วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจอคุกอ่วม ลุงบึมกรุง 78 ปี กับ 30 เดือน

โดน 3 คดีรวด รอ ‘พิพากษา’ อีก 2 สํานวน!

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัว “วัฒนา ภุมเรศ” มือบึมจากเรือนจำ เข้าฟังศาลอาญาตัดสินวางระเบิดป่วนกรุง 3 คดีรวด ศาลสั่งจำคุกสุดอ่วม รวม 78 ปี 30 เดือน ปรับอีก 1 พันบาท พร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย รวมเป็นเงิน 1.4 แสนบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ชี้ให้นับโทษต่อจากคดีที่ศาลตัดสินไปแล้ว 2 คดี เผยก่อนพิพากษาจำเลยขอความเห็นใจจากศาล ยันให้ความร่วมมือมาตลอดหวังให้ศาลบรรเทาโทษแต่ไม่เป็นผล ศาลจ่อตัดสินอีก 2 สำนวนที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณา

ที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 ม.ค. ศาลมีคำพิพากษารวม 3 สำนวน ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา หรือตุ่ม ภุมเรศ อายุ 63 ปี อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ทำให้เกิดระเบิด มีผู้บาดเจ็บสาหัส มีและพกพาวัตถุระเบิดและยุทธภัณฑ์ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530

กรณีนายวัฒนาประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง แบบไปป์บอมบ์นำไปวางไว้ที่ทางเท้าบริเวณหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (กองสลากเดิม) ถนนราชดำเนินกลาง ทำให้เกิดระเบิดมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย เมื่อวันที่ 4-5 เม.ย.2560 ที่ใต้ต้นไม้บนฟุตปาทหน้าโรงละครแห่งชาติ เขตพระนคร ทำให้เกิดระเบิดมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เมื่อวันที่ 14-15 พ.ค.2560 และที่บริเวณตู้โทรศัพท์หน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2550 นายวัฒนา จำเลย ให้การรับสารภาพทั้ง 3 สำนวน ตลอดการพิจารณาคดีตั้งแต่เดือน มิ.ย.2560 จำเลยไม่ได้ยื่นประกันตัวถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร วันนี้ศาลเบิกตัวนายวัฒนามาฟังคำพิพากษาทั้ง 3 สำนวนในเวลาเดียวกัน ขณะที่จำเลยแจ้งความประสงค์ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ

เมื่อถึงเวลานัด ศาลได้อ่านคำพิพากษาเป็นรายคดี คดีแรก อ.3220/2560 กรณีระเบิดหน้ากองสลากเดิม ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานเห็นว่า จำเลยกระทำผิดจริงให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อันเป็นบทหนักสุด จำคุกตลอดชีวิต ฐานประกอบวัตถุระเบิดและทำให้เกิดระเบิด จำคุก 3 ปี ฐานครอบครองยุทธภัณฑ์ จำคุก 1 ปี และพกพาวัตถุระเบิดไปในที่สาธารณะฯ ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกรวมทั้งสิ้น 26 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท พร้อมให้ชดใช้หญิงผู้เสียหาย 1 ราย ที่ยื่นคำร้องขอในส่วนแพ่ง 130,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุ

ส่วนคดี อ.3221/2560 กรณีระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ ศาลมีคำพิพากษาเช่นเดียวกันกับคดีระเบิดหน้ากองสลากเดิม ให้จำคุกรวม 26 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท ให้ชดใช้ผู้เสียหาย 1 ราย ที่ยื่นคำร้องขอในส่วนแพ่ง 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุ และคดี อ.3222/ 2560 กรณีระเบิดหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ฯ เมื่อปี 2550 พยานหลักฐานรับฟังได้เพียงว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ฯ พ.ศ.2530 ศาลพิพากษาให้จำคุกรวม 26 ปี 6 เดือน รวมจำคุกทั้ง 3 สำนวน เป็นเวลาทั้งสิ้น 78 ปี 30 เดือน ปรับ 1,000 บาท และชดใช้ค่าเสียหายรวม 140,000 บาท ศาลให้นับโทษนายวัฒนาต่อจากคดีที่ศาลอาญาได้เคยพิพากษาไปแล้วอีก 2 สำนวนด้วย คือคดีครอบครองวัตถุระเบิดที่บ้านพักของจำเลย ย่านบางเขน จำคุก 4 ปี ปรับ 975 บาท และคดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เดือน พ.ค.2560 จำคุก 26 ปี 12 เดือน ปรับ 500 บาท

มีรายงานว่า ก่อนการอ่านคำพิพากษา นายวัฒนาแถลงต่อศาลด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมว่า ที่ผ่านมาตนให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงานอย่างเต็มที่หวังจะให้ศาลพิจารณาบรรเทาโทษ ขณะที่ผู้พิพากษาได้แจ้งกับนายวัฒนาว่า ศาลได้พิจารณาตามพยานหลักฐานและที่จำเลยรับสารภาพ รวมทั้งบทลงโทษตามกฎหมาย ขณะที่ภายหลังฟังคำพิพากษา นายวัฒนาและภรรยาซึ่งเดินทางมาให้กำลังใจได้พยายามซักถามเรื่องการนับโทษกับพนักงานอัยการโจทก์ ส่วนทนายความจำเลยไม่ได้เดินทางมาศาล จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนายวัฒนากลับเรือนจำ

มีรายงานอีกว่า คดีระเบิดในพื้นที่ กทม.ที่นายวัฒนาถูกอัยการยื่นฟ้องยังเหลืออีก 2 สำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล คือคดีหมายเลขดำ อ.2926/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2560 กรณีเมื่อวันที่ 27-30 ก.ย.2550 จำเลยนำระเบิดแสวงเครื่องที่ใส่ชิ้นส่วนโลหะ แบตเตอรี่ สายไฟ ดินดำในขวดพลาสติกซึ่งใส่น้ำมันเบนซิน และตั้งเวลาระเบิดไว้ 30 นาที นำไปวางไว้ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้ากองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร เป็นเหตุให้ตำรวจ 2 นาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียอวัยวะด้วย ขณะที่ตู้โทรศัพท์เสียหายเป็นเงิน 20,000 บาท

คดีหมายเลขดำ อ.3157/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2560 กรณีเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2550 จำเลยได้จัดเตรียมวัตถุระเบิดแสวงเครื่องไปป์บอมบ์ตั้งเวลาใส่ไว้ในถุงพลาสติกแล้วนำไปวางไว้บนทางเท้าติดกับตู้โทรศัพท์สาธารณะของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริเวณปากซอยราชวิถี 24 แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต การระเบิดมีผู้บาดเจ็บ 1 คน และ ทำให้ตู้โทรศัพท์กระจกแตก เป็นเงิน 1,000 บาท