วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษียณต้องมีเงินอย่างต่ำ 3 ล้าน


คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. ได้จัดสัมมนาประจำปี เมื่อวันจันทร์ในหัวข้อ Capital Market for All ตลาดทุนสำหรับทุกคน มีหัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือ “Wealth Advice สร้างโอกาสให้คนไทยมีเงินพร้อมใช้ในระยะยาว” โดยมี คุณรพี สุจริตกุล และ คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นวิทยากร

Wealth Advice เป็นหนึ่งใน แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ของ ก.ล.ต. (2561–2563) มุ่งเน้นให้คนไทยได้รับคำแนะนำที่มีคุณภาพ สนับสนุนให้มีผู้ให้บริการวางแผนการเงินในระยะยาวเพิ่มมากขึ้น เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในระยะยาว

ตลาดทุนไทยวันนี้ ต้องขอบอกว่าใหญ่มาก จากตัวเลขปี 2559 ที่อ้างอิงในเวทีสัมมนาระบุว่า Market Cap หรือ มูลค่าหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ปี 2559 มีมูลค่ารวม 15.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 111% ของจีดีพีประเทศไทย มูลค่าคงค้างของ ตราสารหนี้ภาคเอกชน 2.8 ล้านล้านบาท มูลค่าคงค้าง ตราสารหนี้ภาครัฐ 8.0 ล้านล้านบาท และ สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 13.9 ล้านล้านบาท

เมื่อรวมกันแล้ว ตลาดทุนไทย ณ สิ้นปี 2559 มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 40.3 ล้านล้านบาท เป็นมูลค่ามหาศาลที่ผมเองก็ไม่เคยคิดมาก่อน ขณะที่เรายังมีคนจนรายได้ต่ำกว่าปีละ 30,000–100,000 บาท ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาลถึง 11.4 ล้านคน คิดเป็น 17.27% ของประชากรไทย 66 ล้านคน

ผมลองคิดจาก Market Cap ณ วันที่ 15 มกราคม 2561 ซึ่งมีมูลค่ารวม 18.28 ล้านล้านบาท มูลค่าหุ้นในตลาดของ 600 กว่าบริษัท จะมีมูลค่ามากกว่าจีดีพีประเทศไทยของคนไทย 66 ล้านคน ถึง 130% เลยทีเดียว

สะท้อนถึงภาพ “รวยกระจุก จนกระจาย” ได้อย่างชัดเจน

ไปดูข้อมูลกันต่อครับ มูลค่าตลาด 15.6 ล้านล้านบาท ที่คิดเป็น 1.1 เท่าของจีดีพีประเทศไทย เป็นความมั่งคั่งของคนเพียง 8.3 ล้านคนเท่านั้น จากประชากรไทยจำนวน 66 ล้านคน ความมั่งคั่งของคน 8.3 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้ที่ลงทุนผ่านโบรกเกอร์ 1.5 ล้านคน ลงทุนผ่านกองทุนรวม 2.8 ล้านคน ลงทุนผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3 ล้านคน ลงทุนผ่าน กบข. 1 ล้านคน

ถ้าหักคนยากจน 11.4 ล้านคนออกไป ก็จะมีคนไทยอีก 46.3 ล้านคน ที่ไม่มีการลงทุนเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว เป็นตัวเลขที่น่าตกใจนะครับ รัฐบาลไทยในอนาคตไม่มีทางเลี้ยงดูคนไทยทุกคนอยู่แล้ว แม้จะเข้าสู่ สังคมผู้สูงวัย ก็ตาม ทุกคนต้องช่วยตัวเอง

คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. เคยแถลงก่อนหน้านี้ว่า จาก งานวิจัยของ ก.ล.ต. ระบุว่า จำนวนเงินที่เพียงพอรองรับการใช้จ่ายในวัยเกษียณไปอีก 20 ปี หลังจากอายุ 60 จะต้องมีเงินออมไว้อย่างน้อย 3 ล้านบาท เท่ากับว่า ในช่วงวัยทำงานต้องมีเงินสะสมประมาณเดือนละ 10,000 บาททุกเดือน แต่จากการสำรวจสมาชิกกองทุนสำรอง เลี้ยงชีพ 3 ล้านคนในปัจจุบันพบว่า มีสมาชิกถึง 50% ที่มีเงินสะสมไม่ถึง 1 ล้านบาท เมื่อถึงวันเกษียณอายุ หลังเกษียณอนาคตลำบากแน่นอน

สาเหตุที่มีเงินสะสมต่ำ เพราะว่า แต่ละเดือนจ่ายเงินสมทบกองทุนไม่ถึง 30% โดยเฉลี่ยจ่ายเพียง 3% เท่านั้น เมื่อรวมกับเงินสมทบจากนายจ้างอีก 6% ถือว่าต่ำมาก และที่สำคัญก็คือ เลือกลงทุนไม่เป็น มีการลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเพียง 15–16% ของเงินกองทุน แต่อีก 85% นำไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนน้อยกว่า

แม้การลงทุนในหุ้นจะมีความเสี่ยง แต่ถ้าลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี ก็มีกำไรดีในระยะยาว

การวางแผนการเงินที่ดีจะต้องทำอย่างไร คุณวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ได้เขียนเป็นบทความลงใน วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนมกราคม เรื่อง “ข้อคิดในการจัดการเงินปี 2561” เพื่อ วางแผนการเงินส่วนบุคคลและครอบครัว ไว้ถึง 10 ข้อ ใครสนใจก็ไปหามาอ่านได้ แล้วบั้นปลายชีวิต ทุกคนจะมีเงินใช้อย่างพอเพียงก่อนตาย อย่าไปฝันหวานว่าลูกหลานจะเลี้ยง ช่วยตัวเองดีที่สุดครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”