วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พท.จ่อยื่น 3 ช่องทาง ค้านคำสั่ง คสช.53/2560 ส่อละเมิดสิทธิ-ขัด รธน.

เพื่อไทย ยันคำสั่ง คสช.แก้ ก.ม.พรรคการเมืองขัด รธน.ชี้กระทบสิทธิเสรีภาพมีผลย้อนหลังเป็นโทษ ยื่นคำร้องศาล รธน.-ผู้ตรวจการฯ ผ่าน 3 ช่องทาง อัดปูทางเลื่อนเลือกตั้งสืบทอดอำนาจต่อ

เมื่อวันที่ 17 ม.ค.61 ที่พรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค ร่วมแถลงคำขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 213 ประกอบมาตรา 5

โดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวคำแถลงการณ์ว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยเห็นว่าคำสั่ง 53/2560 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และเป็นการละเมิดสิทธิ จึงได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัย โดยประเด็นสำคัญมีดังนี้ 1. คำสั่งดังกล่าวไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 จึงไม่เป็นที่สุด และชอบที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำสั่งดังกล่าวได้ เนื่องจากการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าว รัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นอำนาจของรัฐสภา ซึ่งคือ สนช.และพ.ร.ป.พรรคการเมืองผ่านความเห็นชอบของ สนช.ผ่านการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของศาลรัฐธรรมนูญและพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว การที่หัวหน้า คสช.ออกคำสั่งแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเท่ากับเป็นการลบล้างกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้หัวหน้า คสช.จึงเป็นเพียงผู้ได้รับอำนาจมาจากรัฐธรรมนูญอีกทอด จึงไม่อาจใช้อำนาจที่ขัดหรือแย้งหรือนอกเหนือไปจากที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ได้

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า 2. คำสั่งดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญดังนี้ การที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจโดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญและใช้อำนาจซึ่งเป็นขององค์กรอื่น อันไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การออกคำสั่งที่มีผลเป็นการลบล้างสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคการเมือง เป็นการยกเลิกสิทธิของการเป็นสมาชิกพรรค จึงกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลและเป็นการออกกฎหมายที่มีผลย้อนหลังเป็นโทษแก่บุคคล จึงขัดต่อหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ การกำหนดให้สมาชิกพรรคต้องทำหนังสือยืนยัน และแสดงหลักฐานการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามภายใน 30 วัน เป็นการเพิ่มภาระหรือจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ และยังขัดต่อหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ และในคำสั่งไม่ได้ระบุเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของสมาชิกพรรคการเมือง

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ได้มีการยื่นคำร้องใน 3 ช่องทาง คือ 1. ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินในนามพรรค 2. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญในนามนิติบุคคล และ 3. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญในนามสมาชิกพรรค โดยในส่วนนี้จะมีแกนนำพรรคลงนาม 13 คน ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายโภคิน พลกุล นายภูมิธรรม เวชยชัย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายชัยเกษม นิติสิริ นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา นายนพดล ปัทมะ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสามารถ แก้วมีชัย และนายวัฒนา เมืองสุข โดยจะมอบให้ฝ่ายกฎหมายไปยื่นในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้

ด้าน นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวไม่มีความเสมอภาค เลือกปฏิบัติ ไม่สุจริต ไม่ชอบ และขัดรัฐธรรมนูญ และไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างความปรองดองอย่างที่คสช.อ้างแต่อย่างใด อีกทั้งการจะปลดล็อกการเมืองเมื่อไร เป็นไปตามอำเภอใจของคสช.

ขณะที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นการทำลายพรรคการเมือง สร้างความได้เปรียบให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อไป เพราะคำสั่งนี้จะทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไป และ คสช.จะกลับเข้าสู่อำนาจอีกภายหลังการเลือกตั้ง ถือว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ที่สำคัญ คือ คำสั่งนี้ไม่ผ่านการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เท่ากับ คสช.มีอำนาจเหนือศาลรัฐธรรมนูญและทุกองค์กร ถือเป็นการทำลายระบบกฎหมาย

เพื่อไทย ยันคำสั่ง คสช.แก้ ก.ม.พรรคการเมืองขัด รธน.ชี้กระทบสิทธิเสรีภาพมีผลย้อนหลังเป็นโทษ ยื่นคำร้องศาล รธน.-ผู้ตรวจการฯ ผ่าน 3 ช่องทาง อัดปูทางเลื่อนเลือกตั้งสืบทอดอำนาจต่อ 17 ม.ค. 2561 14:04 ไทยรัฐ