วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กป้อม’ ลั่นผิดก็ออก ยันแทรกแซง ป.ป.ช.ไม่ได้

หลังถูกปูดนาฬิกาหรูเรือนที่ 24 ‘บิ๊กตู่’ แจงซํ้าอีกปชต.ไทยนิยม มีจิตสำนึก-อุดมการณ์ตรงกัน

“บิ๊กตู่” ออกโรงแจงคำจำกัดความ “ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม” ระบุความหมายคือประชาธิปไตยที่คนไทยมีจิตสำนึก อุดมการณ์อันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อสร้างชาติมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ยันไม่ทิ้งสาระหลักประชาธิปไตยสากล และไม่ใช่แบบที่เป็นอย่างทุกวันนี้ วอนนักการเมืองอย่าบิดเบือน ลุยแหลกแก้จนคนชั้นล่าง ใช้โมเดลจีน ตั้ง 7,800 ทีมลุยเจาะถึงอำเภอ ตั้งเป้าอัดงบช่วยผู้มีรายได้น้อยไปเรื่อยๆ ออกตัวไม่เคยหวังผลแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนเสียง พร้อมปัดดูดพลังชลแลกพักโทษ “กำนันเป๊าะ” เพจดังเปิดอีกนาฬิกาหรูเรือนที่ 24 “บิ๊กป้อม” ประกาศพร้อมลาออกถ้า ป.ป.ช.ชี้ผิด ย้ำไปแทรกแซงไม่ได้ เผยนาฬิกาเพื่อนเอามาให้ใส่ ส่งคืนหมดทุกเรือน นายกฯปรามนักการเมืองอย่าฉวยจังหวะสร้างเครดิต สนช.เข้าชื่อจ่อยื่นศาล รธน.ตีความกฎหมายลูก ป.ป.ช. คาด 18 ม.ค. ชื่อครบส่งถึงมือประธาน “มีชัย” ย้ำควรยื่นเพื่อตัดปัญหาวันหน้า

สืบเนื่องจากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) พูดถึงแนวทางประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ระหว่างให้โอวาทกับเด็กและเยาวชน ในวันเด็กแห่ง ชาติ 13 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมา จนถูกนักการเมืองตั้งเป้าโจมตีว่าเป็นการพูดเปิดทางให้ใช้อำนาจอื่นมาปะปนกับประชาธิปไตย ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบหลักสากลนั้น

นายกฯแจงความหมาย ปชต.ไทยนิยม

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. เวลา 08.30 น. ที่หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 62/2561 โดยให้สัมภาษณ์ประเด็นการเมือง ที่ระบุถึงประชาธิปไตยแบบไทยนิยม จนถูกนักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ขอโอกาสชี้แจงเพราะพาดหัวมาหลายวันแล้ว ประชาธิปไตยไทยนิยมของตนคือ ทำคนไทยเข้าใจประชาธิปไตยที่ถูกต้องดีกว่าเดิม ลึกซึ้ง แต่ต้องเป็นไปตามกติกาโลกด้วย ทำสิ่งดีงาม มุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ นิยมการศึกษา นิยมการเลือกตั้ง คนไทยอารมณ์ศิลปินรักชอบเกลียดแรง ชอบอะไรก็ชอบ รักอะไรก็รัก เกลียดอะไรก็เกลียด บางคนก็รักๆ เกลียดๆ เกลียดข้างนี้บ้าง เกลียดข้างโน้นบ้าง แต่ ตนไม่เคยเกลียดใคร เพราะทุกคนคือคนไทยทั้งสิ้น เว้นแต่หลายคนเขาเกลียดตน ในนามหัวหน้ารัฐบาล ในนามหัวหน้า คสช. ตนมีตำแหน่งเยอะ แต่มีเจตนาอันบริสุทธิ์ที่จะทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ใครคิดว่าปลอดภัยอยู่แล้วก็โอเค ใครที่คิดว่ายังไม่ปลอดภัยตนก็ทำให้ ก็แล้วแต่คนจะคิด ห้ามความคิดคนไม่ได้

อย่าบิดเบือน ยันไม่ทิ้ง ปชต.สากล

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงนิยามของประชาธิปไตยไทยนิยมอีกครั้งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องอยู่หลายวัน ได้พูดในเรื่องประชาธิปไตยไทยนิยม มีหลายคนไปบิดเบือนว่าจะไม่ไปสู่ประชาธิปไตยสากลหรือจะเป็นแบบที่ตนเป็นอยู่วันนี้ ไม่ใช่เลย ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบใดก็ตาม มันจะต้องไม่ทิ้งกลไกหรือทิ้งสาระสำคัญของคำว่าประชาธิปไตยอันเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส และเป็นธรรม

แสวงจุดร่วมหนึ่งเดียวของคนไทย

“การที่ผมต่อเติมไปด้วยว่าไทยนิยมหมายความ ว่าประเทศไทยท่านต้องสังเกตดู การจะทำอะไรให้สำเร็จ มันต้องสร้างจิตสำนึกร่วมกันให้ได้ ผมจึงใช้แนวคิดของตนเองคืออะไรที่ชอบก็ชอบ สนับสนุนตลอดทุกอย่าง อะไรที่ไม่ชอบก็ไม่สนับสนุน ผมจึงคิดว่าต้องหาประชาธิปไตยที่คนไทยทั้งหมดทุกพวกทุกฝ่ายเข้าใจและมีอุดมการณ์อันเดียวกันที่จะทำให้ประเทศชาติเรามั่นคง มั่งคั่งอย่างยั่งยืน นั่นคือไทยนิยมของผม การจะทำอะไรต่างๆ คนไทยต้องทำให้ทุกคนยอมรับให้ได้ และการยอมรับให้ได้คือต้องไม่ทิ้งกลไก ทิ้งสาระสำคัญของการเป็นประชาธิปไตยสากลของเรา เพราะเราเป็นประเทศประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อย่าไปกังวลกันตรงนี้ว่าไทยนิยมคือไทยนิยมของผม มันไม่ใช่ ไทยนิยมคือคนไทย ทั้งหมดนิยมประชาธิปไตยที่มันถูกต้อง หลายคนหลายฝ่ายก็ไม่เข้าใจ” นายกฯกล่าว

ตั้ง 7,800 คณะแก้จนถึงระดับอำเภอ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ช่วงนี้มีหลายปัญหาทับซ้อนการทำงานที่ต้องแก้กันต่อไปด้วยกฎหมายและกระบวนการต่างๆ เรากำลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และตามแผนการปฏิรูป แก้ปัญหาความยากจน ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการนโยบายขับเคลื่อนการใช้งบประมาณของทุกกระทรวง ทบวง กรม สอดรับกับความต้องการของประเทศ จะเชื่อมโยงการปรองดองสมานฉันท์ร่วมกับมาตรการแก้ไขความยากจน เพิ่มประสิทธิภาพประเทศ จะมีคณะทำงานระดับรัฐบาลลงสู่ระดับจังหวัด ตำบล อำเภอ รวม 7,800 กว่าชุด ลงไปเดินข้างล่างทั้งหมดเพื่อสอบถาม หาแนวทางที่ประชาชนต้องการ ซึ่งมีความแตกต่างกัน เป็นการใช้หลักการคล้ายกับที่ประเทศจีนทำมา 5 ปีที่แล้ว เป็นสูตรที่ตรงกัน

ยันไม่เคยคิดหวังผลคะแนนเสียง

“การลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 1 และ 2 ไม่อยากให้สังคมเข้าใจว่าเราทำเพื่อรักษาคะแนน เสียง หรือหาคะแนนเสียงไปสู่อนาคตการเป็นนายกรัฐมนตรีอะไรทำนองนี้ ตนไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่คิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าเวลาไหน ผมจะอยู่ไม่อยู่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่เป็นเรื่องที่เราต้องทำให้ประชาชนที่เดือดร้อนในวันนี้ ให้เขามีความสุข ไม่ใช่ทำเพื่อการเมือง หากทุกอย่างเราผลักดันเป็นการเมืองทั้งหมด มันก็ตีกันอยู่แบบนี้ และเกิดความขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ ต้องดูว่าประเด็นที่เราทำในวันนี้มันตรงความต้องการประเทศหรือไม่” นายกฯกล่าว

วางแผนช่วยผู้มีรายได้น้อยยาวๆ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า สิ่งที่รัฐบาลทำ 3 ปีที่ผ่านมามีอะไรที่แก้ไขแล้วบ้างในเชิงฟังก์ชัน เชิงนโยบาย เชิงบูรณาการ ทุกอย่างยืนยัน ตนได้ ปรึกษาหารือฝ่ายกฎหมาย กฤษฎีกา กระทรวงการคลังทั้งหมด สามารถทำได้ ฉะนั้นการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 62 มีวงเงินที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ และจะตั้งงบประมาณเกินดุลเท่าไหร่ อะไรต่างๆ ที่ต้องเร่งรัดพัฒนาในช่วงปีที่ยังเหลืออยู่ จำเป็นต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายกลางปีขึ้นมา การให้ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบ 2 ที่เดินหน้า ไม่ใช่เป็นการจ่ายเงิน ทุกคนต้องมาแจ้งความประสงค์ว่าจะทำอะไรจึงจะเพิ่มเงินได้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะไปเพิ่มให้ 200-300 บาท แบบนั้นทำไม่ได้ และไม่ทำอยู่แล้ว ส่วนครั้งแรกที่ทำเพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนมาลงทะเบียน ตนถึงบอกว่าคนไทยมันต้องไทยนิยม ทุกคนต้องเข้ามาร่วมมือ และเราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับเขาในระยะที่ 2 และอาจต้องมีระยะที่ 3 และ 4 ไปเรื่อยๆ จะทำอย่างไรในเมื่อประชาชนเขาเดือดร้อนในเวลานี้ หากใช้วิธีการที่ยากมากๆ ก็จะเกิดไม่ได้สักอัน ยืนยันว่าจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างคุ้มค่าและโปร่งใสที่สุด

ไม่มีดีลต่อรอง “พลังชล-กำนันเป๊าะ”

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ประสานกับพรรคพลังชล เพื่อต่อรองให้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ อีกครั้ง แลกกับการพักโทษนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะว่า “การเมือง การต่อรองที่มีเงื่อนไขนั้น ไม่เป็นความจริง ใครจะไปทำแบบนั้น เรื่องนี้ต้องไปดูการชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าใครเข้ากฎเกณฑ์ในการพักโทษได้บ้าง มีกติกาของกระทรวงยุติธรรมระบุไว้อย่างชัดเจน จึงไม่มีใครที่จะนำเรื่องเหล่านี้ไปเจรจาต่อรองเงื่อนไขอะไรได้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่อง”

เพจดังเปิดอีกนาฬิกาหรูเรือน 24

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบการถือครองแหวนและนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมอยู่นั้น วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ที่ออกมาเผยแพร่นาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดโพสต์ข้อมูลนาฬิกาเรือนที่ 24 ระบุข้อความว่า “เป็น Rolex Cosmagraph Daytona ขนาด 40 MM IVORY DIAL ทำจากทองคำ 18K RoseGold ราคาตลาดอยู่ที่ 1 ล้านบาท ภาพนี้ถ่ายวัน 2 ธ.ค. 2558 ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์สภากาชาดไทย นำคณะพร้อมด้วยศิลปินดาราเข้าพบ พล.อ.ประวิตร เพื่อติดเข็มสัญลักษณ์การรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลก ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล” พร้อมลงรูปภาพ พล.อ.ประวิตรสวมนาฬิกาดังกล่าวบนข้อมือข้างขวา ระบุที่มาจากบางกอกโพสต์ http://search.bangkokpost.com/search/image_detail... 

“บิ๊กป้อม” ลั่นพร้อมออกถ้า ป.ป.ช.ชี้ผิด

เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA เปิดเผยภาพนาฬิกาหรูถึง 24 เรือนว่า “เป็นการวนเอาเรือนเก่ามา ไม่เป็นไรขอให้ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ ถ้าชี้ผมผิด ผมก็ออก การทำงานของ ป.ป.ช.ไม่สามารถไปแทรกแซงได้ เพราะ ป.ป.ช.มีการดำเนินการตามขั้นตอนของเขา คงต้องรอให้เขาตรวจสอบให้เสร็จสิ้น และผมชี้แจง ป.ป.ช.ไปแล้ว”

นาฬิกาเพื่อนให้ใส่-คืนแล้วทุกเรือน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการออกมาเปิดเผยเช่นนี้รู้สึกนอยด์ หรือเสียความรู้สึกหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่นอยด์ สภาพจิตใจไม่มีอะไร” เมื่อถามว่า ปกติเป็นคนชอบสะสมนาฬิกาใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมไม่มีหรอก ผมมีเพื่อน เพื่อนเอามาให้ผมใส่แค่นั้นเอง และก็คืนเขาทั้งหมดทุกเรือน” เมื่อซักว่า ที่มีและชอบจริงๆ มีกี่เรือน พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่ขอพูดแล้ว ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า มีการระบุถึงหุ้นนาฬิกา พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี ไปเอาที่ไหนมา ต่อข้อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุหากชี้แจงเรื่องนี้ไม่ชัดเจนจะกระทบกับภาพลักษณ์นายกฯ และรัฐบาล พล.อ.ประวิตรตอบว่า ก็พูดกันไป จะพูดอย่างไรก็พูดได้

“บิ๊กตู่” วอนนักการเมืองอย่าหาเครดิต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พร้อมจี้ให้พักงานหรือลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไม่ให้เป็นภาระรัฐบาลว่า ข้อเสนอการให้พักงาน ปัญหาเรื่องนาฬิกาต่างๆ ที่นักการเมืองออกมาพูด ขอให้กลไกได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความชัดเจน ขอร้องว่าช่วงนี้อย่าใช้วาทกรรมเหล่านี้มาสร้างเวทีทางการเมือง และ พล.อ.ประวิตรก็พร้อมที่จะตอบเรื่องเหล่านี้ด้วย

ตัวเอง ขอร้องว่าอย่ามาถามตน ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่สื่อโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์กระเป๋าถือของนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ ระบุเป็นกระเป๋าแอร์เมสราคาสูงถึง 2 ล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ตอบสั้นๆ ว่า “ก็เป็นกระเป๋าของศูนย์ศิลปาชีพไง”

“หมวดเจี๊ยบ” เตือนคนหมดศรัทธา

ด้าน ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่มีแหล่งข่าวบุคคลใน คสช. ระบุ พล.อ.ประวิตรไม่ต้องแสดงสปิริต เพราะเข้ามายุติความขัดแย้ง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งนั้น ในฐานะที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้า คสช. ควรชี้แจงว่าสิ่งที่แหล่งข่าว คสช.พูดกับนักข่าวเป็นความจริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วยหรือเปล่า ว่าพวกท่านไม่จำเป็นต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองใดๆ แบบนี้ถือเป็นประชาธิปไตยแบบไทยนิยมที่ท่านพูดถึงหรือไม่ หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่ปฏิเสธ สังคมก็อาจมองว่าท่านยอมรับแล้วว่าสิ่งที่แหล่งข่าว คสช.พูดเป็นเรื่องจริง อาการอ้ำๆอึ้งๆ หลีกเลี่ยงที่จะแสดงจุดยืนของตนเองต่อกระแสข่าวนาฬิกาหรู อยากถามว่า ไม่กลัวท่าทีแบบนี้จะกระทบต่อศรัทธาของประชาชนที่มีต่อนโยบายปราบโกงของรัฐบาลหรือ ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็เคยบอกให้สังคมลดราวาศอกในเรื่องการตรวจสอบนาฬิกาหรูดังกล่าวมาแล้ว พอเป็นเรื่องคนอื่นก็ทำท่าขึงขังและใช้อำนาจเล่นงานอย่างเต็มที่ แต่พอเป็นเรื่องของพรรคพวกตัวเองกลับวางเฉย ทำเป็นมองไม่เห็น ขอเตือนให้ระวังประชาชนจะหมดศรัทธาในตัวท่าน

ซัดย่ามใจเพราะตั้งคนตรวจสอบเอง

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ปรากฏการณ์แหวนมารดา นาฬิกาเพื่อน เกิดขึ้นจากผู้กุมอำนาจลำพองใจว่าองค์กรที่จัดการ ตั้งโดยพวกเขาเอง ไม่ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ การประกาศอย่างมั่นใจว่าต้องใช้ประชาธิปไตยไทยนิยม เป็นการยืนยันว่าไทยต้องเป็นประชาธิปไตยแบบเผด็จการซ่อนรูปที่มองข้ามหัวประชาชน การกดไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมและประกาศมาตรา 44 แก้เกี้ยว ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง รวมถึงประกาศว่าตนเป็นนักการเมือง และคำอธิบายว่าการเลือกคนนอกจะเป็นนายกฯเป็นการปิดประตูรัฐประหาร โดยไม่เฉลียวใจว่าเหตุพฤษภาทมิฬเกิดเพราะการต่อต้านนายกฯคนนอก เป็นบ่อนทำลายความแข็งแกร่งของกลุ่มอำนาจ โดยประวัติศาสตร์การเมืองไทยสอนบทเรียนให้คณะรัฐประหารแล้วว่า เมื่อถึงจุดที่ประชาชนไม่ยอมอยู่ใต้เผด็จการ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแน่นอน อย่าให้ไปถึงจุดนั้นเลย

“พรเพชร” รอดู 26 สนช. ยื่นท้วง ก.ม.ป.ป.ช.

อีกด้านหนึ่งที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ล่าสุดคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทำหนังสือมายังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว ระบุ ตรงกันว่าไม่ติดใจขอตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่าย เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหาในร่างกฎหมายไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม นายพรเพชรยังไม่ได้ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะต้องการรอดูว่า จะมีสมาชิก สนช.ร่วมกันเข้าชื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในมาตรา 178 หรือไม่ ประเด็นการให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ โดยเฉพาะสมาชิก สนช. กลุ่มที่ลงมติไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงในมาตราดังกล่าว ซึ่งมีจำนวน 26 คน และ 29 คน ตามลำดับ สำหรับรายชื่อสมาชิก สนช.ที่ลงมติไม่เห็นด้วยมาตรา 178 อาทิ พล.ร.อ.กฤษฎา เจริญพานิช พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ พล.อ.อ.ชนัท รัตนอุบล นายดิสทัต โหตระกิตย์ คุณพรทิพย์ จาละ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน เป็นต้น

สนช.เริ่มเข้าชื่อยื่นตีความ ก.ม.ลูก

นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ (วิป สนช.) กล่าวถึงกรณีที่อาจมีสมาชิก สนช.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่เขียนบทเฉพาะกาลยกเว้นให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีลักษณะต้องห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 178 สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ว่า ขณะนี้เริ่มมี สนช.บางส่วนรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความประเด็นดังกล่าวกันแล้ว แต่จะครบเมื่อใดยังไม่สามารถตอบได้ อาจต้องใช้เวลา 2-3 วัน กระบวนการขณะนี้เมื่อไม่มีฝ่ายใดทักท้วงเรื่องการตั้ง กมธ.ร่วมทบทวนร่างกฎหมายดังกล่าว ประธานสนช.จะใช้เวลาตรวจสอบร่างกฎหมายประมาณ 15 วัน ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรีถือรอไว้ 5 วัน เพื่อรอดูจะมี สนช.หรือนายกฯเองจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป อย่างไรก็ตามหากมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความและผลเป็นเช่นไร สนช.ก็พร้อมยอมรับ

คาด 18 ม.ค. ได้ชื่อครบส่งประธาน

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีการรวบรวมรายชื่อสมาชิก สนช.ที่ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในบทเฉพาะกาลมาตรา 178 ที่ให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีลักษณะต้องห้ามขัดกับรัฐธรรมนูญสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ยังได้รายชื่อไม่ครบ 1 ใน 10 หรือ 25 คน ตามมาตรา 148 คาดว่าจะได้รายชื่อครบภายใน 1-2 วัน ยื่นต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้ในวันที่ 18 ม.ค. เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีกระแสสังคมไม่เห็นด้วยมาตรา 178 สนช.จึงเข้าชื่อกัน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน

“มีชัย” ย้ำเหตุผลควรยื่นศาล รธน.

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอแนะให้สมาชิก สนช.ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นการให้กรรมการ ป.ป.ช.บางรายอยู่ต่อแม้ขัดรัฐธรรมนูญ ว่า ตอนนี้กฎหมายยังไม่ถึงมือนายกฯเพื่อนำสู่การทูลเกล้าฯ ได้ยินว่า สนช.กำลังรวมรายชื่ออยู่คงจะส่งไป ตนเห็นว่าการไปยื่นมันจะส่งผลดี ทำให้ข้อสงสัยที่มีเหตุอันควรจะได้ข้อยุติกับทุกฝ่าย เพราะหากปล่อยไปวันข้างหน้า มีคนยกขึ้นมาไปฟ้องศาล และหากศาลชี้ว่าไม่ถูกต้องก็จะเป็นปัญหา จะเกิดการตั้งคำถามต่อไปอีกว่า แล้วระหว่างที่ทำหน้าที่นั้นถูกต้องหรือไม่ ใครที่ถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบก็อาจไปฟ้อง โต้แย้งกันบานปลายไปใหญ่ เราถึงได้บอกเป็นแนวว่ากังวล แต่ขึ้นกับ สนช.จะตัดสินใจ สาเหตุที่ กรธ.ไม่ทำความเห็นแย้งให้ตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่ายนั้น เนื่องจากไม่ใช่เรื่องขัดเจตนารมณ์ แต่เป็นปัญหาขัดรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง สนช.ก็เห็นชอบด้วยเสียงข้างมาก หากตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย ก็ไม่ได้มีอำนาจวินิจฉัย แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ทำแบบนั้นจึงไม่มีประโยชน์ ล่าช้าด้วยซ้ำไป

ปัดไร้ใบสั่ง-ชี้ สนช.ยื่นร้องจะหล่อกว่า

เมื่อถามว่า กรณีนี้มีใบสั่งหรือไม่ สนช.อาจไม่กล้ายื่นเรื่องเพราะกลัวไม่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.ที่คสช.แต่งตั้ง นายมีชัยตอบว่า ถ้ามีแล้ว กรธ.จะตั้งข้อสังเกตให้ สนช.ทำไม ใบสั่งสั่งให้คนทำผิดรัฐธรรมนูญไม่ได้หรอก กรธ.ไม่ได้บอกให้ สนช.ไปยื่นศาล แต่บอกว่ากังวลอาจขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งการวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญ จึงแจ้งมายัง สนช.จะเห็นอย่างไรก็แล้วแต่ ส่วนเรื่อง ส.ว.ตนคิดว่าคนที่ยื่นสมควรได้รับเลือกมากกว่าอีก ถือว่ารอบคอบดี เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยกรณีที่ สนช.ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ในตำแหน่งต่อไป ทั้งที่คุณสมบัติไม่ครบแล้ว นายมีชัยตอบว่า ศาลเคยชี้คุณสมบัติ ไม่ใช่ลักษณะต้องห้ามแบบในครั้งนี้ ถ้าศาลบอกเหมือนกรณีผู้ตรวจฯ ไม่รับไว้พิจารณาก็จบ แต่ที่กรธ.กังวลในเรื่อง ป.ป.ช.นั้นคนละส่วน

“ดิสทัต”แจงค้านเพราะฟังเหตุผล กรธ.

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะสมาชิก สนช. กล่าวถึงกรณีลงมติไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประเด็นต่ออายุกรรมการ ป.ป.ช.ว่า การลงมติดังกล่าวตนใช้สิทธิในฐานะสมาชิก สนช. ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ที่ลงมติไม่เห็นชอบเพราะเห็นด้วยกับเหตุผลของกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อยและ กรธ. ขอยืนยันว่าไม่มีใครมาล็อบบี้ ตนว่าจะต้องลงมติอย่างไร เป็นการใช้ดุลพินิจของตัวเอง แต่เมื่อที่ประชุม สนช.เสียงข้างมากเห็นชอบ ตนในฐานะสมาชิก สนช.ก็น้อมรับตามกติกา เมื่อถามว่า มีการมองว่าเพราะมีความสนิทสนมกับ กรธ.โดยเฉพาะกับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. จึงลงมติไม่เห็นชอบ นายดิสทัตตอบว่า ย้ำว่าที่โหวตแบบนั้นเพราะเชื่อในเหตุผลของ กรธ. และกรรมาธิการฯเสียงข้างน้อย ไม่ใช่เพราะสนิทกับนายมีชัย ส่วนที่มีข่าวว่าสมาชิก สนช.บางส่วนจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ถ้าจะมีสมาชิก สนช.คนใดติดใจในประเด็นดังกล่าว ย่อมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และตนไม่ติดใจที่จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ

“บิ๊กตู่” แจงยังไม่ถึงเวลาตัดสินใจ

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเสนอให้นายกฯยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เกี่ยวกับวาระของกรรมการ ป.ป.ช. ที่อาจขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ไม่ใช่ขั้นตอนของตน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของ สนช. ซึ่งเขาทำเองได้ ก็ฟ้องได้ เว้นแต่ว่าหากส่งกลับมาที่ตนเพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนั้นตนต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญ

ปรับคำสั่ง-ประกาศ คสช.เป็น ก.ม.

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาทบทวนคำสั่งหัวหน้า คสช.และประกาศ คสช. ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ทั้งหมด เพื่อปรับให้เป็นกฎหมายปกติรองรับการเลือกตั้งว่า ต้องนำทุกเรื่องมาประมวล คณะกรรมการกฤษฎีกาได้รวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง ว่าออกไปกี่ฉบับ เวลาแก้ไขจะได้ดูง่าย เหมือนสมัยตอนที่มีการปฏิวัติครั้งก่อนๆ เมื่อออกคำสั่งต่างๆ ภายหลังก็ทบทวนเนื้อหา เปลี่ยนชื่อเมื่อเข้าสู่ระบบปกติ ครั้งนี้คำสั่งและประกาศ คสช.ออกด้วยความระมัดระวัง เป็นการปลดล็อกข้อขัดข้อง ไม่ได้สร้างระบบใหม่หรือสร้างกติกาใหม่

ชงกฎหมาย ลต.ท้องถิ่น ครม.นัดหน้า

นายดิสทัตยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ว่าด้วยการเลือกตั้ง 6 ฉบับว่า จนถึงขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ส่งความเห็นกลับมา อ้างว่าต้องรอเข้าที่ประชุมใหญ่ กกต.ก่อน และอยากเสนอร่างของ กกต.มาประกบด้วย ทำให้ไม่เห็นความเคลื่อนไหว ส่วนกระทรวงมหาดไทยส่งมาแล้ว สำหรับการประชุม ครม.นัดหน้า คณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอร่างที่ทำไว้เสร็จแล้วให้ ครม.รับรู้ชั้นหนึ่งก่อนเพื่อฟังความเห็น ระหว่างนี้ก็รอ กกต.ส่งมาประกบอีกครั้ง ถ้ารอทั้งหมดจะถูกมองว่าดึงเรื่อง ทั้งนี้เคยเร่งไปแล้ว และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เรียกมาคุยหลายครั้งแล้ว

กกต.ติงร่างฯกฤษฎีกาจัด ลต.ไม่ได้

ด้านนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผอ.สำนักบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ และรักษาการรองเลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ... ตามที่สำนักงานเสนอ โดยแก้ไขเนื้อหาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องใน 4 ประเด็น อาทิ อำนาจของ กกต.ที่เปลี่ยนแปลงไป อำนาจการสั่งเลือกตั้งใหม่หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สิทธิสมัคร เป็นของศาลอุทธรณ์ โดยคาดว่าจะเสนอร่างไปยัง ครม.ในวันที่ 26 ก.พ. อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมห่วงใยกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอร่างกฎหมายท้องถิ่นให้ ครม.พิจารณาสัปดาห์หน้า เพราะไม่แน่ใจว่าร่างฯที่จะเสนอ เป็นร่างฯที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไขที่มีเพียง 5 มาตราหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่สามารถจัดเลือกตั้งท้องถิ่นได้ แต่ถ้าพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้เสร็จแล้วก็สามารถจัดเลือกตั้งท้องถิ่นได้ทุกประเภท

นายกฯแจงตั้งกุนซือ 8 อดีต รมต.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งอดีต 8 รัฐมนตรี ให้เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของนายกฯ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ว่า การแต่งตั้งจะใช้ความรู้ความสามารถและการทำงานร่วมกันมา รู้ปัญหา ต่างๆดี มีหน้าที่สนับสนุนช่วยเหลือการทำงานของรัฐบาลและนายกฯ รวมถึงชี้แจงสร้างความเข้าใจ ประชาสัมพันธ์ เพราะถือว่าทุกคนคือครอบครัวในการทำงานของตน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ใดๆ ตนรู้ว่าใครไม่มีผลประโยชน์อย่างไร แต่เท่าที่ดูแล้ว ยังไม่มีใครได้ผลประโยชน์จากการมาเป็นรัฐมนตรีกับตนสักคน

โวผลงานรอดบัญชีดำละเมิดลิขสิทธิ์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ระบุสำนักงานผู้แทนการค้า สหรัฐอเมริกา ออกรายงานทบทวนรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงทั่วโลก ประจำปี 2560 ที่ไม่มีชื่อย่านการค้า หรือศูนย์การค้าในไทยเป็นตลาดที่มีการละเมิดสูงแม้แต่แห่งเดียวว่า เป็นที่น่ายินดีที่การประกาศประเทศและพื้นที่ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีไทยเลย แสดงให้เห็นผลงานของเรา การจับกุมกวาดล้างนับสิบแห่ง นำมาเผาทำลายก็เป็นผลงาน ที่ผ่านมาไม่เคยทำได้ เราหยุดแก้ไม่ได้ทั้งเรื่องปราบปรามลิขสิทธิ์ ประมงผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ ทุกอย่างต้องเดินหน้า ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ปัญหาภายในของเราเองด้วย

ส่ง “ทูตแสบ” ร่วมวงถกกดดันโสมแดง

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการประชุมรัฐมนตรีการต่างประเทศ ที่จัดขึ้นที่นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา วันที่ 16 ม.ค. หารือมาตรการร่วมกันกดดันเกาหลีเหนือว่า ได้มอบหมายนายวีรชัย พลาศรัย ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เป็นผู้แทนประชุม เนื่องจาก รมว.ต่างประเทศมีภารกิจ ที่ประเทศบรูไน และแจ้งเจ้าภาพรับทราบแล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าจะประชุมเรื่องอะไร คิดว่าเราต้องแสดงบทบาทในการแก้ปัญหาทางสันติวิธี

บินร่วม 25 ปีอาเซียน-อินเดีย 25 ม.ค.

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ตอบรับเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ในโอกาสครบรอบ 25 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ที่กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย วันที่ 25-26 ม.ค. พร้อมร่วมฉลองวันสถาปนาสาธารณรัฐอินเดีย ครั้งที่ 69 โดยจะให้ความเห็นชอบร่างปฏิญญาเดลี ที่แบ่งเป็นสาขาการเมือง ความมั่นคง ยืนยันธำรงรักษาสันติภาพความปลอดภัยและความมั่นคงทางทะเล เสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านภูมิภาค และการใช้ประโยชน์ในทะเลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจเสริมสร้างนโยบายไอซีที สร้างขีดความสามารถเชื่อมโยงทางดิจิทัล สานต่อความร่วมมือความมั่นคงทางอาหารและ พลังงาน และด้านสังคมและวัฒนธรรม เสริมสร้างเชื่อมโยงอารยธรรมและประวัติศาสตร์ผ่านการ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และสร้างความเข้มแข็งจัดการภัยพิบัติและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

แนะชาวสวนยางยกระดับอาชีพ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้รับรายงาน ผลหารือระหว่าง 4 สมาคมยางพารา คือ สมาคมยางพาราไทย สมาคมน้ำยางข้นไทย สมาคมผู้ผลิตถุงมือยางแห่งประเทศไทย และสมาคมธุรกิจไม้ยางพาราไทย กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนให้สวนยางพาราของเกษตรกรได้รับมาตรฐานของสภาพิทักษ์ป่า (FSC) ที่กำหนดให้ต้องปลูกในพื้นที่ที่ถูกต้อง ห้ามบุกรุกป่า เพื่อความยั่งยืนของป่าไม้ จึงอยากให้เกษตรกรทราบและปรับตัว โดยรัฐบาลจะจัดโซนนิ่งการเพาะปลูก และควบคุมปริมาณให้เหมาะสม ถ้าต้องการส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรปหรืออียู สหรัฐอเมริกาก็ต้องปฏิบัติตาม ถ้าผ่านมาตรฐานดังกล่าวจะทำให้มีโอกาสขยายไปยังประเทศอื่นที่มีศักยภาพ และช่วยเพิ่มมูลค่ายางพาราให้สูงขึ้น

ศาลฎีกาเพิกถอนคำสั่งปลด “มาร์ค”

นายบัณฑิต ศิริพันธ์ ทนายความในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ที่ออกคำสั่งปลดนายอภิสิทธิ์ออกจากราชการทหารย้อนหลัง 23 ปี เปิดเผยหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีนี้ว่า ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เพราะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่อไปทางไม่สุจริต โดยคำสั่งปลดโจทก์ในขณะที่ไม่ได้อยู่ในราชการ และไม่เคยถูกตั้งกรรมการสอบวินัย หรือถูกสั่งพักราชการ หรือไม่ได้หนีราชการ จำเลยจึงไม่มีอำนาจสั่งปลด ทั้งยังถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ของโจทก์อีกด้วย

“บิ๊กตู่” ออกโรงแจงคำจำกัดความ “ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม” ระบุความหมายคือประชาธิปไตยที่คนไทยมีจิตสำนึก อุดมการณ์อันหนึ่งอันเดียวกันเพื่อสร้างชาติมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ยันไม่ทิ้งสาระหลักประชาธิปไตยสากล... 17 ม.ค. 2561 00:10 ไทยรัฐ