วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สามารถ จี้สอบ รฟท.-ปตท.จ้างเอกชนขนแอลพีจีระบบราง หวั่น แพงเกินจริง

“สามารถ” โพสต์ จี้ ผู้รับผิดชอบเร่งแก้ปัญหา รฟท.-ปตท. จ้างเอกชนขนแอลพีจีระบบราง หวั่น จ้างแพงเกินจริง หวังดีรักษาประโยชน์ผู้ถือหุ้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ม.ค. 2561 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “รฟท.-ปตท.ทำอะไรกันอยู่ ?” ว่า เมื่อเร็วๆ นี้มีโครงการความร่วมมือระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ทางรถไฟจาก อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ไปยังคลังก๊าซใน จ.ขอนแก่น นครสวรรค์ และลำปาง โดย รฟท.มอบหมายให้ ปตท. เป็นผู้ลงทุนจัดหาหัวรถจักร จำนวน 5 คัน และรถโบกี้ บรรทุกก๊าซแอลพีจี จำนวน 125 คัน พร้อมทั้งซ่อมบำรุงรักษาเป็นเวลา 25 ปี และรฟท.จะรับจ้างขนส่งก๊าซแอลพีจีให้ ปตท. โดยใช้หัวรถจักรและรถโบกี้บรรทุกก๊าซแอลพีจีที่ ปตท.จัดหามา แต่ปตท.ไม่ต้องการจัดหาหัวรถจักรและรถโบกี้บรรทุกก๊าซเอง ด้วยเหตุนี้ ปตท.โดยฝ่ายวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จึงได้เปิดประมูลให้เอกชนผู้สนใจมาเป็นผู้จัดหาและซ่อมบำรุงรักษาแทนภายใต้โครงการชื่อ “โครงการจ้างผู้ให้บริการระบบขนส่งทางรถไฟ” ตามประกาศของ ปตท. เลขที่ จคจพ.60164 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2560 ซึ่งขณะนี้อยู่ในกระบวนการคัดเลือกเอกชนที่เข้าร่วมประมูล

นายสามารถ ระบุต่อว่า แต่การดำเนินการประมูลของ ปตท.มีสิ่งที่น่าตั้งข้อสังเกต ดังนี้ 1. ไม่มีการเผยแพร่ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference หรือทีโออาร์) โดยทั่วไปการประมูลทุกโครงการจะต้องมีการประกาศทีโออาร์ให้เอกชนผู้สนใจได้รับทราบทางเว็บไซต์ของเจ้าของโครงการ พร้อมทั้งให้ผู้สนใจแสดงความคิดเห็นต่อทีโออาร์ หรือที่เข้าใจกันอย่างแพร่หลายว่า เป็นการทำประชาพิจารณ์ แต่โครงการนี้ไม่มีการประกาศทีโออาร์ เอกชนผู้สนใจจะรู้เนื้อหาสาระในทีโออาร์ ก็ต่อเมื่อซื้อซองเอกสารประกวดราคาแล้ว จะเห็นด้วยกับทีโออาร์หรือไม่ ก็ต้องทำตามรายละเอียดจำนวนมากในทีโออาร์ ซึ่งหากเอกชนรายใดไม่ได้รับรู้ข้อมูลล่วงหน้ามาก่อน ก็ยากที่จะจัดเตรียมเอกสารได้ทันเวลา และได้ครบตามที่ทีโออาร์ ระบุไว้ ทั้งนี้ ปตท.ได้ประกาศขายซองเอกสารประกวดราคา ระหว่างวันที่ 16-22 สิงหาคม 2560 และนัดฟังคำชี้แจงเอกสารในวันที่ 13 กันยายน 2560 หลังจากนั้น ให้ยื่นซองเอกสารประกวดราคาในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 จึงทำให้มีเวลาเตรียมเอกสารเพียง 28 วัน ทำการเท่านั้น ซึ่งถือว่าสั้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับเอกสารจำนวนมากทั้งเอกสารภายในและภายนอกประเทศ

2. ราคากลาง อาจสูงเกินความเป็นจริง เป็นเรื่องน่าแปลกมากที่โครงการนี้ไม่มีการประกาศราคากลางให้เอกชนผู้สนใจรับทราบ ต่างกับโครงการอื่นทุกโครงการที่จะต้องกำหนดราคากลางไว้และประกาศให้ผู้สนใจรับทราบ แต่แม้ว่า ปตท.ไม่ได้ประกาศราคากลางให้ทราบก็ตาม เอกชนผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลพอจะคำนวณราคากลางได้ โดยคิดจากหลักประกันซองที่ ปตท.กำหนดไว้จำนวน 230 ล้านบาท ซึ่งโดยทั่วไปหลักประกันซองจะมีมูลค่า 5% ของราคากลาง ดังนั้น ราคากลางของโครงการนี้จะเท่ากับ 4,600 ล้านบาท ซึ่งหากโครงการนี้มีราคากลาง 4,600 ล้านบาทจริง ก็ถือว่าเป็นราคาที่สูงเกินความเป็นจริงมาก กล่าวคือ โครงการนี้หาก รฟท.เป็นผู้จัดหารถและซ่อมบำรุงรักษาเอง ปตท.จะต้องจ่ายค่าจ้างให้ รฟท.ในการให้บริการขนส่งก๊าซแอลพีจีเป็นเงินทั้งหมดประมาณ 6,400 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากอัตราค่าจ้างในปัจจุบัน โดยไม่มีส่วนลดจาก รฟท. แต่ในกรณีที่ ปตท.ลงทุนซื้อหัวรถจักร และรถโบกี้บรรทุกก๊าซเอง พร้อมทั้งเป็นผู้บำรุงรักษา รฟท.จะลดค่าจ้างให้ 42% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 2,700 ล้านบาท พูดได้ว่าเงินจำนวน 2,700 ล้านบาทที่ รฟท.ลดให้ ปตท.นั้น เป็นการแลกกับการให้ ปตท.ไปจัดหารถและซ่อมบำรุงรักษา


ดังนั้น ปตท.ควรนำเงินจำนวน 2,700 ล้านบาท ไปจัดหาหัวรถจักรจำนวน 5 คัน และรถโบกี้บรรทุกก๊าซแอลพีจี จำนวน 125 คัน พร้อมทั้งซ่อมบำรุงรักษาเป็นเวลา 25 ปี นั่นหมายความว่า ปตท.ควรกำหนดราคากลางในการประมูลหาเอกชนผู้สนใจมาจัดหารถและซ่อมบำรุงรักษาแทนตนเป็นเงิน จำนวน 2,700 ล้านบาท ไม่ใช่ 4,600 ล้านบาท มิฉะนั้น จะทำให้ ปตท.ต้องเสียผลประโยชน์จำนวนมาก เพราะหากกำหนดราคากลางเป็นเงิน จำนวน 4,600 ล้านบาท และผู้ชนะการประมูลเสนอราคาใกล้เคียงกับราคากลางหรือประมาณ 4,600 ล้านบาท จะทำให้ ปตท.ต้องจ่ายแพงกว่าความเป็นจริงถึง 1,900 ล้านบาท (4,600-2,700) ซึ่งโครงการนี้มีเอกชนผู้สนใจซื้อซองเอกสารประกวดราคาจำนวน 10 ราย แต่สามารถยื่นซองเข้าแข่งขันได้เพียง 2 ราย เท่านั้น คาดว่า ปตท.จะคัดเลือกและทำสัญญากับผู้ชนะการประมูลได้ในเร็วๆ นี้

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแล รฟท.และ ปตท.เร่งพิจารณาทบทวนโครงการความร่วมมือระหว่าง รฟท.กับ ปตท.ที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ให้มีราคากลางที่เหมาะสม และเปิดโอกาสให้เอกชนผู้สนใจจำนวนหลายรายได้เข้าแข่งขันทั้งด้านราคาและคุณภาพกันอย่างจริงจัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการคลังซึ่งถือหุ้น ปตท.อยู่ถึง 51.11% หาก ปตท.สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ก็จะเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนรวม เรื่องแค่นี้อย่าให้ต้องถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลยครับ

“สามารถ” โพสต์ จี้ ผู้รับผิดชอบเร่งแก้ปัญหา รฟท.-ปตท. จ้างเอกชนขนแอลพีจีระบบราง หวั่น จ้างแพงเกินจริง หวังดีรักษาประโยชน์ผู้ถือหุ้น 18 ม.ค. 2561 12:27 ไทยรัฐ