วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลัดแรงงาน ยัน ไม่ทบทวนปรับค่าจ้าง ชี้สูงสุด 330 บาท เหมาะกับสภาพ ศก.

ปลัดแรงงาน ยัน ไม่ทบทวนปรับค่าจ้าง สูงสุด 330 บาท เหมาะสมตามสภาพเศรษฐกิจ มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. เพื่อให้นายจ้างได้ปรับตัว และให้เวลาภาครัฐออกมาตรการเยียวยาผลกระทบ...

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2561 ที่กระทรวงแรงงาน นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 19  กล่าวถึงการประชุมบอร์ดค่าจ้าง เมื่อช่วงค่ำ 17 ม.ค. ที่ใช้เวลาประชุมนาน 7 ชม. จึงมีมติให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำปี 61 ทุกจังหวัด ในอัตรา 5 – 22 บาท ส่งผลให้ค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศอยู่ที่ 308 - 330 บาท ว่า อัตราค่าจ้างต่ำสุด 308 บาท ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีความสมเหตุผลกับพื้นที่อัตราค่าจ้างสูงสุด 330 บาทใน ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง และค่าจ้าง กทม.และปริมณฑล 325 บาท ก็เป็นไปตามสภาพเศรษฐกิจ การเติบโต และค่าครองชีพในแต่จังหวัด ส่วนที่เหลือก็ลดหลั่นกันไป 

ในที่ประชุมนายจ้างและลูกจ้างยอมรับมีการปรับขึ้นในอัตราพอสมควร จึงไม่ต้องทบทวน เพราะต้องให้มีผลในวันที่ 1 เม.ย. 61 เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐไปออกมาตรการรับรองและช่วยเหลือ จึงต้องใช้เวลากระทรวงการคลังต้องพิจารณามาตรการลดหย่อยภาษี จะมีเงินทุนสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย หรือเอสเอ็มอีอย่างไร และให้นายจ้างได้เตรียมการรองรับค่าจ้างใหม่  

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ตัวเลข 22 บาท ที่ปรับขึ้นถือว่ามากพอสมควร แต่ก็เป็นไปตามเกณฑ์การพิจารณาที่จะดูจากดัชนีผู้บริโภค การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดนั้น รวมทั้งภาพรวมของทั้งประเทศ และความสามารถในการจ่ายของผู้ประกอบการ เพื่อให้มีเงินทุนเหลือไปขยายกิจการ แต่ก็ได้มีการเสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยมาตรการลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ของค่าจ้างแรงงาน และให้มีการปรับค่าจ้างแบบลอยตัว เป็นไปตามความต้องการของผู้ประกอบการ เริ่มนำร่องในพื้นที่สามจังหวัดระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกก่อน คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา

"ตอนนี้ต้องรอดูมาตรการภาครัฐจะออกมาอย่างไรบ้าง รัฐบาลเป็นกลางให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็น ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือกัน การปรับครั้งนี้จึงมีความเหมาะสม เพราะเป็นฉันทานุมัติของ 3 ฝ่าย นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล แต่การปรับขึ้นก็มีทั้งคนได้ และคนมีผลกระทบ รัฐบาลมีการเยียวยาอยู่แล้ว เรื่องนี้นายกฯ ได้พูดไว้ชัดเจน เพราะค่าจ้างแรงงานเป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้อยู่ในสังคมได้ กระทรวงแรงงานจะใช้มาตรฐานวิชาชีพเข้าไปพัฒนาให้มีฝีมือมากขึ้น ให้ได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ส่วนที่ห่วงว่าราคาสินค้าจะแพงขึ้น กระทรวงพาณิชย์มีการดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว" นายจรินทร์ กล่าว  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่ ที่ปรับขึ้น 5 - 22 บาท ใน 77 จังหวัด แยกเป็นกลุ่มจังหวัด ดังนี้ 1.ปรับขึ้น 5 บาท จากอัตราเดิม 305 บาท เป็น 310 บาท  มี 17 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน เชียงราย สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี มหาสารคาม หนองบัวลำภู สตูล 2.ปรับขึ้น 8 บาท จาก 300 บาท เป็น 308 บาท มี 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี

3.ปรับขึ้น 10 บาท มี 27 จังหวัด จากอัตราเดิมที่ต่างกัน โดย สิงห์บุรี ตรัง นครศรีธรรมราช ระนอง ชุมพร ปรับจาก 300 บาท เป็น 310 บาท ร้อยเอ็ด ประจวบฯ นครสวรรค์ สระแก้ว พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม บุรีรัมย์ สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ น่าน กาญจนบุรี อ่างทอง ปรับจาก 305 บาท เป็น 315 บาท ส่วน ปราจีนบุรี ปรับจาก 308 เป็น 318 บาท

4.ปรับขึ้น 12 บาท จาก 308 บาท เป็น 320 บาท มี 9 จังหวัด คือ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น สงขลา สุราษฎร์ธานี กระบี่ เชียงใหม่ นครราชสีมา พังงา 5.ปรับขึ้น 13 บาท จาก 305 บาท เป็น 318 บาท มี 6 จังหวัด คือ จันทบุรี สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์

6.ปรับขึ้น 15 บาท มี 11 จังหวัด ปรับจาก 305 บาท เป็น 320 บาท มี อุบลราชธานี สุพรรณบุรี หนองคาย ลพบุรี ตราด ส่วน กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปรับจาก 310 บาท  เป็น 325 บาท 7.ปรับขึ้น 17 บาท มี 1 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ปรับจาก 308 บาท เป็น 325 บาท 8.ภูเก็ต ปรับขึ้น 20 บาท จาก 310 เป็น 330 และ ชลบุรี ระยอง เป็น 2 จังหวัด ที่ปรับขึ้นสูงสุด 22 บาท จากอัตราเดิม 308 บาท เป็น 330 บาท  

ด้านนายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงการปรับขึ้นค่าจ้าง ว่า คสรท. ยังยืนยันตามข้อเรียกร้องให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างเท่ากันทั่วประเทศ 360 บาท แต่ที่บอร์ดค่าจ้างให้ปรับ 308 – 330 บาท ก็พอรับได้ แม้จะไม่ถึงที่ขอไว้ ก็ยังดีที่มีการปรับขึ้น การปรับ 330 บาท ใน ภูเก็ต ชลบุรี ระยอง ถือว่าใกล้เคียง 360 บาท แต่ไม่ควรปรับแค่ 3 จังหวัด เพราะมันน้อยมาก การแบ่งกลุ่มค่าจ้าง เป็นความเหลื่อมล้ำ ในขณะที่ลูกจ้างต้องรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเชื่อว่าผลกระทบจาการปรับค่าจ้างในทางเศรษฐกิจแทบจะไม่มี เพราะนายจ้างจะได้ประโยชน์จากมาตรการด้านภาษี ที่ถือว่านายจ้างได้ประโยชน์อย่างมาก

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากคณะกรรมการค่าจ้างรายหนึ่ง ที่ร่วมประชุมเคาะค่าจ้างขั้นต่ำ ว่า ตัวเลขค่าจ้างที่ออกมา 308-330 บาท ถือว่าลูกจ้างผู้ใช้แรงงานแฮปปี้กับค่าจ้างใหม่ เพราะอัตราสูงกว่าที่คิดไว้ ขนาดที่กรรมการเองยังแปลกใจเพราะเดิมทีอัตราค่าจ้างที่แต่ละจังหวัดเสนอมา เมื่อเข้าสูตรคำนวนสูงสุดจะอยู่ที่ 15 บาทเท่านั้น และกรรมการฝ่ายนายจ้างก็ไม่ยอมรับตัวเลขนี้ แต่เมื่อมีการตั้งธงให้ปรับทุกจังหวัด ตัวเลขค่าจ้างจึงถูกดันสูงขึ้นถึง 22 บาท อาทิ จ.บึงกาฬ ที่ขอปรับ 5 บาท ถูกปลัดกระทรวงแรงงานมองว่ามากเกินไป แต่ได้ปรับถึง 10 บาท

แหล่งข่าววงในที่ประชุมกล่าวว่า นายจ้างยอมรับตัวเลขที่สูงขึ้นได้ เพราะได้มาตรการลดภาษีเข้ามาเยียวยา 1.5 เท่าของค่าจ้างแรงงาน ทั้งที่ตอนแรกปรับแค่ 15 บาท ก็ไม่ยอมแล้ว ส่วนที่กระทรวงแรงงานมีแนวคิดให้สำนักงานประกันสังคมลดเงินสมทบฝ่ายนายจ้างจาก 5% เหลือ 4% เป็นเวลา 1 ปี นั้นไม่เห็นด้วยอย่างมาก เพราะไม่ใช่สถานการณ์ฉุกเฉิน น้ำท่วมใหญ่ ไฟไหม้โรงงาน และเงินส่วนนี้ก็เป็นเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม จึงไม่ควรไปแตะต้อง โดยตั้งขอสังเกตด้วยว่า ตามปกติการปรับค่าจ้างจะเป็นไปได้ยาก หากไม่ใช่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งเหมือนในอดีต ที่มีการปรับค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ.

ปลัดแรงงาน ยัน ไม่ทบทวนปรับค่าจ้าง สูงสุด 330 บาท เหมาะสมตามสภาพเศรษฐกิจ มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย. เพื่อให้นายจ้างได้ปรับตัว และให้เวลาภาครัฐออกมาตรการเยียวยาผลกระทบ... 18 ม.ค. 2561 21:25 ไทยรัฐ