วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาคม เผย ชงรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงของ เข้า ครม.เดือน มี.ค.นี้

รมว.คมนาคม เร่ง นำโครงการรถไฟทางคู่ เด่นชัย-เชียงของ เข้า ครม.มีนาคมนี้ รับแผนโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ ระยะที่ 2 ปี 2566...

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.61 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เป็นประธานเปิดตัวโครงการ ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จ.เชียงราย โดยมี นายสนิท พรมหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมหน่วยงานราชการและเอกชนในพื้นที่ และผู้ประกอบการ นักลงทุนเข้าร่วมพิธีเปิดตัวโครงการฯ บริเวณ ข้างอาคารด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) บนพื้นที่ 336 ไร่ 

นายอาคม กล่าวว่า ศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบขนส่งสินค้าเชียงของ เป็น ศูนย์ฯแรกที่จะสร้างจากทั้งหมด 11 แห่งทั่วประเทศ ได้เริ่มต้นก่อสร้างกลางปีที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จให้บริการระยะแรก ในปี 2563 ที่จะให้บริการเปลี่ยนหัวลาก-หางพ่วง ระหว่างรถบรรทุกไทยกับรถบรรทุกต่างประเทศ โดยเฉพาะหัวลากของลาว และจีน พร้อมมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เป็นการทำงานของ CIQ เป็นการตรวจแบบ One Stop Service บริการตรวจร่วมไทย-ลาว มีพื้นที่คลังสินค้าศุลกากร คลังสินค้าทัณฑ์บน อาคารบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ รองรับปริมาณสินค้า 270,000 ทีอียู 

รมว.คมนาคม กล่าวต่อว่า ส่วนในระยะที่ 2 ที่จะรองรับการเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสู่ระบบราง ที่คาดว่าจะเปิดบริการได้ในปี 2566 โดยจะเชื่อมโครงข่ายระบบราง กับโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ของ รฟท. ที่จะเชื่อมไปยัง ท่าเรือแหลมฉบัง ภายใต้กรอบอีอีซี ระยะที่ 3 จะมีระบบ Shift mode สู่ระบบราง เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการขนส่งไปออกทะเล ดังนั้นกระทรวงจะเร่งรัดโครงการรถไฟฯ เข้าครม.ภายในเดือน มีนาคมนี้ ซึ่งเป็นโครงการที่ทุกคนรอคอยมานาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอาคม กล่าวด้วยว่า ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ อยู่ในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ และถือว่าเป็นฮับ อยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ เชื่อมทั้งอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 6 ประเทศ อาเซียน และยังเชื่อมโยงไปยังอีอีซี อีกด้วย ถือว่าเป็นฮับ เชื่อมสินค้าไทย ไปยังจีนตอนใต้และจีนตะวันตกที่ไม่ติดทะเล และเชื่อมโยงสินค้า สิงคโปร์ มาเลเซีย ไปเวียดนาม ไปจีน ทำให้ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปี 2554 มูลค่าการค้าอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท ส่วนปี 2560 เพิ่มเป็น 21,600 ล้านบาท จึงได้ดำเนินการพัฒนาศูนย์ฯ เชียงของเพื่อความสะดวกในการส่งสินค้าชายแดน รองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายของรัฐบาล.