วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ม.44 อำนาจย้อนอำนาจ

โดย สายล่อฟ้า

ระวัง ดาบคืนสนอง

ถือเป็น “อาญาสิทธิ์” สำคัญที่อยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คือ ม.44 ที่เหนือกว่าอำนาจเกือบทุกอย่าง

จนมีการพูดแบบหยอกไก่ว่า พล.อ.ประยุทธ์หากคิดจะเป็นนายกฯคนนอกคงบริหารประเทศไปได้ยาก
เพราะไม่มี ม.44 ให้ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้

ว่าไปแล้วที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน หากเอาความจริงมาพูดกันแล้ว การใช้ ม.44 ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดผลดีต่อการบริหารงานราชการ เพราะทำให้เกิดความรวดเร็ว คล่องตัว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้

แต่ที่กำลังมีปัญหาในการใช้ ม.44 จนเป็นเรื่องเป็นราว ทำให้พรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรคเห็นตรงกันว่าจะยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า “ใช้อำนาจถูกต้อง” หรือไม่

ทั้งนี้ คสช.ได้ใช้อำนาจ ม.44 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับพรรคการเมือง
คำถามก็คือว่าสมควรใช้หรือไม่กับกรณีนี้

เพราะเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปี 60 ได้ประกาศใช้แล้ว พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว

จู่ๆกลับมาใช้ ม.44 เพื่อแก้ไขปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับพรรคการเมือง

เมื่อเกิดปัญหาทำไมไม่แก้ไขด้วยขบวนการทางสภา เนื่องจากมี สนช.ซึ่งทำหน้าที่เป็นสภาผู้แทนฯ ส.ว.และรัฐสภา ซึ่งหากเป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างนี้ และคำสั่งก็ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากกำหนดขั้นตอนให้นักการเมืองและพรรคการเมืองปฏิบัติ

นั่นเป็นเรื่องความควรไม่ควรที่จะใช้อำนาจในลักษณะนี้

ที่กินไปไกลจนทำให้นักการเมืองไม่พอใจ โดยเฉพาะพรรคใหญ่ 2 พรรค คือ เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ ที่เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม

เป็นการกลั่นแกล้งพรรคการเมืองใหญ่เพื่อให้กระบวนการดำเนินการทางการเมืองเกิดปัญหาชัดเจน

“กีดกันพรรคเก่า หนุนช่วยพรรคใหม่”

เพราะคำสั่งดังกล่าวได้ระบุให้พรรคการเมืองทุกพรรคตรวจสอบสมาชิกพรรคกันใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและมีความเท่าเทียมกัน

สมาชิกพรรคการเมืองที่พรรคอ้างกันนั้นตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ดำเนินการกันมาไม่รู้กี่ปีแล้วควรจะเริ่มกันใหม่
อีกทั้งต้องทำตามกติกาให้สมาชิกพรรคจะต้องจ่ายค่าสมาชิกคนละ 100 บาท

ฝ่ายการเมืองบอกว่าจะทำให้พรรคเกิดปัญหาที่จะไปไล่ล่าถามความเป็นสมาชิก ซึ่งยุ่งยากมาก อย่างประชาธิปัตย์มีกว่า 2 ล้านคนไม่ใช่น้อยๆ

ที่สำคัญหากนับแล้วได้จำนวนมากกว่าก็จะมีผลสำคัญที่จะได้รับเงินสนับสนุนพรรคการเมืองจาก กกต. ซึ่งประชาธิปัตย์ได้มากที่สุด 30 กว่าล้านบาท

หากพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจริงๆก็ต้องดูว่าศาลจะรับเรื่องหรือไม่ ถ้าไม่รับก็แล้วแต่ ถ้ารับแล้วก็ต้องลุ้นว่าผลจะออกมาอย่างไร

อย่างเรื่องที่ กกต.ส่งให้ตีความปรากฏว่าศาลไม่รับ

ยังมีเรื่องหนึ่งที่กำลังหึ่งๆกันอยู่คือการที่ให้ สนช.ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ คือกฎหมายว่าด้วย ป.ป.ช. ซึ่งมีการแก้ไขให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันไม่ต้องพ้นจากตำแหน่ง แม้ขาดคุณสมบัติ

แต่ที่จะเป็นเรื่องใหญ่ก็คือให้ตีความการใช้ ม.44 เพราะดูไปแล้วมันพอจะเข้าใจได้ว่าไม่สมควรใช้อำนาจ ม.44 ในกรณีนี้

คนที่จะต้องรับผิดชอบสูงสุดก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นผู้ลงนามเอง.

“สายล่อฟ้า”