วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดขายตั๋วโมโตจีพี 'พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018' ถูกสุดในโลก

ประกาศความพร้อมเปิดขายตั๋วศึกโมโตจีพี "พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018" ราคาถูกสุดในโลก เชิญร่วมชม "วินเทอร์ เทส" ฟรี และกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย หาซื้อได้แล้วที่ "ออลล์ ทิคเก็ต" ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ม.ค. 61 นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการบรัษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จำกัด, นายบุรณิณ รัตนสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่นบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ นายวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมแถลงข่าวความพร้อมการจัดการแข่งขันโมโตจีพี วินเทอร์ เทส ระหว่างวันที่ 16-18 ก.พ.61 และการจำหน่ายบัตรเข้าชมการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการ "พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018"  ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. 61 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 

ภายในงานได้ทำการเปิดจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.61 เป็นต้นไป โดยนายสกลเป็นคนแรกที่ซื้อตั๋วเข้าชมใบแรกของประเทศไทย ซึ่งราคาบัตรแกรนด์แสตนด์ ราคา 4,000 บาท และไซด์แสตนด์ ราคา 2,000 บาท

ทั้งนี้ หากซื้อบัตรภายในวันที่ 19 ก.พ.61 จะได้รับส่วนลดทันที 15% และหากใช้สิทธิ์ส่วนลดของ ปตท. หรือ พีทีที ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลัก จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 25% ทำให้บัตรแกรนด์แสตนที่ราคาเต็ม 4,000 บาท จะคงเหลือเพียงใบละ 2,550 บาทเท่านั้น และไซด์แสตนอยู่ที่ใบละ 1,275 บาท จึงเรียกได้ว่าเป็นบัตรเข้าชมการแข่งขันโมโตจีพีที่มีราคาบัตรถูกที่สุดในโลก พร้อมยังรับสิทธิ์เข้าชมและมีส่วนร่วมกับการจัดกิจกรรมวินเทอร์ เทส ฟรีตลอด 3 วัน รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ ในงาน Thailand Grandprix Expo ฟรี โดยบัตรทุกราคายังลุ้นชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท สามารถหาซื้อบัตรได้แล้วผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส ออลล์ทิคเก็ต ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส รวม 12,000 สาขาทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ allticket.com และยังเพิ่มความสะดวกด้วยเครื่อง i-touch ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาทำการซื้อได้ด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 220 จุด 

ด้านนายสกล กล่าวถึงการสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทย และแผนพัฒนานักกีฬาไทยสู่ระดับโลก ว่า หลังจากที่ทางภาครัฐได้พยายามดำเนินการดึงการแข่งขันโมโตจีพี ซึ่งเป็นรายการระดับโลกมาจัดที่ประเทศไทย เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์สู่ประเทศมหาศาล มีเงินไหลเวียนเข้าสู่ประเทศไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทแน่นอน นอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชนไทยที่หลงใหลในกีฬามอเตอร์สปอร์ต เด็กไทยจะได้เห็นการแข่งขันอย่างมืออาชีพ และเกิดความใฝ่ฝันที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักแข่งระดับโลกในอนาคต ซึ่งดีกว่าการแข่งขันกันตามท้องถนน จนเป็นการรบกวนชาวบ้าน ที่สำคัญ การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังมีโครงการพัฒนาเยาวชนสู่กีฬาชีพ ซึ่งเราจะเฟ้นหาเด็กที่มีทักษะการขับขี่และมีพลังความฝันมาเข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาทักษะและผลักดันให้ไปแข่งต่างประเทศเหมือนที่เคยสนับสนุนนักกีฬาดังๆ มาแล้ว

ขณะที่นายอนุสรณ์ เผยถึงความพร้อมของจังหวัดบุรีรัมย์ ในการรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ว่า ในฐานะที่ได้รับเกียรติเป็นพื้นที่จัดการแข่งขัน ตอนนี้เราเตรียมความพร้อมแล้วทุกด้าน เพื่อรองรับผู้ที่จะเข้ามาร่วมงาน ทั้งนักแข่ง ทีมงาน คนดู และนักท่องเที่ยวกว่า 1 แสนคน โดยเฉพาะ 3 ข้อสำคัญคือ ความปลอดภัย ความสะดวกสบายเรื่องที่พัก ซึ่งตอนนี้ภายในจังหวัดเต็มหมดแล้ว เราจึงได้ประสานไปที่จังหวัดข้างเคียงตลอดจนพื้นที่กางเต็นท์ และสุดท้ายคือแพ็กเกจท่องเที่ยวทั้งภาคอีสาน เพื่อให้ผู้เดินทางมาได้ความเพลิดเพลินนอกจากชมการแข่งขัน

ส่วนนายตนัยศิริ กล่าวถึงความพร้อมของสนามช้างฯ ในการจัดงานวินเทอร์ เทส และวันแข่งขันจริงว่า ขอยืนยันว่าสนามตอนนี้พร้อมแล้ว 100% เราได้เซตติ้งทุกอย่างและให้ทางดอร์นา สปอร์ต ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และฝ่ายจัดการแข่งขันตรวจสอบเรียบร้อย นอกจากนี้เรายังจัดกิจกรรมมากมายไว้ต้อนรับผู้ที่เดินทางมาชมวินเทอร์ เทส มากมายตลอดวันที่ 16-18 ก.พ.นี้ ไม่ว่าจะเป็นการประกวดเครื่องเสียงรถยนต์ การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่งรถ และผลิตภัณฑ์ของผู้นิยมกีฬามอเตอร์สปอร์ต มากกว่า 80 ร้าน คาราวานบิ๊กไบค์จากกรุงเทพฯ นำโดยท่านผู้ว่า กกท. ซึ่งจะเริ่มขบวนวันที่ 17 ก.พ. จากการกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงปาร์ตี้คอนเสิร์ต ที่จะมีของที่ระลึกจากนักแข่งดัง เช่น หมวกกันน็อก มาเปิดให้แฟนคลับได้ร่วมประมูล

ด้านนายบุรณิณ กล่าวถึงกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้า ปตท. ว่า เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำการแข่งขันระดับโลกอย่างโมโตจีพีมาจัดการแข่งขันที่เมืองไทย ซึ่งเราได้เตรียมสิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะส่วนลดบัตรเข้าชมการแข่งขันจากพีทีทีบลูการ์ด และกิจกรรมนอกสถานที่ที่สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งทั่วประเทศ"

ขณะที่นายวีรเดช เผยว่า เราได้ใช้ศักยภาพทุกช่องทางเพื่อรองรับผู้ที่จะซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน ทั้งทางออนไลน์ แอปพลิเคชัน และออนกราวด์ที่ตั้งอยู่ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านค้าที่มีสัญลักษณ์เคาน์เตอร์เซอร์วิส รวม 12,000 สาขาทั่วประเทศ ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสจึงพร้อมให้ความมั่นใจทั้งเรื่องระบบการจัดการต่างๆ ของบริษัทฯ ว่าจะทำให้แฟนโมโตจีพีได้รับความสะดวกรวดเร็วในการซื้อตั๋วเข้ารับชมในครั้งนี้ อย่างแน่นอน