วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันสว.ทล. รู้เห็นเมียขายกัญชา

ตำรวจทางหลวงชุมพรตะครุบหนุ่มฮอดแก๊งยานรก ลอบขนไอซ์ 200 กก. มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท อำพรางมาท้ายรถกระบะบรรทุกข้าวเปลือกลำเลียงจากภาคเหนือเตรียมส่งภาคใต้ แฉเป็นเครือข่ายใหญ่ใช้วิธีขนถ่ายกันเป็นทอดๆเลี่ยงการตรวจค้น ด้าน ผบ.ตร.แถลงผลปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 61/2” แค่ 7 วัน ยึดสารพัดยาเสพติดและทรัพย์สินกว่า 900 ล้านบาท ผบช.ปส.เผยคดีนายตำรวจทางหลวงเอี่ยวช่วยเมียค้ากัญชา มีพยานหลักฐานแน่นหนา

ตำรวจทางหลวงตาไวตะครุบหนุ่มขับกระบะซุกไอซ์ลอตใหญ่ครั้งนี้ เมื่อเช้ามืดวันที่ 18 ม.ค. ร.ต.ต. วสันต์ ตราโต ร.ต.ต.ชาตรี บุญอยู่ รอง สว.ป.สทล.4 กก.2 ชุมพร พร้อมพวก นำรถตรวจการณ์ 2409 ออกตระเวนตรวจพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งถึงช่วงหลัก กม.9 ถนนเอเชีย 41 ช่องทางขาล่องใต้ ต.ทุ่งคา อ.เมืองชุมพร พบรถกระบะโตโยต้า แค็บ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผษ 2351 เชียงใหม่ กระบะหลังติดกรงเหล็กบรรทุกกระสอบปุ๋ยมาเต็มคัน เมื่อเห็นรถยนต์สายตรวจตำรวจทางหลวง ปรากฏว่าคนขับรถกระบะแสดงท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้จอดไหล่ทางเพื่อตรวจสอบ

ทราบชื่อคนขับ นายองอาจ เลาว้าง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 535 หมู่ 8 ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่สอบถามให้การวกวน เจ้าหน้าที่สงสัยขอตรวจค้นท้ายกระบะพบกระสอบปุ๋ยบรรจุข้าวเปลือกไว้เต็มทุกกระสอบ แต่เมื่อตรวจค้นอย่างละเอียดพบมีไอซ์ ตรา 5 ดาว ทั้งหมด 200 ห่อ ห่อละ 1 กก. ซุกซ่อนอำพรางมากับกระสอบข้าวเปลือกรวม 11 กระสอบ รวมไอซ์ทั้งหมดน้ำหนัก 200 กก. มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท ควบคุมตัวไปที่ บก.สทล.4 กก.2 ชุมพร พร้อมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมสอบสวน

นายองอาจ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้าง 1 หมื่นบาทให้ขนไอซ์มาจากพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี นำไปส่งให้เครือข่ายที่ จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นจะมีคนมารับอีกทอดหนึ่ง ระหว่างทางพบสายตรวจตำรวจทางหลวงชุมพรเรียกตรวจค้นจับกุม อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนไม่ปักใจเชื่อมากนัก เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนขยายผลพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมลักลอบขนยาเสพติดมานานแล้ว โดยขนไอซ์มาจากชายแดนทางภาคเหนือ เพื่อลักลอบนำไปส่งทางภาคใต้จนมาถูกจับในครั้งนี้ คุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง บช.ก. เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. แถลงผลปฏิบัติการ “ชัยยะ สยบไพรี 61/2” ห้วงวันที่ 12-19 ม.ค.61 ในพื้นที่ บช.น. บช.ภ.1-4-5-7 รวม 59 เป้าหมาย 4 เครือข่ายยาเสพติดสำคัญ 1.เครือข่าย น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง 2.เครือข่าย น.ส.ธิดารัตน์ จิตรานนท์ 3.เครือข่ายม้งเวียงแก่นของนายมนตรี วงศ์บุญชัยเลิศ 4.เครือข่ายนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือเอกอ้วน จับกุมคดียาเสพติด 9 คดี ผู้ต้องหา 14 คน ยึดยาบ้า 3.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 2 กก. กัญชา 12 กก. โคเคน 770 กรัม ปืน 21 กระบอก กระสุน 1,163 นัด รถยนต์ 11 คัน บ้าน 2 หลัง ที่ดินและคอนโด 37 แปลง เงินสด 7,965,900 บาท ทองรูปพรรณและอื่นๆ รวมมูลค่า 910,935,700 บาท

พล.ต.อ.จักรทิพย์เผยว่า สำหรับคดี น.ส.ทิพย์อาภา ที่มี พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว. (สอบสวน) สทล.1 กก.1 บก.ทล. สามี มาเกี่ยวข้อง ต้องตรวจสอบย้อนหลัง เพราะเคยมีคำสั่งให้ช่วยราชการเมื่อครั้งเคยอยู่ สน.มักกะสัน ก่อนจะมารับตำแหน่งที่ตำรวจทางหลวงว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เบื้องต้น บช.ก.ได้มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อน

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า พ.ต.ท.ธนกฤต ยังให้การปฏิเสธ โดยธรรมชาติตำรวจจะไม่รับสารภาพ แต่มั่นใจหลักฐานที่มีอยู่สามารถทำให้ติดคุกได้แน่นอน ไม่เช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายจับ ช่วงจับกุม น.ส.ทิพย์อาภาได้โทร.แจ้ง พ.ต.ท.ธนกฤตให้ขนเงิน 2 ล้านบาทไปยัง จ.เพชรบุรี พฤติการณ์เป็นผัวเมียกันต้องรู้ ช่วยเหลือดูแลเรื่องเงิน สร้างช่องลับในรถยนต์ที่ตรวจยึดได้ ดัดแปลงด้านล่างไว้ขนกัญชาได้กว่า 200 กก. ทำให้ น.ส.ทิพย์อาภารอดการจับกุมมานานกว่า 10 ปี อีกทั้งยังพบเครื่องนับเงิน และคาดจะมีตำรวจนายอื่นร่วมขบวนการด้วย เพราะคนเดียวคงทำไม่ได้ ส่วนจะนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดมาใช้ในการโยกย้ายตำแหน่งหรือไม่นั้น ไม่ทราบ

ผบช.ปส.กล่าวอีกว่า ขบวนการ น.ส.ทิพย์อาภา เป็นกลุ่มค้ายาเสพติดรายใหญ่ เชื่อมโยงเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาวลาว พฤติการณ์กลุ่มนี้จะมีคนถือทรัพย์สินแทน ไม่ระบุชื่อเจ้าของ มีการศัลยกรรมใบหน้าใหม่ ให้คนจำไม่ได้อีกด้วย ส่วน พ.ต.ท.ธนกฤต นั้น จากแนวทางสืบสวนพบว่าเป็นนายตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงาน ไม่มีรายได้อื่น แต่กลับมีรายได้มาก ส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ต้องใช้เงินปีละกว่า 1 ล้านบาทได้ เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ต้องดำเนินคดีกับนายตำรวจ ผบช.ปส. ตอบว่าไม่หนักใจ และไม่กังวลที่จะต้องสอบสวนตำรวจด้วยกัน หรือมียศสูงกว่า เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับโทษ โดยวันที่ 19 ม.ค. จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

ตำรวจทางหลวงชุมพรตะครุบหนุ่มฮอดแก๊งยานรก ลอบขนไอซ์ 200 กก. มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท อำพรางมาท้ายรถกระบะบรรทุกข้าวเปลือกลำเลียงจากภาคเหนือเตรียมส่งภาคใต้ แฉเป็นเครือข่ายใหญ่ใช้วิธีขนถ่ายกันเป็นทอดๆเลี่ยงการตรวจค้น... 19 ม.ค. 2561 00:38 ไทยรัฐ