วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อะไรคือ ปชต.แบบไทยๆ

เมื่อเป็นคำพูดของคนที่เรียกตัวว่า “นักการเมือง” ไม่ใช่นักการเมืองธรรมดา แต่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี คำพูดจึงกลายเป็นข่าว และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นธรรมดา นั่นคือ โอวาทของนายกรัฐมนตรีในวันเด็ก “เราจะต้องมีประชาธิปไตยไทยนิยม” เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ โดยที่เราต้องไม่ผิดกติกาของคนอื่น ประเทศเราจะขัดแย้งกันต่อไปไม่ได้อีก

คำว่า “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” เป็นคำพูดแบบแซวๆ พูดแบบกระแนะ-กระแหนที่มีมานาน เนื่องจากประเทศไทยอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลทหารบ่อยครั้ง แทบจะไม่เป็นประชาธิปไตยจริง คำว่า “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” มักจะหมายถึงการปกครองแบบกึ่งเผด็จการกึ่งประชาธิปไตย ส่วนที่เป็นประชาธิปไตยได้แก่การเลือกตั้ง

ตัวอย่างเช่นรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับปัจจุบัน คนไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 50 ล้านคน เลือก ส.ส.ได้ 500 คน แต่ ส.ส.คนที่มาจากเลือกตั้ง อาจไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากพอ เพราะระบบการเลือกตั้งจะทำให้ได้ ส.ส.แบบเบี้ยหัวแตก ส.ส.เป็นของพรรคเล็กพรรคน้อย การเลือกตั้งจึงแทบไร้ความหมาย

แต่รัฐธรรมนูญให้ คสช. เพียงไม่กี่คนมีอำนาจแต่งตั้ง ส.ว.ได้ 250 คน อาจกลายเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภาสามารถจับมือกับ ส.ส. บางส่วน เพื่อเลือก “นายก-รัฐมนตรีคนนอก” จัดตั้งรัฐบาลปกครองประเทศได้ เสียงของ คสช. ไม่กี่คนจึงดังกว่าเสียงประชาชน 50 ล้านคน แบบนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตยครึ่งใบด้วยซํ้า เป็นประชาธิปไตยเสี้ยวเดียว หรือเผด็จการค่อนใบ

ในอดีตประเทศคอมมิวนิสต์หลายประเทศเรียกการปกครองของตนว่า “ประชาธิปไตยประชาชน” เผด็จการบางประเทศเรียกตัวเองว่า “ประชาธิปไตยนำวิถี” หรือนำทาง เป็นการปกครองที่มีผู้มีอำนาจเป็นผู้นำทาง ไม่ใช่ประชาธิปไตยแท้ แต่ถูกนำมากล่าวอ้างกับประชาคมโลก เพื่อให้ดูดีและเป็นที่ยอมรับ เนื่องจากนานาประเทศนับถือประชาธิปไตย

ส่วนคำว่า “ประชาธิปไตยไทยนิยม” หรือ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” ของนายก-รัฐมนตรี ไม่ทราบว่าให้คำจำกัดความอย่างไร นายกรัฐมนตรีเคยพูดในรายการ “คืนความสุขให้คนไทย” เมื่อปลายปี 2558 ว่า “ผมไม่เคยขัดแย้งกับคำว่าประชาธิปไตย” และเคยพูดหลายครั้งในทำนองว่า ประชาธิปไตยต้องไม่มีความขัดแย้ง และอย่าติดกับดักประชาธิปไตย

ส่วนในการให้โอวาทเด็กในวันเด็กที่ผ่านมา นอกจากยํ้า “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” แล้ว ยังค่อนข้างเบาใจที่บอกด้วยว่า “ต้องไม่ผิดกติกาของคนอื่น” ทำให้มีความหวังว่าจะยึดหลักประชาธิปไตยสากลที่ไม่มีสัญชาติ ยึดหลักรัฐบาลต้องมาจากประชาชน เคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน หลักนิติธรรมถือกฎหมายเป็นใหญ่ และมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจเข้มแข็ง.

เมื่อเป็นคำพูดของคนที่เรียกตัวว่า “นักการเมือง” ไม่ใช่นักการเมืองธรรมดา แต่เป็นถึงนายกรัฐมนตรี คำพูดจึงกลายเป็นข่าว และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นธรรมดา 16 ม.ค. 2561 10:26 ไทยรัฐ