วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“พลังงาน” เปิดแถลงด่วน!แก้เกี้ยว “ศิริ” แจงรัฐไม่มีนโยบายลดบทบาท “ปตท.-กฟผ.”

รมว.พลังงานเปิดแถลงด่วนแก้เกี้ยว “ผลการศึกษาปริศนา” ระบุไม่มี “บอนไซ” กฟผ.-ปตท.แต่ให้ช่วยดูแลพลังงานประเทศ ขณะที่คณะกรรมการปฏิรูปฯ คาดเสนอแผนแม่บทพลังงานเข้า ครม.ได้เดือน มี.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 ม.ค.) กระทรวง พลังงาน ได้เปิดแถลงข่าวด่วน กรณีที่มีกระแสข่าวว่า ภาครัฐจะทำการลดบทบาทของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หลังจากมีการหยิบยกผลศึกษา ซึ่งมีเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวเข้าที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่ทราบที่มาว่าหน่วยงานใดเป็นผู้เสนอ และการแถลงข่าวด่วนในครั้งนี้ของ รมว.พลังงาน เกิดขึ้นในวันเดียว และเวลาเดียวกันกับที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงาน มีกำหนดการที่จะแถลงข่าวแผนปฏิรูปด้านพลังงานไว้ก่อนหน้านี้
nรมว.พลังงานยันไม่มีแนวคิด “ลดบทบาท”

ทั้งนี้ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายลดบทบาทสองหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่ง ขณะเดียวกัน ยังย้ำให้ร่วมกันทำหน้าที่รักษาและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญ ได้แก่ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ สายส่งไฟฟ้า รวมถึงสถานีรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และโรงไฟฟ้าหลักๆ ที่จำเป็นในการสร้างเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าของประเทศที่ยังคงอยู่ภายใต้การบริหารจัดการการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ บทบาทการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหลัก ที่จำเป็นยังเป็นหน้าที่ของ กฟผ. และการจัดหาก๊าซธรรมชาติที่จำเป็นก็ยังเป็นหน้าที่หลักของ ปตท.ตามผลการศึกษาที่เหมาะสม ส่วนการผลิตไฟฟ้าและการจัดหาก๊าซธรรมชาติที่นอกเหนือจากที่จำเป็น เพื่อประกันความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงเพิ่มเติม จะเปิดให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในระบบที่มีการแข่งขัน โดยให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ปตท. และ กฟผ.สามารถร่วมแข่งขันด้วยได้ ในพื้นฐานเท่าเทียมกัน

ขณะที่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น สถานีแอลเอ็นจีที่จะเป็นการลงทุนของ ปตท. และ กฟผ. หรือโดยภาคเอกชนรายอื่นๆ จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ส่วนการบริหารจัดการภายในองค์กรของ กฟผ. และ ปตท.เพื่อรองรับบทบาทหน้าที่ด้านความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไร ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 หน่วยงาน

กฟผ.-ปตท.พร้อมรับปรับโครงสร้างองค์กร

ด้านนายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมายอมรับว่าภาครัฐมีกฎเกณฑ์ที่หลากหลาย ทำให้การดำเนินงานของ กฟผ.ล่าช้า ขณะที่การปรับเปลี่ยนด้านเทคโนโลยีที่รวดเร็วก็เป็นสิ่งที่ กฟผ.ต้องปรับตัวให้ทันเช่นกันจนต้องนำไปสู่การปรับบทบาทการทำงานให้มีความยืดหยุ่น และเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมในการปรับตัวมากขึ้น ทั้งนี้ กฟผ.มีการศึกษาเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรอยู่แล้ว โดยได้ว่าจ้างที่ปรึกษามาทำสำรวจ และเราต้องลดขนาดองค์กรของเราจากเมื่อก่อน กฟผ.มีพนักงาน 36,000 คน ก็ทยอยลดจากการปลดเกษียณและจัดโครงการร่วมใจจากจนเหลือพนักงาน 22,000 คน และมีการรับพนักงานใหม่ปีละ 15%

ขณะที่นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับคำสั่งในเชิงลดบทบาทจากกระทรวงพลังงาน แต่กลับได้รับการเพิ่มบทบาทให้ช่วยขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 ร่วมกับรัฐบาล โดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านนวัตกรรมการเชื่อมโยงการใช้ก๊าซธรรมชาติในภาคตะวันออกและตะวันตก เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐได้เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนในกิจการผลิตไฟฟ้า และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ทำให้ กฟผ. และ ปตท.ต้องปรับตัวและปรับบทบาทของตนเอง โดยที่ผ่านมา มีเอกชนหลายรายได้ลงทุนในโรงไฟฟ้า ซึ่งมีกำลังการผลิต 5,000-16,000 เมกะวัตต์ ซึ่งทำให้เอกชนเข้ามาแชร์สัดส่วนทางการตลาดในธุรกิจมากขึ้น

กรรมการปฏิรูปฯ จ่อชงแผนพลังงานเข้า ครม. มี.ค.

ด้านนายพรชัย รุจิประภา ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ด้านพลังงานได้จัดทำแผนแม่บทเสร็จแล้ว และจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อจัดทำแผนในภาพรวมพร้อมกับคณะกรรมการปฏิรูปในด้านต่างๆ ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ และคาดว่าที่ประชุมจะพิจารณาแล้วเสร็จในวันที่ 24 ม.ค. จากนั้นจะจัดส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อนำไปจัดทำข้อสรุปในขั้นตอนสุดท้ายในเดือน ก.พ. ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือน มี.ค. เพื่อเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก่อนประกาศใช้เพื่อเป็นแผนปฏิรูปประเทศไทยในทุกๆด้านหรือแผนยุทธศาสตร์ชาติในเดือน เม.ย.นี้

นายพรชัย กล่าวว่า สาระสำคัญของแนวทางการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน (โรดแม็ป) ในระยะเวลา 5 ปี (ปี 2561-2565) จะดำเนินการปฏิรูปใน 6 ด้าน ครอบคลุม 17 ประเด็น ด้านนโยบายพลังงานของประเทศ ซึ่งมั่นใจว่าจะอยู่บนพื้นฐานที่ประชาชนทุกภาคส่วนยอมรับ ดังนี้ 1.สร้างธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ ปฏิรูปใน 3 ประเด็น ได้แก่ การปฏิรูปองค์กรด้านพลังงาน พัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ และการมีธรรมาภิบาลและมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชนและผู้ประกอบการอย่างเท่าเทียมกันเพื่อนำไปสู่การลดข้อขัดแย้งในสังคม 2.พัฒนาด้านไฟฟ้าเพื่อรักษาเสถียรภาพและสร้างความมั่นคงพลังงานประเทศ 3.มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติและสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่จากปิโตรเคมี สร้างโอกาสให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า LNG ของภูมิภาค และการพัฒนาปิโตรเคมี ระยะที่ 4 เพื่อประโยชน์ในอนาคต ซึ่งหากเกิดขึ้นสำเร็จจะก่อให้เกิดการลงทุนมูลค่า 300,000 ล้านบาท 4.การสนับสนุนพลังงานทดแทนเพื่อส่งเสริมการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 5. การอนุรักษ์และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุนพลังงานของประเทศ 6. กำหนดทิศทางด้านพลังงาน ด้วยการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงาน.

รมว.พลังงานเปิดแถลงด่วนแก้เกี้ยว “ผลการศึกษาปริศนา” ระบุไม่มี “บอนไซ” กฟผ.-ปตท.แต่ให้ช่วยดูแลพลังงานประเทศ ขณะที่คณะกรรมการปฏิรูปฯ คาดเสนอแผนแม่บทพลังงานเข้า ครม.ได้เดือน มี.ค.นี้ 19 ม.ค. 2561 08:32