วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาว ‘ณิชา’ ส่อแค่แพะรับบาป ฝากขอบคุณผบ.ตร.ร่วมกันจับคนร้ายได้

ลุ้นระทึกคดี “ณิชาโมเดล” แววส่อแพะ รับบาป หลังถูกสอบเค้นตั้งแต่บ่ายยันตี 3 คลี่ปมเงิน 6 ล้าน และการแจ้งขอทำบัตรใหม่ ระบุทำหายในร้านสะดวกซื้อ ถูกสวมรอยขอรับตัดหน้า ด้านณิชาเผยอยากเข้าขอบคุณ ผบ.ตร.ที่เร่งรัดคลี่คลายคดีจนจับคนร้ายตัวจริงได้ และให้คดีนี้เป็นกรณีศึกษาเหยื่อขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ล่าสุดชุดสืบสวนหิ้วสาวผมเดดล็อกยืนคู่กับไซม่อนไปสอบเค้น ตะลึงพบแก๊งโรแมนซ์สแกมหัวหมอส่งรูปตำรวจชุดจับกุมเข้ากลุ่มไลน์จะได้หนีทัน ตำรวจจ่อแถลงฟันธง 17 ม.ค.นี้ ส่วนคดีสาวเมืองชลโดนขโมยบัตรไปเปิดบัญชีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รถปลดทุกข์ไทยรัฐทีวีประสานสภาทนายความยื่นมือเข้าช่วยปลดทุกข์ให้แล้ว

กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ตกเป็นผู้ ต้องหาฉ้อโกง หลังทำบัตรประชาชนหาย ตกไปอยู่ในมือแก๊งโรแมนซ์สแกมสวมรอยเปิดโทรศัพท์ 3 ค่าย 4 เบอร์ บัญชีธนาคาร 7 แห่ง 9 บัญชี ให้เหยื่อ โอนเงินยอดหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท ถูกศาลจังหวัดตากออกหมายจับข้อหาฉ้อโกง คุมขังในเรือนจำจ.ตากถึง 3 วัน จนตำรวจจับกุม น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารย่านถนนเพชรเกษม ในพื้นที่ สน.หลักสอง แต่ชุดสืบสวนยังไม่พ้นบ่วงสงสัยเรียกเข้ามาสอบสวนที่ สน.ห้วยขวาง กลางดึกยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ปมเงิน 6 ล้านในบัญชี และการแจ้งทำบัตรหลายครั้ง ขณะที่ฟากชุดเฉพาะกิจของ บช.ทท. บก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคาร ลงพื้นที่สอบเค้นน.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาขยายผลถึง น.ส.เจรติ หรือแอน สายสิญจน์ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ในข้อหาฉ้อโกง นำบัตรประชาชน น.ส.ณิชาไปเปิดบัญชี และติดต่อ กับนายไซมอน ชาวแคเมอรูน กระทั่งตามไปจับกุมได้ขณะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ย่านรัชดา เมื่อวันที่ 29 พ.ย.60 พบชื่อ น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ ในกระเป๋าเงิน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินหาความเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน ส่วนนายอายัค ไซมอน อีโค้ว หรือ ไซมอน หรือ ซีม่อน สัญชาติแคเมอรูน เครือข่ายแก๊งโรเแมนซ์สแกม ถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องกักกันสตม. ส่วน ปปง.พบอีก 4 พันบัญชีพันฟอกเงิน ขณะที่สังคมกำลังจับตามองว่า น.ส.ณิชาจะเป็นแพะรับบาปในคดีนี้หรือไม่ ส่วนการหาพยานหลักฐานของตำรวจชุดสืบสวนได้ข้อมูลชัดเจนขึ้นจนใกล้ชี้ขาดว่าเป็นเครือข่ายโรแมนซ์สแกมหรือไม่

ความคืบหน้าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 16 ม.ค. พ.ต.อ.พนัญชัย ใจชื่นธรรม รอง ผบก.ทท.1 เปิดเผยถึงการจับกุมตัว น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ ผู้ต้องหานำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ไปเปิดบัญชีธนาคารจนตกเป็นผู้ต้องหา ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนความเชื่อมโยงของขบวนการ กรณีของ น.ส.ณิชา ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่เป็นโรแมนซ์สแกม ความต่างของโรแมนซ์สแกมและคอลเซ็นเตอร์คือ คอลเซ็นเตอร์จะมีคนโทรศัพท์เข้ามาหลอกอ้างเป็นเจ้า หน้าที่รัฐว่าเราไปเกี่ยวข้องกับคดี แต่โรแมนซ์สแกมเป็นเรื่องของหลอกให้รัก ใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือ อัพรูปโปรไฟล์ชายหนุ่มหน้าตาดีหลอกสาวไทยจนหลงเชื่อก่อนออกอุบายให้โอนเงินโดยใช้บัญชีธนาคาร ของ น.ส.ณิชา ในการรับเงิน ส่วน น.ส.ณิชา นายไซมอน และ น.ส.ปวีณา จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่อยู่ระหว่างสืบสวน

ส่วนที่ผู้ต้องหาได้บัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา มาได้อย่างไร เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสอบสวนหาที่มาที่ไป น.ส.ณิชาทำบัตรประชาชนหายบ่อยครั้งนั้น มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา วัยรุ่นบางคนไปถ่ายบัตรประชาชนมารูปไม่สวยไปถ่ายใหม่ก็มี แต่โอกาสที่จะเป็นแพะหรือเป็นแกะตอบไม่ได้ ส่วนที่ น.ส.ณิชา เข้าให้การวันที่ 14 ม.ค.นานกว่า 12 ชม. เป็นการมาให้ข้อมูลบัตรหายที่ไหน เป็นมาอย่างไร พยายามตามข้อมูลให้ได้ครบทุกประเด็นที่สังคมยังสงสัย กรณีที่เป็นข่าวพบเงิน 6 ล้านในบัญชีนั้นยังไม่เห็นตัวเลขจริงทราบจากข่าวก็ตกใจ เบื้องต้นในขบวนการดังกล่าวเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว 3 คน แต่ก่อนหน้านั้นก็มีการจับกุม โรแมนซ์ สแกมมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งมีการนำรูปของเจ้าหน้าที่ไปลงในกลุ่มไลน์ของเขาให้ระวังเจ้าหน้าที่กำลังระดมกวาดล้างจับกุม

มีรายงานว่าหลังถูกสอบเค้นอย่างหนัก น.ส.ณิชาให้การเป็นประโยชน์ระบุว่า ทำบัตรประจำตัวประชาชนหล่นหายในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง ทางร้านไปพบนำไปวางไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน พอรู้ว่าบัตรหายไปจึงรีบกลับไปดูแต่ไม่พบ ขณะที่พนักงานร้านสะดวกซื้อให้การว่ามีหญิงรายหนึ่งมาถามหาบัตรประชาชนบอกว่าทำบัตรหล่นไว้ พนักงานร้านสะดวกซื้อคืนให้โดยไม่ได้ตรวจสอบตำหนิรูปพรรณสัณฐานว่าตรงกับบัตรประชาชนหรือไม่ จนต่อมาทราบว่าหญิงคนนั้นคือ น.ส.ปวีณา สิงหพิบูลย์ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหา หลังจากได้บัตรประชาชนของ น.ส.ณิชาไปแล้วจึงนำไปขายให้กับนายไซมอน ชาวแคเมอรูน ราคา 5 พันบาท และถูกจ้างให้ไปเปิดบัญชีธนาคารต่างๆ โดยได้รับเงิน ค่าเปิดบัญชีละ 2 พันบาท ท้ายสุดยังนำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดเบอร์โทรศัพท์จำนวน 2 แห่ง

รายงานข่าวระบุอีกว่า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ให้ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี เดินทางไปขอเอกสารหลักฐานสเตตเมนต์จากธนาคารกสิกรไทย สาขาบางบอน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในรายบัญชีที่ปรากฏพบเงินจำนวนกว่า 6 ล้านบาท เพื่อนำมาชี้แจงบัญชีรายรับต่อเจ้าพนักงาน กลับถูกทางพนักงานของธนาคารดังกล่าว ไม่ทำรายการให้ น.ส.ณิชา ทั้งที่ น.ส.ณิชา เป็นผู้เปิดบัญชีเองกับธนาคารที่สาขาดังกล่าวไว้เมื่อปี 2555 ก่อน จะมาเกิดเรื่องราวในปี 2559 ขึ้น ภายหลังเจ้าหน้าที่ต้องโทรศัพท์ไปพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ธนาคารด้วยตัวเองจึงยอมที่จะทำรายการให้

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ระบุว่าหลังจากการสอบปากคำอย่างมาราธอนนานกว่าค่อนวันนั้นเชื่อได้ว่า น.ส.ณิชาเป็นผู้บริสุทธิ์จริง โดยไม่พบข้อพิรุธหรือข้อสงสัยที่จะเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าวที่ยังไม่มีการชี้แจงคดีชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนเส้นทางการเงิน โดยคาดว่า วันที่ 17 ม.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.จะสั่งการให้มีการแถลงข่าวภาพรวมของคดีทั้งหมด

ที่ สน.ห้วยขวาง ตำรวจคุมตัว น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ มาสอบปากคำตั้งแต่ช่วงเช้าและยังคงสอบปากคำ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบข้อมูลหลักฐานจากการให้ปากคำทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นของ น.ส.ณิชา น.ส.ปวีณา หลังจากที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากมีข้อสงสัยเพิ่มก็จะเชิญมาสอบอีกรวมถึง น.ส.ณิชา ที่มีโอกาสถูกเรียกตัวมาสอบปากคำอีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่มีการสอบปากคำ น.ส.ณิชายาวนานถึง 12 ชั่วโมงนั้น ทางชุดสอบสวนแจ้งว่า เป็นเพราะมีข้อสงสัยเป็นจำนวนมากจึงต้องสอบปากคำเพื่อให้หายข้องใจในข้อสงสัยเรื่อง ต่างๆ ทั้งเรื่องเงินหมุนเวียน 6 ล้านบาท กรณีบัตรประชาชน รวมถึงตรวจว่า น.ส.ณิชามีความเกี่ยวข้องกับ น.ส.ปวีณา หรือนายไซม่อนหรือไม่ นอกจากนี้ยังตรวจสอบไปถึงน้องชายของ น.ส.ณิชาอีกด้วย เมื่อตรวจสอบหลักฐานทั้งจากการสอบปากคำ หลักฐาน เชิงประจักษ์ได้หมดแล้ว ก็จะนำมาประเมินอีกครั้งว่ายังขาดจุดในบ้าง

มีรายงานว่าชุดสืบสวน สน.ห้วยขวางคุมตัว น.ส.พรหมพร พงษ์เจริญคุณากร สาวผมเดดล็อกในภาพวงจรปิดยืนอยู่กับนายไซม่อนที่ตู้กดเงิน ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งย่านห้วยขวาง มาสอบปากคำเพื่อหาความเกี่ยวข้องกับแก๊งนี้ที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ส่วนคดีที่ น.ส.ณิชาตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงท้องที่ สภ.บ้านตาก จ.ตาก มีนางการต์สินี ยะเมา ชาว อ.สามเงา จ.ตาก เป็นผู้เสียหาย น.ส.ณิชา เดินทางมารายงานตัวต่อศาลครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ม.ค. และต้องมารายงานตัวทุก 6 วัน รวม 5 ครั้ง เหลือมารายงานตัวอีก 4 ครั้ง คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องอีก 2 คน ที่ผู้เสียหายรายเดียวกันโอนเงินเข้าบัญชี คือนายขวัญ ทองน้อย ชาว จ.ลพบุรี ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชี 5 ครั้ง รวม 4 แสนบาท และนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ชาว จ.หนองคาย ผู้เสียหายโอนเข้าบัญชี 2 ครั้ง รวม 6 แสน 3หมื่นบาท พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้เสียหายทั้ง 2 แต่ก็ยังไม่มาให้ปากคำ

ผู้สื่อข่าวสอบถามทาง น.ส.ณิชา เผยว่า วันที่ 18 ม.ค.นี้จะครบกำหนดการรายงานตัวต่อศาลจังหวัดตาก ครั้งที่ 2 จะไปรายงานตัวต่อศาลตามปกติ แม้ว่าจะมีการจับกุมคนร้ายตัวจริงแต่เป็นคนละส่วนกับคดีที่ตนตกเป็นผู้ต้องหา ส่วนนี้ต้องเคารพกระบวน การขั้นตอนกฎหมาย อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าหลังจากชุดคลี่คลายคดีจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อคดีของตนที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทย การที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้ทำให้ความจริงปรากฏ ตนและคนในครอบครัวรู้สึกดีใจ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนถือเป็นกรณีศึกษาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเก็บรักษาบัตรประชาชน รวมถึงกระบวนการนิติกรรมให้มีความรัดกุมละเอียดรอบคอบ

“ขอขอบคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนทุกหน่วย รวมทั้งธนาคารทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการมอบเอกสารหลักฐาน จนจับกุมคนร้ายตัวต้นเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย หากมีโอกาสอยากจะไปพบท่าน ผบ.ตร.เพื่อกราบขอบคุณในความเมตตาที่ให้ความห่วงใยในคดีให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยคลี่คลายได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว”

ที่สตูดิโอไทยรัฐทีวี น.ส.พิริยา หรือณัฐฐาวีรนุช สมมูล อายุ 25 ปี ชาว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยบัตรประชาชนไปเปิด บัญชีธนาคารให้เหยื่อโอนเงิน จนถูกหมายเรียกคดีฉ้อโกง 14 หมายทั่วประเทศ พร้อม น.ส.เสาวรียา ไชยยังธัญทวี กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย สภาทนายความฯ นำเอกสารหลักฐาน เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการรถปลดทุกข์ไทยรัฐทีวี

น.ส.พิริยาเผยว่า ราววันที่ 7 พ.ย.2559 ไป เที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และบัตรประชาชนหาย จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่า ไม่ต้องแจ้งความไปทำบัตรประชาชนได้ กระทั่ง 2 เดือนผ่านไป มีหมายเรียก สภ.พระนครศรีอยุธยา ว่าตนเปิดบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง ทำการฉ้อโกง ต่อมา มีหมายเรียก สน.อุดมสุข ว่าตนตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงเช่นกัน ตนไปตามหมายเรียกยืนยันความบริสุทธิ์ไม่ได้ฉ้อโกงตามที่ถูกกล่าวหา และเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนตรวจกล้องวงจรปิดธนาคาร พบคนร้ายเป็นหญิงใส่หน้ากากอนามัยปิดใบหน้า และให้เจ้าหน้าที่ธนาคารชี้ตัวยืนยันไม่ใช่คนร้ายที่เปิดบัญชี จนผู้เสียหายได้ถอนแจ้งความ 2 หมาย ต่อมามีหมายเรียกมาอีก 12 หมาย ตนได้ทำหนังสือชี้แจงยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนร้ายฉ้อโกงใคร เพราะตนอยู่เมืองพัทยาตลอด

น.ส.เสาวรียากล่าวว่า การตรวจสอบพยานหลักฐานพบ น.ส.พิริยาถูกขโมยบัตรประชาชนเปิดบัญชีธนาคารในพื้นที่ บช.ภ.4 ภาค 2 และ กทม.ในเวลาใกล้เคียงกัน ขณะที่ น.ส.พิริยา มีพยานยืนยันอยู่พื้นที่เมืองพัทยารวมถึงภาพกล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่ธนาคารยืนยันได้ แนะนำให้ผู้เสียหายเขียนคำร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือกับสภาทนายความ ในวันที่ 17 ม.ค.เวลา 10.00 น. จากนั้นสภาทนายความจะประสานไปยังสถานีตำรวจออกหมายจับที่เหลืออีก 12 แห่ง ตรวจสอบหมายเรียกว่าออกกี่ครั้ง หากออกหมายเรียก 2 ครั้ง ต้อง รีบให้ผู้เสียหายไปรายงานตัวเพื่อป้องกันการออกหมายจับ ตนประสานทนาย– ความแต่ละจังหวัด คอยให้การช่วยเหลือร่วมรับฟังการสอบปากคำด้วย ทั้งนี้ การเปิดบัญชีเจ้าหน้าที่ธนาคาร ควรตรวจสอบใบหน้าของผู้เปิดว่าตรงกับบุคคลในบัตรประชาชนหรือไม่ เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำอีกในอนาคต

ลุ้นระทึกคดี “ณิชาโมเดล” แววส่อแพะ รับบาป หลังถูกสอบเค้นตั้งแต่บ่ายยันตี 3 คลี่ปมเงิน 6 ล้าน และการแจ้งขอทำบัตรใหม่ ระบุทำหายในร้านสะดวกซื้อ ถูกสวมรอยขอรับตัดหน้า ด้านณิชาเผยอยากเข้าขอบคุณ ผบ.ตร.ที่เร่งรัดคลี่คลายคดี... 17 ม.ค. 2561 00:02 17 ม.ค. 2561 01:33 ไทยรัฐ