วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งสปีดแชมป์อาหาร-เครื่องดื่มอาเซียน "โออิชิ" โชว์เหนือคู่แข่ง!

บิ๊ก “โออิชิ” เร่งสปีดให้ทุกธุรกิจทั้งอาหารและเครื่องดื่มบรรลุเป้าตามวิสัยทัศน์ 2020 ของไทยเบฟฯ บริษัทแม่ เดินหน้าปักหมุดเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ และร้าน “ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์” ในกลุ่มประเทศอาเซียน หวังยึดตลาดครองแชมป์ผู้นำทุกตลาดในอาเซียนปี 2563

นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป้าหมายปี 2561 โออิชิ กรุ๊ป ยังคงเดินหน้ามุ่งสู่วิสัยทัศน์ 2020 หรือปี 2563 ของบริษัทแม่ “ไทยเบฟเวอเรจ” ที่ต้องการให้ธุรกิจเครื่องดื่ม ร้านอาหาร และอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานภายใต้แบรนด์ “โออิชิ” เป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ในอาเซียน หลังเริ่มบุกขยายตลาด ทั้งเปิดร้านอาหาร ที่ใช้ “ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์” เป็นแบรนด์นำร่อง และส่งออกชาเขียวพร้อมดื่มแบรนด์ “โออิชิ” ไปต่างประเทศแล้ว อาทิ ประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ที่ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และหลายตลาดประสบความสำเร็จเกินคาด เป็นผู้นำตลาดอันดับ 1 ไปแล้ว เช่น สปป.ลาว กัมพูชา ที่ยอดขายเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิเติบโตใกล้เคียงกับเครื่องดื่มน้ำอัดลมแล้ว

“การบุกขยายตลาดต่างประเทศในทุกตลาด จะไปทั้งในรูปแบบเทรดดิ้งหรือซื้อขายตามแนวตะเข็บชายแดนหาพันธมิตรร่วมลงทุน และเปิดศูนย์กระจายสินค้าในต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งตลาดต่างประเทศเติบโตมากถึง 53% ขณะที่ตลาดในประเทศก็ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่นและเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม ดังนั้น เป้าหมายปี 2561

โออิชิ กรุ๊ป จะเดินหน้าต่อเพื่อรักษาความเป็น The Best, The Most and The One ของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นที่ได้มาในปี 2560 โดยใช้กลยุทธ์หลัก 4 ข้อ คือ 1.การเข้าถึงผู้บริโภค 2.นวัตกรรม 3.การใช้ดิจิทัลขับเคลื่อนธุรกิจ 4.สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง”

ทั้งนี้ ผลประกอบการของบริษัท ในปีงบประมาณ 2560(ต.ค.2559-ก.ย.2560) ทำรายได้รวมแตะ 13,551 ล้านบาท มีผลกำไร 1,443 ล้านบาท โดยธุรกิจเครื่องดื่มทำรายได้ 7,054 ล้านบาท กำไร 1,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.8% เป็นผลจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และกลยุทธ์การตลาดที่โดนใจผู้บริโภค ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 46% ขณะที่อันดับ 2 คือ อิชิตัน มีส่วนแบ่งตลาด 34% ส่วนธุรกิจอาหารทำรายได้ 6,497 ล้านบาท กำไร 210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.5%

นางนงนุชกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม “โออิชิ” ในตลาดประเทศไทยเป็นผู้นำทุกช่องทางจัดจำหน่ายและเติบโต 5% สวนกระแสภาพรวมตลาดชาเขียวพร้อมดื่มที่มีมูลค่า 16,000 ล้านบาท และติดลบ 6% ในปี 2560 เป็นผลจากการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง ซึ่งตอบโจทย์ตรงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ อาทิ โออิชิ องุ่น เคียวโฮ ที่มียอดขายเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด

สำหรับกลุ่มธุรกิจร้านอาหารปี 2561 ได้เตรียมเงินลงทุนไว้ 400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปิดร้านใหม่และปรับปรุงร้านเดิมที่มีอยู่ ควบคู่กับศึกษาเทรนด์และความต้องการของตลาดในการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆเพิ่ม ขณะที่ธุรกิจ อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานหรือ Packaged Food ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพและมีโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยน เริ่มมองหาความสะดวกสบายในการบริโภคอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น ดูจากภาพรวมตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานที่เติบโตขึ้นทุกๆปี ปีละไม่ต่ำกว่า 10% ปี 2020 หรือ 2563 คาดว่าตลาดน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท

“โออิชิมีโอกาสทำให้ธุรกิจอาหารกลุ่มนี้เติบโตได้อีกมาก เพราะพบว่าตลาดประเทศไทยยังมีการบริโภคอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานต่อคนต่อปีน้อยมากหรือมีเพียง 700-800 กรัมเท่านั้น ขณะที่ออสเตรเลียมีการบริโภคต่อคนต่อปีสูงถึง 3 กิโลกรัม โดยโออิชิจะพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกสู่ตลาดต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ชีวิตสำเร็จรูปและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค”.

บิ๊ก “โออิชิ” เร่งสปีดให้ทุกธุรกิจทั้งอาหารและเครื่องดื่มบรรลุเป้าตามวิสัยทัศน์ 2020 ของไทยเบฟฯ บริษัทแม่ เดินหน้าปักหมุดเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ และร้าน “ชาบูชิ บุฟเฟ่ต์” ในกลุ่มประเทศอาเซียน... 17 ม.ค. 2561 10:14 17 ม.ค. 2561 10:19 ไทยรัฐ