วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้เวลากับปู่ย่าตายายที่อาจมีผลต่อทัศนคติเด็ก

โลกของเราในปัจจุบันมีทั้งการเปลี่ยนแปลงประชากรและสภาพแวดล้อมมากมาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เศรษฐกิจและสังคมจะต้องปรับตัวตามเป็น โดยเฉพาะหน่วยย่อยที่สุดคือสถาบันครอบครัวที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น การที่เด็กๆจะใช้เวลากับปู่ย่าตายายจึงน้อยลง ต่างจากสมัยที่ผู้คนยังอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวขยาย แต่เมื่อไม่นานมานี้นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีแยฌ ในเบลเยียม ได้ศึกษาเกี่ยวกับการใช้เวลากับผู้สูงอายุในครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อทัศนคติของเด็กและเยาวชน

นักวิจัยได้ทำแบบสอบถามเยาวชนจำนวน 1,151 ราย อายุ 7-16 ปี ถึงช่วงเวลาที่พวกเขาใช้ร่วมกับปู่ย่าตายายบ่อยครั้งแค่ไหน และรู้สึกอย่างไรกับสุขภาพของผู้สูงวัยในครอบครัว พบว่าเด็กวัย 7-9 ขวบ จะแสดงอคติมากที่สุด แต่เด็กอายุ 10-12 ขวบ จะยอมรับได้มากที่สุด ส่วนวัยรุ่นจะมีความคิดอคติเกี่ยวกับความแก่ชรามากกว่าวัยรุ่นตอนต้น ซึ่งการศึกษาชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของปู่ย่าตายายอาจมีอิทธิพลต่อความคิดของเด็ก แต่ประเมินโดยทั่วไปแล้วมุมมองของเด็กและวัยรุ่นที่มีต่อผู้สูงอายุนั้นมีลักษณะกลางๆหรือเป็นไปในทางบวก โดยระบุว่าเด็กผู้หญิงจะมีมุมมองที่เป็นบวกมากกว่าเด็กผู้ชาย

ด้านนักวิจัยจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเคนท์ ในอังกฤษ เผยว่า การติดต่อระหว่างลูกหลานกับปู่ย่าตายายอาจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับทั้งสองฝ่าย และความสัมพันธ์เชิงบวกที่แข็งแกร่งมีแนวโน้มที่จะทำให้เด็กๆเรียนรู้สิ่งต่างๆเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่พวกเขาอาจยังไม่เคยค้นพบ เช่น ความสามารถ ประสบการณ์ ซึ่งจะทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุคนอื่นๆในสังคมด้วยเช่นกัน.

โลกของเราในปัจจุบันมีทั้งการเปลี่ยนแปลงประชากรและสภาพแวดล้อมมากมาย จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เศรษฐกิจและสังคมจะต้องปรับตัวตามเป็น 17 ม.ค. 2561 17:51 ไทยรัฐ