วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่ถึงเวลาคาดเดายาก


เอาไม่เอา นายกฯคนนอก

ว่าให้ถึงที่สุดแล้ว พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง โดยเฉพาะเพื่อไทยและประชาธิปัตย์คงไม่ต้องไปคิดให้ปวดหัวว่าจะหาจุดอะไรไปขายประชาชนเพื่อเรียกคะแนน

นโยบายก็ไม่ต้องเน้นย้ำอะไรมาก

สู้อย่างนี้ไม่ได้ “เอาทหารหรือไม่เอาทหาร”-เอานายกฯคนในหรือเอานายกฯคนนอก-“เอาประชาธิปไตยหรือประชาธิปไตยไทยนิยม”

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะสถานการณ์มันจะพาไปเองจนเกิดกระแสที่จะต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกว่าจะไปถึงที่สุด

แม้แต่การเลือกตั้งที่ปิดหีบคะแนนไปแล้ว แต่ก็จะตั้งรัฐบาลได้ยากและเสียเวลานานกว่าที่ผ่านมาแน่

เพราะต้องผ่านขั้นตอนการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แต่ต้องผ่านการเลือกนายกฯเสียก่อน

ถ้าโหวตแรกสามารถเลือกนายกฯที่มาจากพรรคการเมืองได้ ก็แสดงว่าพรรคการเมืองสามารถจับกลุ่มกันได้ และพร้อมที่จะตั้งรัฐบาลใหม่

พรรคทหารและ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ถอยฉากไปปล่อยให้นักการเมืองเขาบริหารประเทศไปตามกติกา

อีกขยักหากโหวตแรกหานายกฯไม่ได้ ก็ต้องไปโหวตที่สองคือ เลือกนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมือง

เป็นการลงมติเลือกโดยรัฐสภา (ส.ส.-ส.ว.) นั่นเป็นช่องให้มีการเสนอชื่อ “คนนอก” ได้โดยมีการโหวตเสียง หากใครได้รับเลือกก็ได้เป็นนายกฯ

เมื่อกระแสการเมืองออกมาอย่างนี้ก็เท่ากับว่าให้ประชาชนต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งอย่างแน่นอน โดยต่างฝ่ายต่างก็ต้องเอาแง่มุมนี้มาเป็นการวัดความนิยมจากประชาชน

โดยเฉพาะช่วงการหาเสียง จะมีกระแสลักษณะนี้ออกมาอย่างแน่นอน พรรคการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช.คงจะเล่นประเด็นนี้เป็นหลัก และสามารถอ่านสัญญาณจากสังคมได้ว่าสังคมต้องการจะไปทางไหนกันแน่

หากกระแสสังคมหันไปทาง “ลุงตู่”...นั่นก็จะทำให้ได้เห็นนายกฯคนนอกแน่

การต่อสู้ของพรรคการเมืองในการหาเสียงคงจะมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “วาทกรรม” มากกว่าการเสนอนโยบายอย่างที่เคยเป็นมา

หรือการเมืองไทยเคยเกิดประเด็นในลักษณะนี้มาหลายครั้ง นั่นคือจะเอา “เทพหรือมาร” ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนมากพอสมควรในการหย่อนบัตรเลือกตั้ง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในทางการเมืองเวลานี้คือ กระแสต่อต้าน คสช.ดูจะหนักหน่วงมากขึ้นเรื่อยๆ คล้ายๆกับว่ามากันทุกทาง มากันหลายกลุ่มก้อน ด้วยเป้าหมายเดียวกันแต่วิธีการต่างกัน

ยิ่งสามารถเปิด “จุดอ่อน” ได้ก็จะพุ่งเข้าใส่ไม่ให้ตั้งตัวติด

แต่นั่น...มันในทางเปิด เชื่อว่าในทางลับ ฝ่าย คสช.ก็คงจะเคลื่อนไหวมากขึ้นเพื่อเจรจากับนักการเมืองเพื่อขอการสนับสนุนด้วยการวางเงื่อนไขซึ่งต่างฝ่ายต่างก็รับกันได้

เพราะถึงที่สุดแล้ว แม้ฝ่าย คสช.จะมีกลไกสนับสนุนค่อนข้างกว้างขวางกว่าพรรคการเมือง หากได้นักการเมืองสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

นั่นคือชัยชนะที่เป็นจริง...

แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเช่นกัน เพราะเมื่อมีแรงหนุนก็มีแรงต้าน อยู่ที่ว่าจะแก้เกมอย่างไรเพื่อให้เดินหน้าไปสู่เป้าหมายได้

จึงไม่แน่ใจว่าการเมืองไทยจะเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่

หรือทุกอย่างจะหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้.

“สายล่อฟ้า”

ว่าให้ถึงที่สุดแล้ว พรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง โดยเฉพาะเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ 18 ม.ค. 2561 11:08 ไทยรัฐ