วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลดความเสี่ยงพลังงานไฟฟ้าภาคใต้


ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ และ การพัฒนาประเทศไทยไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 องค์ประกอบที่สำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคหลัก ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ไฟ ถนนหนทาง การขนส่ง ต้องพร้อมที่จะสนับสนุนการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ

โรงไฟฟ้าหลัก ที่สามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยอาศัยเชื้อเพลิงจาก ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันดีเซล ถ่านหิน นิวเคลียร์ จะช่วยเสริม ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ทั้งนี้จะต้องมีปริมาณไฟฟ้าสำรองจำนวนมาก และราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยจะต้องไม่สูงจนเกินไป

ปัจจุบันประเทศไทยพึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเกือบร้อยละ 70 กว่าครึ่งหนึ่งเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้น ถ้าความต้องการในการใช้ไฟมากขึ้น ก็จำเป็นต้องการนำเข้าก๊าซธรรมชาติมากขึ้นด้วย ส่งผลให้เกิด ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงาน ในภาพรวมของประเทศโดยปริยาย

โดยเฉพาะภาคใต้ ที่ต้องพึ่งพาการส่งไฟฟ้าจากภาคกลาง ทำให้มีการสูญเสียในระบบส่งระยะไกลเกิดขึ้น ดังนั้น ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานไฟฟ้าจึงมีนโยบายให้ภาคใต้สามารถผลิตไฟฟ้าอย่างพอเพียงด้วยตัวเอง กรณีเกิดเหตุสุดวิสัย ระบบไฟฟ้าของภาคใต้ จะต้องสามารถดำเนินการผลิตส่งจ่ายไฟฟ้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมา สถิติการใช้ไฟในภาคใต้สูงสุด ที่ประมาณ 2,624 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย ร้อยละ 32 การท่องเที่ยว พาณิชย์ ที่ร้อยละ 36 โรงงาน ที่ร้อยละ 27 อื่นๆร้อยละ 5 โดยมีแนวโน้มว่า ความต้องการในการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้จะสูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.4 ต่อปี

ทำให้มีความเสี่ยงทั้ง ภาคประชาชนและภาคธุรกิจ ที่จะประสบกับปัญหาราคาค่าไฟที่แพงขึ้น ไปจนถึงการขาดแคลนไฟฟ้าในอนาคต นอกจากนี้ จังหวัดใหญ่ๆในภาคใต้มีการใช้ไฟในปริมาณ ร้อยละ 12-20 โดยเฉพาะ จ.สงขลา และจังหวัดท่องเที่ยวฝั่งอันดามัน ช่วงเวลาการใช้ไฟมากที่สุดตั้งแต่ 19.00-21.00 น.

ในขณะที่ปัจจุบันไฟฟ้าในภาคใต้ต้องส่งจากไฟฟ้ากลางไปเป็นจำนวนประมาณ 460 เมกะวัตต์ และจากพลังงานหมุนเวียนอีกประมาณ 140 เมกะวัตต์ เนื่องจากโรงไฟฟ้าหลักสามารถผลิตได้ประมาณ 2,024 เมกะวัตต์ เท่านั้น

มีความพยายามที่จะผลักดันให้ใช้น้ำมันปาล์มมาเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้แทนโรงไฟฟ้าหลัก แต่เมื่อ เปรียบเทียบราคาต้นทุน น้ำมันเตาและราคาค่าไฟ 1 หน่วยการผลิต เทียบกับการรีดผ้า 1 ชั่วโมง หรือเปิดแอร์ 1 ชั่วโมง น้ำมันเตา จะมีราคาต้นทุนที่ลิตรละ 14.9 บาท เมื่อนำมาผลิตไฟฟ้าจะมีราคาต้นทุนต่อหน่วยที่ 3.78 บาท แต่ราคา น้ำมันปาล์ม จะมีต้นทุนปาล์มดิบที่กิโลกรัมละ 30.87 บาท เมื่อนำมาผลิตไฟฟ้าจะทำให้ต้นทุนราคาค่าไฟอยู่ที่หน่วยละ 8.42 บาท

การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีต้นทุนถูกที่สุดในเวลานี้ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งช้าก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น ความรู้สึกที่เป็นอคติต่อโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องพิจารณาจากเหตุผลไม่ใช่ความพยายามสร้างกระแสให้เกิดความหวาดกลัว จะทำให้เศรษฐกิจชาติหายนะโดยไม่รู้ตัว.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ และ การพัฒนาประเทศไทยไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 องค์ประกอบที่สำคัญคือ 18 ม.ค. 2561 11:10 18 ม.ค. 2561 11:10 ไทยรัฐ