วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนมีเซ็กซ์กับหุ่นยนต์พุ่ง! 5 เทรนด์เปลี่ยนไลฟ์สไตล์มนุษย์ปี 2018

ผลงานวิจัยใหม่ล่าสุด จากบริษัท เอ็นไวโรเซล ประเทศไทย จำกัด บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่ออกมาเปิดเผยถึงเทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนโลกปี 2018 ฟังแล้วก็เพลินๆ ดี แต่ ไทยรัฐออนไลน์ กลับตกใจ เมื่อมีการกล่าวถึง เทรนด์การมีเซ็กซ์ของมนุษย์ ที่จะเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี ซึ่งนั่นหมายถึง หุ่นยนต์ แถมงานนี้มีการคาดการณ์ด้วยว่า ในปี 2025 มนุษย์จะชอบมีเซ็กซ์กับหุ่นยนต์ มากกว่ามนุษย์ด้วยกันเอง!!! โอ้ว...แม่เจ้า

เรื่องราวเป็นอย่างไรกัน?? ได้ยินแล้วก็นะ!! ไปค่ะ...เราไปฟังเทรนด์เปลี่ยนวิถีมนุษย์ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์มนุษย์โลกพร้อมๆ กัน จาก "สรินพร จิวานันต์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล ประเทศไทย จำกัด บริษัทในเครือของบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำแห่งความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน ที่ออกมาระบุว่า

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเราค่อนข้างมาก ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนวิถีในการดำเนินชีวิตต่างออกไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นการปฏิสัมพันธ์ การสื่อสาร ความเชื่อ วิธีการซื้อของ และการ Socialize สิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกคนต่างต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการสื่อสาร และเครื่องมือทางการตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างสูงสุด แล้ว 5 เทรนด์หลักที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตมนุษย์ ปี 2018 ก็คือ

1. การปฏิสัมพันธ์ From Human Touch to Human Less คุ้นเคยกับ Self service มากขึ้น และชอบ Control ทุกอย่างด้วยตัวเอง

พูดกันภาษาบ้านๆ คือ คนไม่อยากคุยกับคนด้วยกันแล้ว ฉันอยากควบคุมทุกอย่างเอง อยากตัดสินใจเอง ไม่ต้องพูดกับเซลส์ กับคนขายได้มั้ย? ถ้าให้ฉันเลือกได้ ฉันขอฟังข้อมูลผ่านมือถือ ผ่านแอปพลิเคชัน หรืออะไรก็ได้ที่เป็นเทคโนโลยี อย่างล่าสุดที่ได้ไปพบเจอกับตัวเอง ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการจ้า นางไม่ใช้พนักงานในการดูแลและรับออเดอร์ลูกค้าแล้ว นางเลือกที่จะให้ลูกค้าสแกนบาร์โค้ด และสั่งอาหารผ่านแอปฯ จ้า

ดีงาม...มีรายการอาหาร มีรูปภาพ ไม่แตกต่างอะไรกับเมนูกระดาษ แต่ที่ล้ำคงเป็นเรื่องของการเลือก การตัดสินใจด้วยตัวเอง โดยที่ไม่มีเด็กมาคอยเชียร์เมนูแพงๆ แถมกดเลือกจำนวน เลือกรสชาติ ระดับเผ็ด จำนวนเม็ดพริกได้อีกด้วย เวลาไม่นานก็มีคนมาส่งอาหารที่โต๊ะ แรกๆ ก็รู้สึกยังอยากได้บริการจากพนักงานเสิร์ฟ ในการรินน้ำใส่แก้ว ในการขอโน้นขอนี่ แต่ในมุมหนึ่ง หลังจากเช็กบิล ที่ไม่ค่าเซอร์วิสชาร์จอีก 10% แถมความกระจ่างก็เกิดขึ้น เมื่อข้างผนังติดไว้ชัดเจน ให้เราห่ออาหาร ด้วยตัวเอง นี่สินะ Human Less ถามว่ารู้สึกอย่างไร? ก็รู้สึกโอเคนะ คนไม่วุ่นวาย พูดจากันเองสบายๆ และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น 

ทั้งหมดก็คงไม่แตกต่างกับการซื้อตั๋วเครื่องบิน เช็กอินออนไลน์ ผ่าน ตม.ด้วยตัวเอง ไปเกตและขึ้นเครื่องด้วยตัวเอง พูดกันง่ายๆ แทบไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เลย!

2. ความเชื่อ From Word of Mouth to Word of Mouse เชื่อผู้ช่วยอัจฉริยะมากขึ้น เพราะรู้ลึกและรู้จริง

ลูกค้าเค้าเลิกเชื่อแล้ว ไอ้ประเภทใช้ดี บอกปากต่อปาก ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เพราะเทคโนโลยีเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เดี๋ยวนี้มันรู้พฤติกรรมผู้บริโภคแบบเรียงตัว เรียงหน้ากันเลย คิดอะไร สนใจอะไร มันแทบไม่ต้องสืบ ไม่ต้องถาม แค่ดูจากสิ่งที่คุณพยายามตามหามันผ่านเทคโนโลยี ที่เรียกว่า ผู้ช่วยอัจฉริยะ เคยสัมผัสกันหรือยัง? คำตอบคือ คุณไม่รู้ตัว! แอปพลิเคชัน Monitor การวิ่ง ที่ติดตามการวิ่งของนักวิ่ง ว่าวิ่งเท่าไร กี่ก้าว น้ำหนัก ส่วนสูง ก่อนจะบอกคุณว่า รองเท้ารุ่นนี้นะ เหมาะกับคุณมากที่สุด แล้วคุณเลือกจะเชื่อใคร เชื่อคนขาย หรือเชื่อข้อมูลจากผู้ช่วยอัจฉริยะในแอปฯ ที่ติดตามคุณตลอดเวลา สุดท้ายในการตัดสินใจซื้อ...คุณก็เลือกที่จะเชื่อผู้ช่วยอัจฉริยะจริงๆ

3. ความเชื่อ From Plain to Play Content สร้าง Engagement กับ Game content ที่สนุกและท้าทาย

อันนี้ก็เห็นจะจริง และเห็นภาพ เพราะเมื่อเราได้มีส่วนร่วมกับสิ่งนั้นๆ เราจะรู้สึกอินและมีคุณค่ามากขึ้น โดยเฉพาะกับกิจกรรมเบาสมองอย่างเกม ปฏิเสธไม่ได้นะ ลุงป้าน้าอา ก็หันมาเล่นเกมมากขึ้น ตัวอย่างชัดๆ ก็คือ Esport ที่คนหันมาให้ความสนใจ จนล่าสุด กกท.ประกาศให้ Esport เป็นกีฬาประเภทหนึ่งแล้ว ชวนนึกไปถึงเมื่อก่อน ที่ต้องตัดโลโก้ข้างกล่อง แล้วสะสมให้ครบ 5 อัน ก่อนจะนำไปแลกของได้ 1 ชิ้น นี่การอดีต ปัจจุบันก็คงอยู่ในมือถือ เอาส่องข้างๆ กล่อง เกมก็ผุดขึ้นมา เล่นชนะ ก็ไปแลกของรางวัลแทนการมาตัดกระดาษข้างกล่องสะสม แหม่...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ 

4. การซื้อขาย From Store to Stream เน้นประสบการณ์สดและจริง 

นี่เลย...เหตุผลที่หุ้นเฟซบุ๊กตกถล่มทลาย ก็เพราะพี่มาร์กปรับหน้าเฟซ จัดระเบียบการแสดงผลใหม่ ที่เน้นการไลฟ์สดมากกว่าสิ่งอื่นใด ก็ได้รับกระทบไปเต็มๆ แต่ในส่วนของคนธรรมดาอย่างเราๆ ไม่ได้ทำการค้าขายบนโลกออนไลน์ ก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรเท่าไร แต่ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาเฟซบุ๊กเป็นหลัก งานนี้สิ...ต้องปรับกลยุทธ์กันใหม่อีกแล้ว แม่ค้าออนไลน์ก็คงต้องปรับเรื่อยๆ ปรับตลอดเวลา ถึงจะทำมาหากินได้ร่ำรวยแบบในอดีต

ก็อย่างว่า...ยุคนี้มันยุคที่จะขายอะไรก็ได้ ขายเมื่อไหร่ก็ได้ ขายที่ไหนก็ได้ ทุกอย่างจึงเปิดกว้างทั้งผู้ซื้อและผู้ขายด้วย แต่มนุษย์อย่างเราๆ นั้นชอบความสด แบบเรียลไทม์ ชอบดูเบื้องหลัง เบื้องลึก อยากเห็นอะไรที่ซ่อนอยู่ ไม่แปลกที่หากไลฟ์สด จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาเปลี่ยนวิถีมนุษย์อย่างเราๆ และรู้หรือไม่ จากสถิติประเทศไทย มันไลฟ์สดมากกว่าประเทศอื่นทั่วโลกด้วย ดีงาม...

คือเอาเป็นว่า...ถ้าฉันนั่งดูแฟชั่นอยู่ ฉันก็สามารถกดซื้อแว่นตาที่นายแบบใส่เดินโชว์ได้เลย มันล้ำจนแทบตามไม่ทันจริงๆ 

5. การ Socialize From Actual to Virtual ผ่านหน้าจอ และ Digital Human มากขึ้น 

อันนี้แหละ น่ากลัวที่สุด จากเรื่องจริงมาเป็นเรื่องเสมือนจริง เมื่อวันๆ เราอยู่แต่กับเทคโนโลยี และเทคโนโลยีก็พัฒนาแบบก้าวกระโดด นึกภาพไม่ออก เวลาที่เรามีผู้ช่วยเป็นการ์ตูนผู้หญิง ที่คอยดูแลเรา เปิดไฟเปิดแอร์ก่อนเราถึงบ้าน คอยให้กำลังใจ ให้ความรู้สึกในแง่บวก แน่นอนเราต้องรู้สึกดีกว่าแฟน เพราะมนุษย์ชอบความรู้สึกในด้านที่ดี ในด้านบวก ถามว่าถ้าวันหนึ่ง...เราจะหลงรักเจ้าการ์ตูนผู้หญิงที่อยู่ในโลกเสมือนจริงมั้ย แล้วเค้าก็แต่งตัวโป๊ในสไตล์ที่เราเลือก สุดท้ายก็หลงรัก จนเผลออยากมีเพศสัมพันธ์ด้วย จนมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2025 มนุษย์จะชอบมี sex กับหุ่นยนต์ มากกว่ามนุษย์ด้วยกันเอง โอ๊ว...จะจริงหรือไม่ ไม่อยากจะคิดเลยจ้า

และนี่คือ...สิ่งที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลง หันมาดูที่ตัวเอง เราจะยอมรับเทคโนโลยี หรือเราจะหันหน้าให้มันดี แต่ถามว่า ถ้ามันมีอิทธิพลกับเราขนาดนี้ อนาคตไลฟ์สไตล์เรา ไลฟ์สไตล์ครอบครัวเรา ย่ากับหลาน จะมีโอกาสได้คุยกันบ้างหรือไม่ ความรักในครอบครัวจะยังมีอยู่มั้ย? นี่แหละ...สิ่งที่เราต้องหาคำตอบ ซึ่งเราจะไปนำมาบอกเล่ากันอีกทีในไม่ช้า กรุณาติดตามที่ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์