วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟังจากปาก! ป๊อป อารียา ผ่านอะไรมาบ้าง ทำไมไม่ยอมแต่งงาน (คลิป)

ฟังจากปาก! ป๊อป อารียา ผ่านอะไรมาบ้าง ทำไมไม่ยอมแต่งงาน (คลิป)

  • Share:

ห่างหายจากการแสดงไปนานกว่า 20 ปี สำหรับอดีตนางสาวไทยอย่าง ป๊อป อารียา โดยเจ้าตัวได้หันไปทำงานเบื้องหลัง เป็นครูสอนโยคะ และต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยเป็นโรคสมองน้อยฝ่อมากว่า 10 ปี ซึ่งที่ผ่านมา ป๊อป ดูแลคุณแม่ดีมาก ไม่ให้ห่างสายตาแม้แต่นิดเดียว

ล่าสุดเจ้าตัวได้มานั่งเปิดใจในรายการ คุยแซ่บShow ทาง one31 ที่มี บุ๋ม ปนัดดา และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร พร้อมกับเปิดใจเรื่องความรักที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน

ห่างหายจากวงการแสดงไป 21 ปี?

“ถ้าเป็นการแสดงน่าจะ 20 ปีค่ะ ตอนนั้นเล่นละครเรื่องแรกกับพี่เบิร์ด ธงไชยค่ะ”  

ที่ผ่านมาหายไปไม่เล่นละครเลย ไปทำอะไรมาบ้าง?

“ละครบางเรื่องมันไม่ได้เหมาะกับเรานะคะ เราอยากจะเล่นเรื่องที่มันเหมาะสมกับเรามากกว่าค่ะ”

ล่าสุดกลับมารับละครอีกครั้ง เล่นกับ ณเดชน์?

“ตอนนั้นเรารับเล่นกับพี่เบิร์ดใช่มั้ย ตอนนี้มันมีเจนใหม่เข้ามา อีกทั้งคุณแม่รักณเดชน์กับญาญ่ามาก แอน ทองประสม โทรศัพท์มาขอให้รับบทนี้เพราะว่ามันเหมาะกับเรามาก แต่แล้วจริงๆ แล้ว เราอยากช่วยแอน และบทนี้ต้องใส่ชุดทหารด้วย”

เหตุผลหนึ่งที่ผ่านมา ที่ไม่เลือกรับงานละคร เพราะต้องดูแลคุณแม่จริงมั้ย?

“จริงที่แม่ไม่สบายมาระยะหนึ่ง คือตอนนั้นเค้าเป็นโรคคล้ายๆ พาร์กินสัน แต่ไม่ใช่พาร์กินสัน คือเค้าเป็นโรคสมองน้อยที่ฝ่อ มันฝ่อไปเรื่อยๆ แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันฝ่อเพราะอะไร อารการค่อยๆ แย่ลงตั้งแต่อายุ 60 แล้ว เซบ้าง ล้มบ้าง

ก็คือตอนที่วิ่งมารับโทรศัพท์ที่ห้องเค้าที่มิชิแกน ด้วยความที่เค้าวิ่งมา เค้าก็เซล้ม แล้วเค้าล้มมาเราก็ต้องพาเค้ากลับมาอยู่เมืองไทยกับเรา ตอนที่เค้าล้มก็ฟันหัก ซี่โครงร้าว แต่ด้วยความที่คุณแม่เป็นประธานวัดที่มิชิแกน ก็โทรไปที่วัด แล้วทางร้านอาหารก็พาไปโรงพยาบาล”

รู้สึกยังไงที่มันเป็นเพราะโทรศัพท์ของเราทำให้คุณแม่ต้องล้ม?

“คือเราต้องรับผิดชอบอยู่แล้วแหละ เราไม่รู้ว่าอาการของแม่เป็นมาแบบนี้เรื่อยๆ คิดว่าครั้งแรกหมอวิเคราะห์ผิด บอกว่าเป็นน้ำในหูไม่เท่ากัน บอกมาเป็นแบบนี้มา 5-6 ปี เราก็ค่อนข้างจะรับได้

แต่อาการนี้มันเริ่มแย่ๆ ไปเรื่อยๆ อาการตอนนี้ของคุณแม่มันจะค่อยๆ มืด หายใจเต็มปอดยากขึ้น กล้ามเนื้อที่สายตาก็จะฝ่อๆ มีปัญหา แล้วเงินของแม่อยู่ที่อเมริกา มันก็หลายอย่างอ่ะ เอาออกไม่ได้ แม่เค้าก็เซ็นไม่ได้ พูดไม่ได้ สายตาก็จะไปแล้ว”

การรับรู้ของคุณแม่ปกติดีมั้ย?

“แม่สมองดีมาก ตอนนี้มีหน้าที่เช็กรายชื่อนักเรียนที่มาเรียนโยคะกับเรา เหมือนเป็นครูใหญ่ วันนี้อยากกินอะไรเค้าก็จะบอกนักเรียน แล้วนักเรียนก็จะเอามาให้กิน แล้วแม่เค้าจะรู้สึกว่ามีค่า ใครเป็นยังไง ตื่นนอนมาทุกเช้าเราก็จะหอมแก้มกันทุกเช้า ให้ความรักเยอะๆ เพื่อที่ว่าวันไหนถ้าเค้าไม่อยู่ วันนั้นเราก็ไม่อยากจะเสียใจว่าเรายังทำไม่ได้เต็มที่”

คำที่พูดกับแม่เป็นประจำ?

“รักมั้ย มันเป็นปมเล็กๆ น้อยๆ นะคะ คือตอนเด็กๆ มีน้องชาย แล้วถ้าใครมีลูกชายแม่ทุกคนจะรักลูกชาย ก็จะโอ๋น้อง เมื่อก่อนเวลาเค้าโทรศัพท์มาหาเราก็จะถามถึงน้องตลอด เรามีความรู้สึกว่าเค้ามีความลำเอียงรักน้องมากกว่าเรา”

ค่ารักษาพยาบาลคุณแม่สูงมากเหมือนกัน?

“มีช่วงหนึ่งเราพาไปหาหมอ แล้วหาวิธีการรักษาให้ได้ แล้วมีหมอคนหนึ่งแนะนำมาว่าให้ฉีดพลาสม่า เข็มละ 3แสน ฉีดไป 4 เข็ม ก็ล้านกว่า

ฉีดไปก็ไม่มีผลอะไรดีขึ้น แม่เค้าก็เอาที่นาไปขายด้วย แต่ไม่มีผลอะไรขึ้นมา เราทำได้ก็แค่เหมือนนั่งมองแม่คนหนึ่งค่อยๆ จากไปจากเรา แล้วเหมือนเค้าจะจบสิ้นลง เราต้องหาให้เค้าหัวเราะให้ได้ทุกวัน”

กี่ปีแล้ว?

“อาการมันจะแย่ไปเรื่อยๆ ช่วง 4 ปีหลังนี้จะหนักขึ้นค่ะ”

ความรักครั้งหนึ่งมีมาให้เลือกระหว่างแม่กับตัวเอง?

“อันนั้นนานแล้ว 20 ปี เคยมีความรัก คุยกับแฟนเป็นฝรั่ง เค้าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเก็บตังค์ให้พ่อกับแม่ ทำไมไม่เก็บให้ตัวเอง ให้กับครอบครัวในอนาคตของตัวเอง ถ้าเราแต่งงานเรายังให้เงินพ่อแม่อยู่เหรอ เราก็บอกว่า ให้ เค้าบอกว่าเค้าเลิกให้กันแล้วนะ ทำไมไม่คิดถึงตัวเอง

เราก็เอ้า ทำไมล่ะ พ่อแม่เราให้เราตลอดชีวิตของเค้ามา จนค่าเรียนแพงเค้าก็หาให้ แล้วทำไมช่วงนี้เค้าต้องการ เราถึงให้ไม่ได้ เค้าบอกว่าไม่รู้แหละ ครอบครัวเราเราต้องหยุดให้แล้ว ถ้าเราจะมีชีวิตคู่ร่วมกัน เราต้องเลือกครอบครัวในอนาคตด้วยกัน ไม่ใช่ครอบครัวในอดีต

เราก็บอกว่า ถ้าพูดขึ้นมาแบบนี้ คุณก็ไม่ใช่ครอบครัวในอนาคตของชั้นแน่นอน คนนี้เราคบไม่นานนะคะ เค้าไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทย ครอบครัวไทยของเรา”

จริงหรือที่เราประกาศว่าจะไม่มีลูก ไม่มีครอบครัว?

“เราไม่ได้เกลียดผู้ชายขนาดนั้น แต่ดวงเราเอง เรารู้สึกว่าชีวิตคู่มันเป็นอะไรที่ยากมาก คนสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เข้าใจกัน ให้เกียรติกัน จะแต่งหรือไม่แต่งก็เป็นเรื่องของเค้าสองคน”

เคยมีคนมาขอแต่งงานมั้ย?

“มีค่ะ มาขอประจำเลย เป็นหมอค่ะ เป็นคนไทย เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปี 2000 รู้จักกันมานาน เค้าเป็นคนซื่อๆ มั้ง และด้วยความที่เค้าอยู่ในวงการแล้วก็เจอคนนั้นคนนี้ ก็ค่อนข้างจะโดนหลอกเยอะ แล้วก็เป็นคนขี้สงสาร

คือเรารู้สึกว่า ถ้าเราเป็นผู้หญิงที่ต้องดูแลเค้าหมดเลย แล้วเราต้องดูแลแม่ด้วย ถ้าเค้าไม่ได้มาเสริมเรา ขอแบบเป็นเพื่อนกันดีกว่า อีกอย่างเค้าอยู่เชียงใหม่ เราอยู่กรุงเทพฯ นานๆ เจอที มีอะไรปรึกษากัน คอยเป็นกำลังใจให้กัน

เราก็อยู่กับเค้ามาตลอด ตอนที่แม่เค้าเสียเราก็อยู่กับเค้า เค้าเป็นลูกคนโต เราก็เป็นลูกคนโตเหมือนกัน ต้องดูแลพ่อแม่เหมือนกัน”

อนาคตถ้าทุกอย่างลงตัวก็จะแต่งงาน?

“อนาคตคืออนาคตค่ะ”

เค้าน้อยใจมั้ย ขอมาหลายรอบแต่ยังไม่สำเร็จสักที?

“ยังไงดีล่ะ คือถ้ามันใช่มันก็ไม่จำเป็นต้องมีพิธีการ แต่อย่างที่บอกไง เราต้องดูแลแม่ นอกจากตื่นมาทุกวัน เราก็ต้องเป็นห่วงทุกอย่าง ตั้งแต่การกินไปจนถึงการขับถ่ายเลยค่ะ”

คุณแม่รู้จักคุณหมอคนนี้?

“โอ้โห ปลื้มมากสุดชีวิต เป็นความฝันเค้าเลยค่ะ แม่อยากให้มีแฟนเป็นหมอ แล้วเราก็เกลียดหมอมาก”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้