วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กนุ้ย' ร่วมงานสดุดีวีรชนกองทัพเรือ 2561 เพื่อระลึกถึงทหารกล้า

'บิ๊กนุ้ย' ร่วมงานสดุดีวีรชนกองทัพเรือ 2561 เพื่อระลึกถึงทหารกล้า

  • Share:

แด่ทหารกล้า!! "แม่ทัพเรือ" นำ'บิ๊ก ทร.'ร่วมงานสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ประจำปี 2561 เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนทหารเรือ ที่เสียสละชีวิตในการปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ พร้อมมอบโล่ให้ อส.ทพ.อนันต์ วิเชียรทอง ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้...

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 61 พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีสดุดีวีรชนของกองทัพเรือ ประจำปี 2561 เพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของวีรชนทหารเรือที่เสียสละชีวิตในการปกป้องเอกราช และอธิปไตยของชาติ ณ อนุสรณ์เรือหลวงธนบุรี โรงเรียนนายเรือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งภายหลังพิธีวางพวงมาลา ผบ.ทร. ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และเงินบำรุงขวัญให้แก่บิดาของ อาสาสมัครทหารพราน อนันต์ วิเชียรทอง สังกัด กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ซึ่งเสียชีวิตจากถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงลอบวางระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนเส้นทางในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2560

โดยวันสดุดีวีรชนของกองทัพเรือ เป็นพิธีสำคัญของกองทัพเรือ เพื่อให้ทหารเรือทุกคนได้แสดงความเคารพ และรำลึกถึงวีรกรรมบรรพบุรุษทหารเรือที่ทำการรบอย่างกล้าหาญ และยอมพลีชีพ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติจากศัตรูที่รุกรานแผ่นดินของเรา ที่ประวัติศาสตร์ได้จดจารึกความกล้าหาญของทหารเรือไทยใน "ยุทธนาวีเกาะช้าง" ระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 โดยฝรั่งเศสได้ส่งกำลังทางเรือ ประกอบด้วย เรือลาดตระเวนลามอตต์ปิเกต์ เป็นเรือธง เรือสลุป 2 ลำ และเรือปืน 4 ลำ เรือสินค้าติดอาวุธ 2 ลำ เรือดำน้ำ 1 ลำ เข้ารุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะช้าง จ.ตราด



จุดมุ่งหมายของฝรั่งเศสคือ การแล่นเรือเข้าระดมยิงหัวเมืองชายทะเลทางภาคตะวันออกของไทย ขณะที่กำลังทางเรือของไทยที่รักษาการอยู่ในบริเวณนั้น ประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และ เรือหลวงสงขลา อย่างไรก็ตาม แม้จะเสียเปรียบด้านกำลังรบอย่างเทียบกันไม่ติด แต่วีรชนทหารเรือไทยได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังความสามารถจนต้องสูญเสียเรือรบทั้ง 3 ลำ ไปพร้อมชีวิตนายทหารและลูกเรือ รวมทั้งสิ้น 36 นาย แต่เป็นที่น่าภูมิใจว่า ด้วยกำลังทางเรือของกองทัพเรือ สามารถทำให้ข้าศึกได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนต้องล่าถอยไปในที่สุด



สำหรับการรบครั้งสำคัญของราชนาวีไทยในครั้งต่อมาคือ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสงครามมหาเอเชียบูรพา ซึ่งไทยประสบภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างหนัก กองทัพเรือจึงจัด "เรือหลวงสมุย" เดินทางฝ่าอันตราย เพื่อลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงจากประเทศสิงคโปร์มายังประเทศไทยหลายครั้ง กระทั่งวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2488 ระหว่างการลำเลียงน้ำมันเป็นเที่ยวที่ 18 เรือหลวงสมุย ภายใต้การนำของ นาวาตรี ประวิทย์ รัตนอุบล ถูกเรือดำน้ำพันธมิตรโจมตีจมลง บริเวณนอกฝั่งรัฐตรังกานู ทำให้มีผู้เสียชีวิต 31 นาย



นอกจากนี้ กองทัพเรือ ยังสูญเสียกำลังพลจากการต่อสู้ป้องกันการโจมตีทางอากาศของเครื่องบินพันธมิตรในหลายพื้นที่ ระหว่างสงครามเดียวกันอีก 7 นาย และในช่วงสงครามเกาหลี กองทัพเรือยังได้ส่งกำลังเข้าร่วมกับกองทัพสหประชาชาติ ประกอบด้วย เรือหลวงประแส เรือหลวงบางปะกง และเรือหลวงท่าจีน ระหว่างภารกิจการระดมยิงฝั่ง เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2494



ในสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี กองทัพเรือได้สูญเสียเรือหลวงประแส (ลำที่หนึ่ง) พร้อมลูกเรืออีก 2 นาย ในสงครามเวียดนาม กองทัพเรือได้ส่งกำลังเข้าร่วมรบกับพันธมิตร ประกอบด้วย เรือหลวงพงัน และเรือ ต.12 ไปร่วมปฏิบัติการในเวียดนามใต้ ภายใต้ชื่อหน่วยเรือ "ซีฮอส" โดยขึ้นสมทบกับหน่วยบริการทางทะเลประจำกรุงไซ่ง่อน และกองเรือเฉพาะกิจที่ 115 กำลังพลของหน่วยเรือซีฮอสได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และกล้าหาญ นำชื่อเสียงมาสู่กองทัพเรืออย่างน่าภาคภูมิใจ



ในยุค "สงครามเย็น" ที่มีภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีการสู้รบเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศระหว่างปี 2516-2527 กำลังพลของกองทัพเรือได้เข้าร่วมยุทธการสำคัญหลายครั้ง ยุทธการสำคัญๆ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ทหารหาญของกองทัพเรือ ได้แก่ ยุทธการสามชัย จ.เพชรบูรณ์, ยุทธการดอยผาจิ จ.เชียงราย, ยุทธการกรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช, ยุทธการดอนน้อย จ.หนองคาย, ยุทธการบ้านโขดทราย และยุทธการบ้านชำราก จ.ตราด ส่งผลให้กองทัพเรือต้องสูญเสียกำลังพลถึง 37 นาย

ปัจจุบัน กองทัพเรือ ได้ส่งกำลังพลเข้าร่วมแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกำลังพลเหล่านี้ยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และนำความสงบสุขกลับคืนมา นอกจากนี้ ยังมีวีรชนผู้กล้าแห่งราชนาวีที่ยอมสละชีวิตเป็นชาติพลีในการรบอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง นับเป็นวีรกรรมอันกล้าหาญ และเป็นเกียรติภูมิของผู้วายชนม์ ซึ่งจะเป็นที่กล่าวขานยกย่อง และได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือตลอดไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้