วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สุภัทร” ยันรักษาผลประโยชน์สาธารณะ แอ่นอกรับ-เผยถ้าผิดวินัยก็พร้อมไป

เตรียมประชุมช่วยปรับหลักสูตร

ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) แถลงข่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เปิดเผยข้อมูลรายชื่อหลักสูตรที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานหลักสูตรจากผลการประเมินการประกันคุณภาพภายใน (IQA) ปีการศึกษา 2558 และ 2559 ว่า การเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามมติคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. เพราะอยากให้มหาวิทยาลัยเร่งปรับปรุงคุณภาพ ส่วนผู้เรียนก็จะได้ตรวจสอบว่าหลักสูตรที่เรียนมีการปรับปรุงหรือยัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต ส่วนผู้ที่จบการศึกษาไปแล้วจะไม่มีผลกระทบใดๆ ยังมีศักดิ์และสิทธิ์ในปริญญาเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังเป็นนโยบายของรัฐบาลและ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้ สกอ.เปิดเผยข้อมูลหลักสูตรต่อสาธารณะ ส่วนกรณีที่ทางมหาวิทยาลัยรามคำแห่ง (ม.ร.) จะเอาผิดทางกฎหมายกับ สกอ. และขณะนี้ทราบว่ามีอีกหลายแห่งไม่พอใจนั้น ตนไม่อยากตอบประเด็นนี้ แต่ทุกคนมีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง ตนในฐานะข้าราชการและเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ การกำกับของ กกอ. ซึ่งมติ กกอ.คือการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ตนก็ได้ดำเนินการตามนั้น และขอย้ำ ว่า เป็นข้อมูลในปีการศึกษา 2558-2559 ส่วนข้อมูลปีการศึกษา 2560 ยังไม่แล้วเสร็จ โดยคาดว่าข้อมูลลอตแรกจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2561 และต้นเดือน ก.พ.นี้ ตนจะเชิญมหาวิทยาลัยทั้ง 40 แห่งมาพูดคุยเพื่อจะหาทางช่วยเหลือปรับปรุงหลักสูตรที่มีปัญหา เป็นการประชุมเพื่อช่วยแก้ไขไม่ได้การมีตำหนิอะไร

เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า กระบวนการประเมินการประกันคุณภาพภายในของ สกอ.นั้น มหาวิทยาลัยจะส่งข้อมูลใส่ในระบบของ สกอ. หลังสิ้นสุดปีการศึกษาภายใน 120 วัน โดยมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะดำเนินการด้วยตนเอง และหากมีความเปลี่ยนแปลงก็สามารถแก้ไขได้ แต่ถ้ามหาวิทยาลัยใดตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อย และกดเสร็จสิ้นกระบวนการระบบจะล็อก ไม่สามารถเข้าไปแก้ข้อมูลได้ ซึ่ง สกอ.ก็จะยึดตามข้อมูลล่าสุด และเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาสอบทาน

“ผมเป็นข้าราชการ มีหน้าที่ทำตรงไปตรงมา ถ้าเห็นว่าการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะตามมติ กกอ. เป็นความผิด ก็สามารถเอาผิดกับผมได้ อย่าเอาผิดกับลูกน้องผม ผมว่าเรื่องนี้จะเป็นบรรทัดฐานของการปฏิบัติราชการ ถ้าคิดว่าการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ การที่รักษาผลประโยชน์ของสาธารณะแล้วผมผิดวินัยราชการ ก็ให้ออกไป” ดร.สุภัทรกล่าว.