วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชุมชนลดเมาเพิ่มสุข ไม่จำกัดเฉพาะเทศกาล

ชุมชนลดเมาเพิ่มสุข ไม่จำกัดเฉพาะเทศกาล

  • Share:

มาตรการ “ลดเมา เพิ่มสุข” ปีใหม่ที่ผ่านมาทุกพื้นที่ตื่นตัวตั้งเป้าหมายป้องกันเตรียมรับมือกันเต็มกำลังมุ่งหมายลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ผลออกมาเป็นอย่างไรกันบ้างถึงวันนี้คงได้รู้กันแล้ว

“เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 160 แห่ง” เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่สำคัญ หลังพบสาเหตุหลักเกิดจาก “เมาแล้วขับ”

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ในระบบข้อมูลตำบลสะท้อนว่า สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 จากข้อมูลประชากร 8,282,652 คน มีอัตราผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 628,582 คิดเป็นร้อยละ 9

และจากการประชุมเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ที่ผ่านมา ศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สนับสนุนโดย สำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วมแลกเปลี่ยนเพื่อหารูปแบบในการลดเมา เพิ่มสุข โดยมุ่งเน้นให้ช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีการลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มใน อปท.จำนวนกว่า 160 แห่ง ได้เสนอมาตรการที่เหมาะสมกับท้องถิ่นในการลดบริโภคแอลกอฮอล์เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุดังตัวอย่างต่อไปนี้

มาตรการของตำบลเฝ้าไร่ จ.หนองคาย มีเป้าหมายในเรื่องการลดอุบัติเหตุด้วยการดึงเอาเครือข่ายชุมชน 17 แห่ง ในพื้นที่มาร่วมกันจัดทำข้อมูลและลดความเสี่ยง มีเป้าหมายให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ในปีนี้ ตั้งด่านทุกหมู่บ้านให้มีชีวิต...ดึงเอาเยาวชนเข้ามาร่วม ผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะ โดยให้อำเภอกำหนดเป็นนโยบายเพื่อให้มีความปลอดภัยในการท่องเที่ยวมากที่สุด โดยท่องเที่ยว 3 คืน อายุยืน 3 ปี

มาตรการของตำบลนาเจริญ จ.อุบลราชธานี ตั้งเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ โดยมีมาตรการสวดมนต์ข้ามปี 9 วัด เพื่อการลดอุบัติเหตุ...มีด่านครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมู่บ้านที่เป็นหมู่บ้านต้นแบบ เพราะว่าเป็นหมู่บ้านนักดื่มสูงที่สุดและมีด่านชุมชนที่มีสมุนไพร ที่มีใบฝรั่งแก้เมา รางจืด มาช่วยลดการเมาในชุมชน พร้อมมีมาตรการส่งคนรักกลับบ้าน เพื่อสกัดคนเมาไม่ให้ขับขี่ ตามเป้าหมาย วิถีพุทธ คนนาเจริญลดเมาลดเหตุ

ถัดมา...มาตรการของตำบลเก่ายาดี จ.ชัยภูมิ มีเป้าหมายการลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์...มีการสวดมนต์ข้ามปี 5 วัด ซึ่งจะเชิญชวนเยาวชน คนในชุมชนเข้าร่วมประมาณ 500 คน โดยจะมีมาตรการจูงใจให้คนเข้าร่วม นอกจากนี้ บริเวณจุดโค้งจุดเสี่ยงของถนนประมาณ 11 จุด ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้เพิ่มป้ายสัญลักษณ์เพื่อเตือนในจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุ และยังเพิ่มด่านตรวจชุมชนที่มีน้ำสมุนไพรรางจืด ...ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวประเภท เสาวรส สับปะรด ภายใต้การรณรงค์ “เธอจะลืมเมาที่เก่ายาดี” โดยมาตรการทั้งหมดได้กำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดเพื่อดำเนินการลดอุบัติเหตุร่วมกันทั้งหมด

อีกแห่ง มาตรการที่ตำบลนาข่า จ.อุดรธานี จัดตั้งศูนย์ป้องกันภัยตำบล เพื่อตรวจสอบและประชุมร่วมกันทุกเดือน ถ้ามีปัญหาอุบัติเหตุจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบหาสาเหตุ มีการวิเคราะห์พื้นที่ว่ามีความเสี่ยงอะไร...

นำเข้าที่ประชุมประจำเดือนเพื่อแก้ไขปัญหาทันที นอกจากนี้ จะเพิ่มลูกระนาดบนถนน ติดไฟส่องสว่าง มีสัญลักษณ์เตือนจุดเสี่ยงถนนที่อันตราย โดยตั้งเป้าหมายให้อุบัติเหตุลดลง แต่อาจจะไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์โดยทันที เนื่องจากเป็นพื้นที่ติดถนนใหญ่ แต่จะทำให้การลดอุบัติเหตุลงไปเรื่อยๆจนเหลือศูนย์

ในขณะที่ มาตรการตำบลท่ามะปราง จ.สระบุรี ขับเคลื่อนทั้งตำบล คือ 5 หมู่บ้าน โดยช่วงเทศกาลและระหว่างปี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นตลอดเวลาเนื่องจากเป็นทางผ่านเดินทางไปภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงได้มีนโยบายลดเมา เพิ่มสุข มีด่านครอบครัว คนต้นแบบ ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย โดยให้เยาวชนบันทึกข้อมูลว่ามีการดื่มหรือไม่ ถ้าดื่มก็ไม่ให้ออกจากบ้าน

โดยให้ครอบครัวช่วยสอดส่องกันเองและจะผลักดันให้เกิดการสวดมนต์ข้ามปี กิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย เพื่อสร้างการเรียนรู้...ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมตั้งเป้าหมายเป็นข้อตกลงของตัวเอง เพื่อลดเมา เพิ่มสุข

ส่วนตำบลร่องเคาะ จ. ลำปาง มีเป้าหมายในการลดเมา เพิ่มสุขอุบัติเหตุจราจรเป็นศูนย์ โดยยึดหลัก “3 ต” คือ เตรียมตัว ติดตั้ง ติดตาม... “3 ม” คือ ไม่เมา ไม่ขับ ไม่เร็ว...“2 ช” คือ เช็กคน เช็กรถ และจิบสมุนไพรก่อนออกจากบ้าน

โดยมาตรการสร้างความเข้มแข็ง ตั้งแต่ระดับครอบครัว โดยมีด่านครอบครัวเป็นกลไกสำคัญจะทำยังไงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ โดยมีสัญญาใจในครอบครัว ในการลดเมา เพิ่มสุข ใช้เป็นครอบครัวต้นแบบกระจายเครือข่าย

...เข้าสู่ด่านชุมชน หมู่บ้าน เป็นด่านมีชีวิต ผ่านการเตรียมตัวของ อบต. นำเอาหลักการของหมู่บ้านของตัวเองให้มีการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างข้อตกลง กติกาอย่างชัดเจน ควบคู่ไปกับการนำเอาสภาเด็ก...เยาวชน มาร่วมตรวจสอบ โดยผลักดันทั้งหมดให้ประกาศเป็นนโยบาย

มาตรการอีกแห่งที่น่าสนใจพื้นที่ตำบลบ้านต๊ำ จ.พะเยา ตั้งเป้าหมายอุบัติเหตุเป็นศูนย์ เพราะในปีที่ผ่านมาสามารถทำได้ ด้วยมีด่านนั่งพักที่เป็นด่านชุมชน หากเมาให้มานั่งพักก่อน มีบริการมะขาม กาแฟ ก่อนเดินทางต่อ นอกจากนี้ จะเพิ่มจุดบริการเช่าหมวกกันน็อก พร้อมทั้งมีการเก็บข้อมูลการเดินทางของคนสัญจรไปมา เพื่อนำเอาข้อมูลมาวิเคราะห์หาความเสี่ยง...แนวทางป้องกันต่อไป และมีสวดมนต์ข้ามปี

ดวงพร เฮงบุณยพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน สสส. บอกว่า ที่ผ่านมา สสส.ทำเรื่องลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับภาพรวมมาโดยตลอด ดังนั้น จึงเห็นว่าการสร้างเครือข่ายฯให้มาทำเรื่องการลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยลงลึกไปถึงระดับครอบครัวและชุมชนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับบริบทจะเป็นกลไกสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จได้

“ที่ผ่านมาการรณรงค์ลดเหล้าในภาพกว้างได้ผลแน่นอน แต่ในระดับพฤติกรรมจะทำยังไงให้เปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด...เราเห็นว่าการสร้างกติกาชุมชนโดยให้มีการเรียนรู้ร่วมกันจนเป็นที่ยอมรับน่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ยั่งยืนได้”

การสร้างเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ใช้หลักคิดให้แต่ละชุมชนออกแบบมาตรการในการลดเหล้า ลดเหตุของตัวเอง ให้เหมาะกับพื้นที่และอัตลักษณ์ของตัวเอง ไม่ได้ยึดเอานโยบายจากส่วนบนมาทำแบบไม่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพราะไม่สามารถนำไปสู่การสร้างกติการ่วมกันที่เป็นจริง

“กำหนดเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุ และยึดวิธีการที่ออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน ไม่ตัดเสื้อโหลที่เหมือนกันทั่วประเทศ ทำให้รูปแบบมาตรการที่เครือข่ายร่วมกันออกแบบจะเหมาะสมกับสภาพปัญหาในพื้นที่ของตัวเองมากที่สุด”

ดวงพร ย้ำว่า รูปแบบของมาตรการการลดเหล้าของเครือข่ายจะมีด่านชุมชน แต่เป็นด่านชุมชนที่มีด่านครอบครัวที่คนในครอบครัวช่วยกันดูแลครอบครัวตัวเองและดูแลครอบครัวเพื่อนบ้าน เพราะครอบครัวถือเป็นด่านที่เล็กที่สุด เพื่อสร้างคนต้นแบบในการเป็นแบบอย่างต่อไป นอกจากนี้ยังดึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มาเป็นบุคคลต้นแบบในการเลิก ลด แอลกอฮอล์และบุหรี่ โดยผู้บริหารที่ร่วมจะต้องเป็นผู้นำในการลดเหล้าเป็นตัวอย่างก่อนที่จะนำไปสู่การเชิญชวนชุมชนมาร่วมมาตรการลดแอลกอฮอล์

“ลดเมา เพิ่มสุข”...ทำได้ทุกวันทุกขณะเวลา ไม่จำเป็นต้องทำเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้