วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ถก คทช.เร่งแก้ปัญหาที่ทำกิน-ที่อยู่อาศัยให้ประชาชน

นายกฯ สั่ง คทช.ลุยแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปี 61 ต้องเห็นเป้าหมายชัดเจน หวังแก้ปัญหาบุกรุกป่าได้อย่างยั่งยืน ต่อยอดจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยให้คนจนในเมือง

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ครั้งที่ 1/2561 โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง นายวิวัฒน์ ศัลยกําธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ และหน่วยที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

โดยนายกฯ กล่าวในที่ประชุมว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำขณะนี้ สอดคล้องกับโครงการจัดหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยให้ประชาชนที่ยังเป็นปัญหาอยู่มาก ในปี 61 ต้องกำหนดเป้าหมายให้มีความชัดเจน จะกำหนดพื้นที่เป็นอย่างไร ยึดหลักพื้นที่จัดสรรต้องเป็นพื้นที่เดิมที่ได้จากการยึดคืน ได้คืนจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) หรือได้คืนจากการบุกรุกป่า นำมาจัดสรรเป็นพื้นที่ให้ประชาชน รวมถึงพื้นที่ที่สามารถกำหนดเพิ่มเติมได้ตามข้อปฏิบัติที่กำหนด

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล.อ.สุรศักดิ์ แถลงว่า ปัญหาที่ดินถือเป็นความขัดแย้งของคนที่อยู่ในป่ามานานมาก ทุกรัฐบาลพยายามแก้ไข แต่นับวันไปปัญหาความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นและบานปลายออกไป เมื่อเมืองพัฒนาขึ้นคนต้องการที่ดินในการทำอาชีพมากขึ้น ความต้องการในส่วนของพื้นที่ป่ารัฐก็มีตัวบทกฎหมาย ทั้ง 2 ส่วนไม่ได้ด้วยกัน รัฐบาลนี้ได้ออกแนวนโยบายให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและยั่งยืน จึงกำหนดนโยบายจัดการที่ดีให้กับชุมชนขึ้น ทั้งที่ดินเขตป่าสงวนพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4 และ 5 ที่ประชาชนอยู่มาก่อนปี 41 พื้นที่ ส.ป.ก. พื้นที่ราชพัสดุ พื้นท่ีสาธารณะ พื้นที่นิคมสร้างตนเอง อย่าง จ.แม่ฮ่องสอน ประชาชนบอกอยู่มานาน คนเหล่านี้เข้ามาอยู่พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 3, 4 และ 5 ที่รอพิสูจน์มาก่อนเดือน มิ.ย.41 จริงหรือไม่ และมีถึง 60 เปอร์เซ็นต์เข้าไปอยู่พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 อีกส่วนเข้าไปอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานฯ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตรงนี้ประชาชนไม่มีทางออก บอกอยู่มาเป็น 100 ปี กล่าวหารัฐว่าประกาศเขตทับที่ประชาชน

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวจะเร่งแก้ไข 3 แนวทาง เร่งรัดที่ดินทำกินให้ชุมชนที่ค้างคาในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1-5 ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเขตที่รัฐจัดให้แต่ประชาชนอยู่จำนวนมาก โดยกระทรวงจะตั้งคณะทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ทั้ง 7 ชนเผ่าแม่ฮ่องสอนร่วมกันลงพื้นที่เพื่อออกแบบพื้นที่ให้ประชาชนสามารถอยู่ในพื้นที่ที่ทำกินอยู่ได้ มีที่อาศัย จะส่งผลพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้นตามสัดส่วนที่เหมาะสม และพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตอุทยานฯ ที่มีประชาชนอยู่ 145 หมู่บ้าน กำลังออกแบบ เพียงแต่วันนี้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ไม่มีอำนาจให้ใช้พื้นที่ได้ แต่ความที่ประชาชนเกรงทำผิดกฎหมาย และรัฐบาลต้องการให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ได้แก้ไขร่าง  พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อให้อำนาจอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติอนุญาตให้ประชาชนอยู่ได้ตามที่คณะทำงานร่วมกันออกแบบ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างสมดุลที่เรียกสั้นๆ ว่า รัฐได้ป่า ประชาได้ที่ทำกิน มี จ.แม่ฮ่องสอน เป็นต้นแบบ

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ จ.แม่ฮ่องสอน มี 415 หมู่บ้าน มี 38 หมู่บ้านอยู่นอกพื้นที่ป่าเท่านั้น หมายความว่าประชาชนอีก 377 หมู่บ้าน ผิดกฎหมายทั้งหมด ก็มีคำถามว่าเมื่อประชาชนผิดกฎหมายแล้วรัฐจะเข้าไปดำเนินการได้อย่างไร จึงออกคำสั่ง คสช.ที่ 66/2557 เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปรามหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ให้ประชาชนอยู่ที่เดิมไปก่อน จนกว่าจะแก้ พ.ร.บ.ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว สรุปนโยบายรัฐบาลคือการจัดระเบียบประโยชน์ป่าไม้ ที่ดิน การพัฒนาประเทศและคน ควบคู่กันไป

ด้าน นางรวีวรรณ ภูริเดช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า นายกฯ ติดตามการทำงาน คทช. ในการพิจารณาพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่ปี 58 เข้าโครงการจัดที่ดินให้เกษตรกร และประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน ทั้งหมด 371 พื้นที่ ครอบคลุม 66 จังหวัดทั่วประเทศ เนื้อที่โดยรวม 1 ล้านกว่าไร่เศษ ขณะที่การจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรเรียบร้อยแล้ว 36,179 ราย พร้อมมอบนโยบายเพิ่มเติม จังหวัดที่ไม่มีพื้นที่นำไปจัดสรร ให้จัดหาพื้นที่อยู่อาศัยให้กับคนจนที่อยู่ในเมืองแทน อย่างที่ดินราชพัสดุที่นายกฯ เน้นย้ำการสร้างรายได้กับประชาชนที่มีอยู่ในพื้นที่ ส่วนราชการสร้างองค์ความรู้ต่อยอดการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้

นางรวีวรรณ กล่าวว่า รวมถึงการจัดทำร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบัน คทช.อยู่ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี แต่นายกฯ ต้องการให้การจัดการที่ดินเกิดความยั่งยืน จะยกระดับเป็น พ.ร.บ. ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา จะได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป และวาระที่สำคัญให้ความเห็นชอบร่างแผนบริหารราชการจัดการที่ดินและทรัพยากรของประเทศระยะ 5 ปี ระหว่างปี 60-64 โดยปี 62 กำหนดเป็นระยะเร่งด่วนจัดการที่ดินให้มีคุณภาพและบริหารที่ดินอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรม

เลขาธิการ สผ.กล่าวว่า คทช.ยังเห็นชอบกระบวนและหลักเกณฑ์จัดที่ดินให้กับประชาชนในพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือพื้นที่ที่สามารถทำได้ รวมไปถึงพื้นที่ที่สามารถนำเข้าโครงการของ คทช.ได้ เพื่อจัดคนลงพื้นที่ว่างอยู่ อย่างป่าชายเลน และจัดที่ดินให้กลุ่มเกษตรรุ่นใหม่ในพื้นที่ ส.ป.ก. จากที่ได้อบรมแล้ว และการจัดเกษตรกรลงพื้นที่นิคมสร้างตนเอง ถือเป็นพื้นที่เป้าหมายประเภทใหม่ที่เข้ามา พร้อมกันนี้นายกฯ เน้นย้ำให้นำเครื่องมือการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) มาใช้ในการออกแบบพื้นที่ให้เหมาะสมด้วย.

นายกฯ สั่ง คทช.ลุยแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ปี 61 ต้องเห็นเป้าหมายชัดเจน หวังแก้ปัญหาบุกรุกป่าได้อย่างยั่งยืน ต่อยอดจัดหาพื้นที่อยู่อาศัยให้คนจนในเมือง 18 ม.ค. 2561 15:05 ไทยรัฐ