทัคคะพระผู้มีลาภมาก.....

ทำให้มีการสร้างรูปจำลององค์พระมหากัจจายน์ บูชากันสืบมา ถือเป็น พระผู้บันดาลโชคลาภ แต่ก็นิยมสร้างเป็น พระบูชาขนาดใหญ่ ไว้ในวัด.....

ขนาดเล็กใช้บูชาติดตัวได้ เพิ่งมีมานิยมสร้างในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีทั้งเนื้อโลหะ เนื้อผง เนื้อดินเผา อย่างของ ท่านเจ้าคุณศรีฯ วัดสุทัศน์ ของ วัดสังกัจจายน์ ของ หลวงปู่โต๊ะ และพระเกจิอาจารย์ ผู้มี ชื่อเสียงอีกมาก .....

ส่วน พระสังกัจจายน์ขนาดเล็กที่เป็นของเก่า สร้างไว้ในยุคสมัยต่างๆที่มีผู้แสวงหากันมาก ล้วนพบได้จากกรุพระสำคัญๆของยุคนั้นๆ เพียงแห่งละองค์เดียวเท่านั้น เชื่อกันว่าเป็นพระที่ผู้มีบุญญาธิการสร้างไว้สำหรับผู้มีบุญญาธิการเช่นกัน.....

จึงมีผู้แสวงหามาก ทำให้ พระสังกัจจายน์ขนาดเล็กเนื้อโลหะ พุทธศิลป์ถึงยุคสมัย มีราคาแพง เทียบได้กับองค์พระขนาดใหญ่ อย่างองค์นี้ ๒๐ ปีก่อน มีเซียนพระใหญ่เสนอราคาซื้อถึง ๕๐๐,๐๐๐ แต่เจ้าของเดิมยังเฉย.....

ถัดไปเป็น พระพุทธรูปบูชา พุทธศิลป์สมัยเชียงแสน ลังกาวงศ์ หน้าตัก ๑๐.๕ นิ้ว ของ เสี่ยสุวิทย์ กลีบยี่สุ่น แรกเห็น ก็นึกว่างามล้ำงามเหลืองามแต๊ๆเจ้า เพราะเป็นองค์พระที่มีพุทธศิลป์นับแต่ยอดพระเกศตลอดลงมาถึงฐานล่างสุดถูกต้องตรงตามยุคสมัยเป๊ะ โดยเฉพาะ เนื้อโลหะ ที่เป็นเนื้อเดียว เปล่งประกายรัศมีเสมอกันทั่วองค์ บอกถึงความพิถีพิถันในสูตรผสมเนื้อ ฝีมือในการเทหล่อ อีกประการสำคัญคือ หน้าตักกว้าง ๑๐.๕ นิ้ว ถือเป็นขนาดพระบูชาที่หายาก ได้รับความนิยมสูงสุด.....

องค์ต่อไปคือ พระนางพญาเสน่ห์จันทร์ กรุวัดตาเถรขึงหนัง สุโขทัย สุดยอดพระพิมพ์บรรจุกรุ ที่มีชื่อเสียงของเมืองสุโขทัย ค้นพบโดยการเปิดกรุอย่างเป็นทางการ ของกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๒ .....

มีบันทึกว่าจัดสร้างพร้อมการสร้างวัด เมื่อราวปี พ.ศ. ๑๙๔๖-๑๙๔๗ อายุอยู่ในสมัยสุโขทัยยุคปลาย ลักษณะ เป็นพระรูปทรงสาม เหลี่ยมหน้าจั่ว เนื้อดินผสมว่าน สีเนื้อมาตรฐาน คือ เหลือง แดง เขียว และดำ เกือบทุกองค์จะมีฝ้าขาวขึ้นจับผิวเนื้อแน่น อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์ทั้ง เมตตามหานิยม แคล้วคลาดและคงกระพัน องค์นี้ของ เสี่ยศักดิ์สิทธิ์ ประทีปมงคล.....

สุดท้ายคือ เหรียญเสมา ๘ รอบ หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ อ.บ้านค่าย ระยอง พระเกจิอาจารย์ที่มีวิชาพุทธาคมเข้มขลังสูงสุด แห่งภาคตะวันออกในยุค ๔๐ ปีที่ผ่านมา วัตถุมงคล พระเครื่อง ของขลัง ทุกรุ่น ได้รับความนิยมสูง มีผู้สนใจทำบุญบูชาหมดอย่างเร็ว.....

และทุกรุ่นที่สร้างทันอายุท่าน ล้วนมีราคาค่าความนิยมสูงขึ้นมากถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะรุ่นที่สร้างยุคแรกๆ อย่าง เหรียญเสมา ๘ รอบ นี้ ที่สร้างออกในวาระงานทำบุญ ฉลองอายุครบ ๘ รอบ ๙๖ ปี เมื่อ ๑๖ มิ.ย.๒๕๑๘ เพราะมีเอกลักษณ์การออกแบบ มีรายละ-เอียดงดงาม.....

จัดสร้างพร้อมเหรียญอีกหลายแบบ ทั้งเหรียญห่วงเชื่อม เหรียญนาคปรก เหรียญหล่อฉลุ แต่ เหรียญทรงเสมา แบบนี้ของ เสี่ยจิระเดช สุคนธมาน ได้รับความนิยมสูงสุด เนื้อเหรียญมีทั้งเนื้อทองคำลงยา เนื้อเงินหน้าทองคำ เนื้อเงินลงยา ๓ สี เนื้อเงินลงยาสีเดียว เนื้อนวโลหะหน้าเงินลงยา เนื้อทองแดงลงยา--เนื้อนวโลหะแบบนี้ สร้าง ๔๐๐ เหรียญ มีทั้งตอกโค้ดและไม่ตอก.....

ต่อเข้าสนามพระใหม่ ที่นักนิยมเหรียญกำลังตอบรับ เหรียญรุ่น ๒ และแหวนหัวนะปัดตลอด ย้อนยุค รุ่น “มงคลมหาเศรษฐี” เพราะเป็นของ หลวงพ่อทองศุข อินทโชโต แห่งสำนักวัดโตนด-หลวง อ.ชะอำ เพชรบุรี.....

รุ่น “มงคลมหาเศรษฐี” จัดสร้างเป็นเหรียญที่ระลึกในงานพระ ราชทานเพลิงศพ ท่านพระครูภาวนาวัชโรภาส (แผ่ว ปัณฑิโต) และ ท่านพระครูพัฒณ์นพ-กิจ (ย้อน อินทวโส) ๒ อดีตเจ้าอาวาส วัดโตนดหลวง เมื่อ ๒๕ มี.ค.๖๐ และเปิด ให้ทำบุญบูชาสั่งจอง เพื่อนำรายได้พัฒนาเสนาสนะ.....

เป็นการ จัดสร้าง ครั้งแรก ของวัดโตนดหลวง โดยตรงใน รอบ ๒๕ ปี คณะกรรมการจึงจัดสร้างอย่างพิถีพิถันควบคุมทุกขั้นตอน นับแต่รูปแบบเหรียญ ซึ่ง ถอดพิมพ์ จาก เหรียญรุ่น ๒ สภาพแชมป์ อย่างคมชัดงดงาม ส่วนแหวนทำตามรูปแบบ แหวนนะปัดตลอด ตำรับวิชาดั้งเดิม ของ หลวงพ่อทองศุข.....

งานพุทธาภิเษกจัดพิธีเต็มรูปแบบเป็นประวัติการณ์ โดยอาราธนานิมนต์พระเกจิอาจารย์แห่งยุค นั่งปรกปลุกเสก อาทิ หลวงพ่อหวย วัดห้วยทรายใต้ หลวงพ่อแถม วัดช้างแทงกระจาด หลวงพ่อพัว วัดห้วยเสือ หลวงพ่อเงิน วัดยางชุม หลวงพ่อนนท์วัดเขาพรานฯ หลวงพ่อมหาสุรศักดิ์วัดประดู่ หลวงพ่อพูน วัดบ้านแพน หลวงพ่อพฤหัส วัดไร่มะม่วง อ.สัญญา วัดกลางบางแก้ว อ.โสธร วัดเขากะโหลก ล.พ.แก้ว วัดมฤคทายวัน ล.พ.เผื่อน วัดช่อม่วง พระอาจารย์จิ วัดหนองหว้า หลวงพ่อชำนาญ วัดบางกุฎีทอง หลวงพ่ออิฐ วัดจุฬามณี พระครูไพโรจน์ วัดห้วยมงคล พระอาจารย์ติ๋ว วัดมณีชลขันธ์ ฯลฯ.....

แต่ละรูปสร้างศรัทธาให้เป็นที่เชื่อได้ว่ารุ่นนี้ต้องมีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ทั้งด้านเมตตามหาลาภ แคล้วคลาด ป้องกันเขี้ยวงาได้ฉมัง เทียบแทนของเดิมได้อย่างมั่นใจ.....

ตอนนี้บางรายการหมดพรึบเดียว กลายเป็นกระแส ที่กล่าวกันว่าวัตถุมงคลรุ่นนี้เป็นสัญลักษณ์คนเมืองเพชร ขนานแท้ ติดต่อสอบถามได้ที่ศูนย์สั่งจองหรือที่สำนักงานวัด โทร.09-8428-9405, 06-2579-6241 หรือ line id “thongsuk2498”.....

เรื่องปิดท้ายสบายใจวันนี้ ขำกันกับ เสี่ยพิทักษ์ เจ้าของร้านแอนติคย่านพุทธมณฑล ที่ปลายปีก่อน อยู่เฝ้าร้านแทนเมียที่ไปเยี่ยมญาติ ก็มีลูกค้าเอา พระปิดตาหลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ มาขาย ๑ ล้าน บอกต้องการเงินไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้แฟน .....

เสี่ยพิทักษ์ มีเงินสดไม่พอ แต่อยากได้มาก ก็นึกได้ว่าเมียมีกระเป๋าแบรนด์เนมเยอะ จึงถามว่าจะไปซื้อแบรนด์เนมรุ่นไหน สีอะไร คนขายพระก็บอกรุ่นบอกสี และราคา ว่าใบละ ๕ แสน.....

เสี่ยพิทักษ์ รู้เลยว่าของเมียมีแน่ จึงพยายามเจรจาขอแลก แต่เจ้าของพระไม่ยอม บอกถ้าจะแลก ขอเงินเพิ่ม ๓ แสน เสี่ยพิทักษ์ เห็นว่าคุ้มก็ตกลง รีบไปจิ๊กกระเป๋าเมียให้พร้อมเงินสด.....

ได้พระมาก็ดีใจ แต่ก็กลัวเมียว่า พอเมียกลับมา จึงรีบสารภาพและติดสินบน ว่า เดี๋ยวหลังปีใหม่ จะเอาพระไปขายให้เพื่อน ๑.๕ ล้าน แล้วจะให้ลื้อ ๑ ล้าน เอาไปซื้อกระเป๋าใบใหม่.....

เมียฟังแล้วแทนที่จะโกรธ กลับยิ้ม บอกไม่เป็นไร ไม่ต้องให้ เพราะชั้นก็เพิ่งเอา พระนางพญา ที่ลื้อให้ไปขาย แล้วซื้อกระเป๋าใบใหม่มา ๑ ล้านพอดี ถือว่าเจ๊ากัน.....

แต่ เสี่ยพิทักษ์ เครียดทันที โวยลั่นร้าน ลื้อไม่ว่า แต่อั๊วว่า เพราะ พระนางพญา องค์นั้น ซื้อมา ๒ ล้านโว้ย--แบบนี้เขาเรียกว่า เจ๊งไม่ใช่เจ๊า เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.


สีกาอ่าง

เปิดเวทีกันด้วย ธรรมะสนามพระวิภาวดี จาก เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จสังฆราชฯ องค์ที่แล้ว ว่า “โลกเย็น เพราะเมตตายิ่ง โลกร้อน เพราะเมตตาหย่อน นี่เป็นความจริงที่ควรยอมรับและแก้ไข อันการแก้ไขนั้น ก็ต้องไม่ไปแก้ที่ผู้อื่น 20 ม.ค. 2561 10:16 ไทยรัฐ