วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งข้อหาสารวัตรทางหลวง ร่วมเมียค้ากัญชา ปส.ค้นเครือข่าย อายัดทรัพย์100ล.

“ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” ผบช.ก. ส่ง พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว. (สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. สามีเครือข่ายค้ากัญชาที่ถูกจับก่อนหน้า ไปให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีแล้ว หลังศาลออกหมายจับข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ขณะที่ “สมหมาย กองวิสัยสุข” ผบช.ปส. เปิดปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี 61/2” ปูพรมตรวจค้นตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติด “เอกอ้วน” มีพี่เขยเป็นนอมินี ถือทรัพย์สินให้ อายัดทรัพย์สินได้กว่า 100 ล้านบาท เผยเครือข่ายยาเสพติดเมียสารวัตรทางหลวงที่เพิ่งถูกจับ มีความเชื่อมโยงกับ “เอกอ้วน” และ “ไซซะนะ” ด้วย

ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 ม.ค. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ประจำ บช.ปส. ร่วมแถลงเปิดปฏิบัติการ “ชัยยะสยบไพรี 61/2” ตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดของ น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง หนึ่งในเครือข่ายยาเสพติด ที่ตำรวจจับกุมได้ที่ จ.อุดรธานี และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดของนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือ เอกอ้วน รวมทั้งเครือข่ายนายไซซะนะ เจ้าพ่อยาเสพติดชาว สปป.ลาว

พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลเครือข่ายยาเสพติดของ น.ส.ทิพย์อาภา และนายจิรัฏฐ์ หรือเอกอ้วน พบเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายนายไซซะนะ แก้วพิมพา ราชายาเสพติดชาว สปป.ลาว โดย น.ส.ทิพย์อาภาทำศัลยกรรมอำพรางใบหน้าตัวเอง อีกทั้งสามียังเป็นตำรวจยศสารวัตร สังกัด บก.ทล. นายหนึ่ง ที่มีหลักฐานเชื่อว่าเป็นผู้ให้คำแนะนำการใช้ยานพาหนะและเส้นทางหลบเลี่ยงการตั้งด่านตรวจ นอกจากนี้เครือข่ายของ น.ส.ทิพย์อาภายังเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายของนายจิรัฏฐ์ หรือเอกอ้วน ที่ถูกจับกุมเมื่อปีที่แล้ว โดยเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้ฝากทรัพย์สินที่ได้ให้นายทวีศักดิ์ ภู่รุ่งเรืองผล พี่เขยของนายจิรัฏฐ์ หรือเอกอ้วน ครอบครองแทน สั่งการให้เร่งติตามจับกุมมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดและเตรียมแถลงผลการปฏิบัติการอีกครั้งในวันที่ 18 ม.ค.

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ต.สัพพัญญู สัมฤทธิ์รินทร์ สว.กก.2 บก.ปส.2 พร้อมกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรีสนธิกำลังกับตำรวจหน่วยสยบริปูสะท้าน บก.ป. รวม 30 นาย นำหมายค้นศาลอาญาเลขที่ 49/61 ลงวันที่ 17 ม.ค.61 เข้าตรวจค้นห้องชุดเลขที่ 616/198 ชั้น 9 อาคารลุมพินีปาร์ค ปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. หลังสืบทราบว่าเป็นที่พักอาศัยของนายทวีศักดิ์ ภู่รุ่งเรืองผล อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 464/2560 ลงวันที่ 27 ธ.ค.60 ข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ จากการตรวจค้นพบนายทวีศักดิ์ไหวตัวทันเก็บรวบรวมทรัพย์สินสำคัญ อาทิ เงินสด ปืนพก ฯลฯ หลบหนีไปก่อนหน้านี้แล้ว ชุดปฏิบัติการจึงลงบันทึกตรวจสอบเอาไว้เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชา

จากการสืบข้อมูลประวัติทางอาชญากรของนายทวีศักดิ์ พบความเชื่อมโยงกับนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือจรัญ คำสด หรือเอกอ้วน ผู้ต้องขังคดียาเสพติดระดับสั่งการรายใหญ่เครือข่ายพื้นที่ภาคกลาง ที่ถูกจับกุมก่อนหน้าโดยนายทวีศักดิ์เคยถูกตำรวจ บช.ปส.ร่วมกับตำรวจ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม สกัดจับกุมขณะโดยสารมากับรถตู้โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน นจ 11 นนทบุรี ภายในมีเงินสดกว่า 5 ล้านบาท และโฉนดที่ดินจำนวนมาก เมื่อขยายผลตรวจค้นที่พักของนายทวีศักดิ์ พบอาวุธปืนครอบครองโดยผิดกฎหมายหลายกระบอก จึงคุมตัวไปดำเนินคดีแต่นายทวีศักดิ์ขอใช้สิทธิ์ประกันตัวในชั้นศาล กระทั่งพบข้อมูลนายทวีศักดิ์มีความเชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติดเครือข่ายเอกอ้วน ก่อนถูกศาลออกหมายจับข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ นำมาสู่การเข้าตรวจค้นห้องพักแต่เจ้าตัวไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้า

อีกด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. นำชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี ปูพรมเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเครือข่ายยาเสพติดของนายจิรัฏฐ์ หรือเอกอ้วน ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวม 18 เป้าหมาย 1 ในจุดที่ตรวจค้นคือบ้านพักของนายทวีศักดิ์ ภู่รุ่งเรืองผล ผู้เป็นพี่เขย ตั้งอยู่เลขที่ 246 ถนนตีทอง แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.ทำหน้าที่รับดูแลทรัพย์สินฟอกเงินและโอนเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด เป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น บริเวณชั้นล่างพบนายกฤษฎา ภู่รุ่งเรืองผล อายุ 38 ปี น้องชายนายทวีศักดิ์ เจ้าหน้าที่จึงให้นำเข้าตรวจค้นพบตู้เซฟขนาดใหญ่สีน้ำตาลกับสีดำ 2 ตู้ เป็นที่เก็บทรัพย์สินของนายทวีศักดิ์ เมื่อเปิดตู้เซฟพบปืนพกหลายขนาดรวม 21 กระบอก คาดเป็นของนายทวีศักดิ์ ตำรวจตรวจยึดนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจค้นเป้าหมายในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นบ้านพักและคอนโดมิเนียมของเครือข่ายค้ายาเสพติดเอกอ้วน สามารถอายัดทรัพย์สินได้หลายรายการ อาทิ รถเก๋ง เงินสด บ้าน โฉนดที่ดินและอาวุธปืน มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

ที่ บช.ก. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยกรณีตำรวจ บก.ป. และ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 35 หมู่ที่ 2 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ของ น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง เครือข่ายค้ายาเสพติดประเภทกัญชาที่ถูกจับก่อนหน้า โดยระหว่างตรวจค้นพบ พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว. (สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. สามีนอกสมรสของ น.ส.ทิพย์อาภาอยู่ภายในบ้านพัก ว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ธนกฤตเดินทางมารายงานตัวที่ บช.ก. ตามคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ บก.อก.บช.ก.แล้ว สั่งการคณะกรรมการสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร โดยเร่งดำเนิน การให้แล้วเสร็จภายในวันเดียว หากพบมีส่วนพัวพันหรือเกี่ยวข้องจะสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เบื้องต้น พ.ต.ท.ธนกฤตไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์มากนัก ยังให้การแบ่งรับแบ่งสู้ ระบุทราบเพียงภรรยาเป็นผู้ปล่อยเงินกู้ ส่วนกรณีค้ายาเสพติดนั้นไม่ทราบ หลังจากนี้จะประสานให้ บช.ปส.รับคดีไปดำเนินการต่อ

เย็นวันเดียวกัน ศาลอาญาออกหมายจับ พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ แล้วในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 5 (กัญชา) ไว้ความครอบครองเพื่อจำหน่าย หลังพนักงานสอบสวน ปส.4 บช.ปส. เดินทางไปขอศาลออกหมายจับขณะที่ พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว. (สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. สามีนอกสมรสของ น.ส.ทิพย์อาภา รักษาแสง เครือข่ายค้ายาเสพติดที่ถูกจับก่อนหน้า ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าผลการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องนี้จะแล้วเสร็จ ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีทันที หลังทราบว่าศาลอาญาออกหมายจับ พ.ต.ท.ธนกฤตแล้ว

ขณะที่ตำรวจอีกหลายหน่วยงานยังคงดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง อาทิ ที่กองกำกับการสายตรวจ 191 พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.สายตรวจ พร้อมพวกแถลงข่าวจับกุมนายสันติราษฎร์ หรือต้น พุ่มพะเนิน อายุ 34 ปี นายชัยทัต หรือแบงค์ อายุ สัตจะบุตร อายุ 24 ปี น.ส.กชกร หรือเฟิน บวชสด อายุ 23 ปี ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าและยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ของกลางยาบ้า 80,000 เม็ด ไอซ์ 700 กรัม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท สามารถจับกุมได้ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ หลังพบเบาะแสกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติกรรมลักลอบค้ายาเสพติดในพื้นที่ลาดพร้าวและบางกะปิ จึงล่อซื้อจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด รับสารภาพทำมา นานกว่า 5 ปี ไม่เคยถูกจับ นำเงินที่ได้ไปเที่ยวเตร่

ส่วนที่ สน.คันนายาว พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบชน. พ.ต.อ.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว พร้อมพวกร่วมกันจับกุมตัวนายประสาน หรือแม๊ก ศิริศิลป์ อายุ 22 ปี ของกลางกัญชาแห้งอัดแท่งน้ำหนัก 32 กก. รถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จับกุมได้ที่ทำการไปรษณีย์ (ออเงิน) แขวงออเงิน เขตสายไหม กทม. หลังตำรวจรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ว่าผู้ต้องหารายนี้นำกล่องพัสดุ 11 กล่อง มาส่งที่ไปรษณีย์ มีกลิ่นกัญชาโชยออกมา จึงรุดไปตรวจสอบพบของกลางกัญชาอัดแท่งบางส่วน ตำรวจจึงวางกำลังซุ่มโป่ง กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางที่เหลือ เบื้องต้นนายประสานรับสารภาพรับจ้างจากชายไม่ทราบชื่อให้นำกัญชาบรรจุกล่องพัสดุส่งให้ลูกค้าตามรายชื่อที่สั่งมา ได้ค่าจ้างครั้งละ 4,000-13,000 บาท ทำมาแล้ว 1 เดือน ส่วนใหญ่จะส่งไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ คุมตัวส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

รายสุดท้าย ตีหนึ่งครึ่งวันเดียวกัน ขณะที่ พ.ต.อ. ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผกก.5 บก.จร.พ.ต.ท.คมเทพ เปาอินทร์ รอง ผกก.5 บก.จร. พ.ต.ท.ฐิติวัชร์ กุลศิรวัฒน์ สว.กก.5 บก.จร. พร้อมกำลัง 20 นาย ตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์และตรวจค้นยาเสพติด บริเวณถนนพระราม 2 ขาออก ใกล้โรงเรียนสมบุญวิทย์ แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. รับแจ้งทางวิทยุสื่อสารจากตำรวจที่แฝงตัวอยู่ก่อนถึงด่านตรวจ ว่ามีผู้โดยสารในรถกระบะ 4 ประตู ฟอร์ด เรนเจอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กร 1095 กรุงเทพมหานคร ทิ้งถุงผ้าพลาสติกลายทางสีรุ้งขนาดใหญ่ลงสู่พื้นถนนก่อนถึงด่านตรวจ 300 เมตร คาดเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย จึงรีบนำกำลังเข้าสกัดหยุดรถเพื่อตรวจสอบ

จากการตรวจค้นในรถพบนายภมร หรือฮัท โสมเขียว อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/9 ถนนธรรมคุณากร ต.โกรกกราก อ.เมืองสมุทรสาคร เป็นคนขับ ส่วนนายวริทธิ์ หรือโจ เปี่ยมบางบอน อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218 ถนนเดิมบาง ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร เป็นผู้โดยสารนั่งอยู่ที่เบาะข้างคนขับ ส่วนถุงผ้าพลาสติกลายทางสีรุ้งใบดังกล่าวนั้น ตรวจสอบภายในพบยาบ้า 60,000 เม็ด ถูกแบ่งบรรจุอยู่ในก้อนกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้า มัดทับด้วยผ้าเทปสีเหลืองตีตราสัญลักษณ์ 999 ใต้ดาว 5 ดวง และหมายเลขกำกับเบอร์ 514 รวม 6 ก้อน ก้อนละ 10,000 เม็ด มูลค่า กว่า 12,000,000 บาท สอบสวนผู้ต้องหาทั้งคู่ให้การรับสารภาพ นายภมรคนขับรถอยู่ระหว่างตกงาน ส่วนนายวริทธิ์ เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย ก่อนเกิดเหตุยืมรถคนรู้จักขับออกจาก จ.สมุทรสาคร มุ่งหน้าไปรับยาบ้าจากเอเย่นต์ในพื้นที่ กทม. ทั้งคู่ยังสับสนว่าเป็นพื้นที่จุดใด ตั้งใจนำยาบ้าไปพักไว้ที่บ้านของนายภมร ใน จ.สมุทรสาคร เพื่อนำแบ่งขายให้ลูกค้าในพื้นที่ละแวกที่พัก ระหว่างทางเจอด่านตรวจ นายวริทธิ์ตกใจทิ้งถุงยาบ้าขนาดใหญ่ลงพื้นถนน เบื้องต้นแจ้งข้อหาครอบครองยาบ้าเพื่อจำหน่ายแก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สน.บางมด ดำเนินคดี

“ฐิติราช หนองหารพิทักษ์” ผบช.ก. ส่ง พ.ต.ท.ธนกฤต นิตสพันธ์ สว. (สอบสวน) ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. สามีเครือข่ายค้ากัญชาที่ถูกจับก่อนหน้า ไปให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีแล้ว หลังศาลออกหมายจับข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 5 (กัญชา) 18 ม.ค. 2561 00:49