วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษียณต้องมีเงินอย่างต่ำ 3 ล้าน


คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้จัดสัมมนาประจำปี เมื่อวันจันทร์ในหัวข้อ Capital Market for All ตลาดทุนสำหรับทุกคน มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ “Wealth Advice สร้างโอกาสให้คนไทยมีเงินพร้อมใช้ในระยะยาว” โดยมี คุณรพี สุจริตกุล และ คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นวิทยากร

Wealth Advice เป็นหนึ่งใน แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ของ ก.ล.ต. (2561–2563) มุ่งเน้นให้คนไทยได้รับคำแนะนำที่มีคุณภาพ สนับสนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนการเงินในระยะยาวเพิ่มมากขึ้น เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในระยะยาว

ตลาดทุนไทยวันนี้ ต้องขอบอกว่าใหญ่มาก จากตัวเลขปี 2559 ที่อ้างอิงในเวทีสัมมนาระบุว่า Market Cap หรือ มูลค่าหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ปี 2559 มีมูลค่ารวม 15.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 111% ของจีดีพีประเทศไทย มูลค่าคงค้างของ ตราสารหนี้ภาคเอกชน 2.8 ล้านล้านบาท มูลค่าคงค้าง ตราสารหนี้ภาครัฐ 8.0 ล้านล้านบาท และ สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 13.9 ล้านล้านบาท

เมื่อรวมกันแล้ว ตลาดทุนไทย ณ สิ้นปี 2559 มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 40.3 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่ามหาศาลที่ผมเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน ขณะที่เรายังมีคนจนรายได้ต่ำกว่าปีละ 30,000–100,000 บาท ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาลถึง 11.4 ล้านคน คิดเป็น 17.27% ของประชากรไทย 66 ล้านคน

ผมลองคิดจาก Market Cap ณ วันที่ 15 มกราคม 2561 ซึ่งมีมูลค่ารวม 18.28 ล้านล้านบาท มูลค่าหุ้นในตลาดของ 600 กว่าบริษัท จะมีมูลค่ามากกว่าจีดีพีประเทศไทยของคนไทย 66 ล้านคน ถึง 130% เลยทีเดียว

สะท้อนถึงภาพ “รวยกระจุก จนกระจาย” ได้อย่างชัดเจน

ไปดูข้อมูลกันต่อครับ มูลค่าตลาด 15.6 ล้านล้านบาท ที่คิดเป็น 1.1 เท่าของจีดีพีประเทศไทย เป็นความมั่งคั่งของคนเพียง 8.3 ล้านคนเท่านั้น จากประชากรไทยจำนวน 66 ล้านคน ความมั่งคั่งของคน 8.3 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ที่ลงทุนผ่านโบรกเกอร์ 1.5 ล้านคน ลงทุนผ่านกองทุนรวม 2.8 ล้านคน ลงทุนผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3 ล้านคน ลงทุนผ่าน กบข. 1 ล้านคน

ถ้าหักคนยากจน 11.4 ล้านคนออกไป ก็จะมีคนไทยอีก 46.3 ล้านคน ที่ไม่มีการลงทุนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว เป็นตัวเลขที่น่าตกใจนะครับ รัฐบาลไทยในอนาคตไม่มีทางเลี้ยงดูคนไทยทุกคนอยู่แล้ว แม้จะเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัย ก็ตาม ทุกคนต้องช่วยตัวเอง

คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. เคยแถลงก่อนหน้านี้ว่า จาก งานวิจัยของ ก.ล.ต. ระบุว่า จำนวนเงินที่เพียงพอรองรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณไปอีก 20 ปี หลังจากอายุ 60 จะต้องมีเงินออมไว้อย่างน้อย 3 ล้านบาท เท่ากับว่า ในช่วงวัยทำงานต้องมีเงินสะสมประมาณเดือนละ 10,000 บาททุกเดือน แต่จากการสำรวจสมาชิกกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพ 3 ล้านคนในปัจจุบันพบว่า มีสมาชิกถึง 50% ที่มีเงินสะสมไม่ถึง 1 ล้านบาท เมื่อถึงวันเกษียณอายุ หลังเกษียณอนาคตลำบากแน่นอน

สาเหตุที่มีเงินสะสมต่ำ เพราะว่า แต่ละเดือนจ่ายเงินสมทบกองทุนไม่ถึง 30% โดยเฉลี่ยจ่ายเพียง 3% เท่านั้น เมื่อรวมกับเงินสมทบจากนายจ้างอีก 6% ถือว่าต่ำมาก และที่สำคัญก็คือ เลือกลงทุนไม่เป็น มีการลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเพียง 15–16% ของเงินกองทุน แต่อีก 85% นำไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า

แม้การลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยง แต่ถ้าลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ก็มีกำไรดีในระยะยาว

การวางแผนการเงินที่ดีจะต้องทำอย่างไร คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้เขียนเป็นบทความลงใน วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนมกราคม เรื่อง “ข้อคิดในการจัดการเงินปี 2561” เพื่อ วางแผนการเงินส่วนบุคคลและครอบครัว ไว้ถึง 10 ข้อ ใครสนใจก็ไปหามาอ่านได้ แล้วบั้นปลายชีวิต ทุกคนจะมีเงินใช้อย่างพอเพียงก่อนตาย อย่าไปฝันหวานว่าลูกหลานจะเลี้ยง ช่วยตัวเองดีที่สุดครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ “Wealth Advice สร้างโอกาสให้คนไทยมีเงินพร้อมใช้ในระยะยาว” 17 ม.ค. 2561 11:10 ไทยรัฐ